Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
SoccerSuck
•
ติดตาม
20 ก.ย. 2022 เวลา 07:56 • กีฬา
#SSColumn
ตราบใดที่สีผิวสำคัญกว่าความสดใสของนัยน์ตา...สงครามก็ยังคงเกิด
โดย : เบียร์ หลังหนาม
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ ทว่าปัญหาการเหยียดผิวหรือการเหยียดเชื้อชาติก็ไม่เคยจางหายไปจากโลกใบนี้เสียที! เพราะเมื่อไม่กี่วันก่อน ‘เปโดร บราโว่’ ประธานสมาคมเอเยนต์ของสเปน ได้ออกมาพูดวิพากษ์วิจารณ์ถึงท่าเต้นดีใจของ ‘วินิซิอุส จูเนียร์’ ดาวเด่นของเรอัล มาดริด ว่าเป็นการกระทำที่ไม่ให้เกียรติคู่แข่งและดูมีพฤติกรรมไม่ต่างจากลิง!
คำพูดของเปโดถูกมองว่าไม่ต่างอะไรกับการเหยียดผิวหรือการเหยียดเชื้อชาติ ถึงแม้เจ้าตัวจะออกมาปฏิเสธอย่างหนักแน่น แต่คำพูดที่ไม่ได้ผ่านการไตร่ตรองของคนหนึ่งคน กำลังทำร้ายใครอีกหลายคนและก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นโดยที่คนพูดเองก็อาจจะไม่รู้ตัว
ทั้ง ๆ ที่ทางสโมสรเรอัล มาดริดได้ออกมาประณามคำพูดของเปโด หนำซ้ำยังมีนักเตะบราซิลหลายคนที่ออกมาโพสต์ให้กำลังใจวินิซิอุสและต่อต้านการเหยียด! ทว่าในค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา...ยังมีเหตุการณ์ที่แฟนบอล ‘แอตเลติโก้ มาดริด’ บางส่วน รวมตัวกันร้องเพลงเหยียดวินิซิอุสหน้าสนาม ก่อนที่เกมมาดริด ดาร์บี้จะเริ่มขึ้น!?
นอกจากกรณีของวินิซิอุสแล้ว เรื่องราวการเหยียดผิวหรือการเหยียดเชื้อชาติในวงการลูกหนังนั้น เคยเกิดขึ้นมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจนเป็นกระแสดัง และสามารถหยิบยกมาเป็นตัวอย่างได้ก็คือ...
.
⚽️ ‘หลุยส์ ซัวเรส’ เคยด่าทอ ‘ปาทริซ เอวร่า’ ว่า ‘นิโกร’ ในเกมแดงเดือดปี 2011
⚽️ ‘เควิน ปรินว์ บัวเต็ง’ และ ‘มาริโอ บาโลเตลี’ เคยโดนแฟนบอลฝั่งตรงข้ามล้อเลียนโดยการทำเสียงร้องแบบลิง
⚽️ ‘มัลกี้ แม็คคาย’ อดีตโค้ชทีมฟุตบอลคาร์ดิฟฟ์เคยพูดถึงลูกทีมอย่าง ‘คิม โบ คยอง’ ในแชทว่า “ไอ้เจ๊ก”
⚽️ ‘ดาเนียล อัลเวส’ เคยโดนแฟนบอลฝั่งตรงข้ามโยนกล้วยใส่ขณะที่กำลังจะเตะมุม
⚽️ ‘แบร์นาร์โด้ ซิลวา’ เคยหยอกล้อ ‘แบ็งฌาแม็ง เมนดี้’ ด้วยการโพสต์รูปวัยเด็กของเพื่อนร่วมทีมเปรียบเทียบกับตัวการ์ตูนผิวสี
⚽️ ‘ปิแอร เวโบ’ ผู้ช่วยโค้ชอิสตันบูล บาซัคเซฮีร์ โดนผู้ตัดสินที่ 4 เรียกว่า “โค้ชผิวสีคนนั้น” แทนการเรียกชื่อจริง
และถึงแม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเป็นแค่บางส่วนจากทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้น แต่มันก็เป็นเหตุการณ์หลัก ๆ ที่สามารถทำให้เกิดแรงกระเพื่อมขนาดใหญ่ได้ จนเริ่มมีแคมเปญการต่อต้านการเหยียดผิวขึ้นมาในวงการฟุตบอลอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ในแวดวงกีฬาอื่น ๆ ก็มีเรื่องราวและเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเหยียดผิวหรือการเหยียดเชื้อชาติ ที่สร้างแรงกระเพื่อมในสังคมวงกว้างอยู่พอสมควร
🏀ครั้งหนึ่งในวงการบาสเกตบอล NBA ‘โดนัลด์ สเตอร์ลิง’ เจ้าของทีมบาสเกตบอลชื่อดังอย่าง ‘ลอสแอนเจลิส คลิปเปอร์ส’ (Los Angeles Clippers) มีคลิปเสียงขณะคุยกับแฟนสาวหลุดออกมาสู่ประชาชน ซึ่งเนื้อหาการสนทนานั้นเข้าข่ายการเหยียดผิวอย่างรุนแรง! และถ้อยคำที่โดนัลด์พูดออกมานั้นได้สร้างความโกรธเคืองให้กับผู้คนจำนวนมาก ไม่เว้นแต่นักกีฬาในทีมของเขาเอง
นักบาสเกตบอลแอลเอ คลิปเปอร์สได้ออกมาประท้วงเงียบโดยการถอดเสื้อแจ็คเก็ตทีมระหว่างฝึกซ้อม และสวมเสื้อกลับด้านเพื่อปิดโลโก้ทีมขณะทำการแข่งขันเพื่อเป็นการตอบสนองทัศนคติเชิงลบของเจ้าของทีม
และในท้ายที่สุด NBA ก็ได้ออกมาประกาศให้ ‘โดนัลด์ สเตอร์ลิง’ ถูกแบนและห้ามเกี่ยวข้องกับลีกไปตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเข้าชมการแข่งขันหรือกระทั่งการก้าวขาเข้าไปยังสนามซ้อม หนำซ้ำยังโดนบีบให้ขายหุ้นของทีมทั้งหมด พร้อมกับถูกปรับเงินอีก 2.5 ล้านดอลลาร์เพื่อนำเงินไปบริจาคให้กับองค์กรที่มีนโยบายการต่อต้านการเหยียดผิว
🏈ในวงการอเมริกันฟุตบอลอย่าง NFL ‘โคลิน เคเปอร์นิก’ ควอเตอร์แบคทีม ‘ซานฟรานซิสโก โฟร์ตี้ไนท์เนอร์ส’ (San Francisco 49ers) ตัดสินใจคุกเข่าขณะที่เพลงชาติกำลังบรรเลงก่อนที่เกมการแข่งขันจะเริ่ม โคลินให้เหตุผลว่าเขาไม่ต้องการยืนตรงเคารพธงชาติให้กับประเทศที่ไม่ได้มอบความเท่าเทียมให้กับคนผิวสี ซึ่งการกระทำของโคลินในตอนนั้นสร้างความหัวร้อนให้กับ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ที่เป็นประธานาธิบดีในตอนนั้นเป็นอย่างมาก!
โดนัลด์ ทรัมป์ออกมากดดัน NFL ให้ออกมาลงโทษบางอย่างกับโคลิน เคเปอร์นิกที่ไม่เคารพต่อเพลงชาติ!? และหลังจากที่โคลินหมดสัญญากับซานฟรานซิสโก โฟร์ตี้ไนท์เนอร์ส ก็ไม่มีทีมอเมริกันฟุตบอลทีมไหนตัดสินใจจะดึงเขาเข้ามาร่วมทีมอีก เพราะไม่ต้องการมีปัญหาทางการเมือง...เขากลายเป็นนักกีฬาไร้สังกัดไปโดยปริยาย
และในวันที่โคลินถูกมองว่ากลายเป็นคนสิ้นหวังในชีวิต ทว่าแบรนด์เครื่องกีฬาอย่าง ‘ไนกี้’ กลับไม่คิดเช่นนั้น บริษัทไนกี้ตัดสินใจเลือกโคลินมาเป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่ของแบรนด์ในปี 2018 พวกเขาทำการขึ้นป้ายรูปหน้าของโคลินเป็นภาพขาว-ดำขนาดใหญ่ไปทั่วโลก พร้อมกับสโลแกน “Just Do It” (แค่ทำมัน) และคำขวัญครบรอบ 30 ปีของไนกี้ที่กล่าวไว้ว่า “Believe in sometime ,even if it means sacrificing everything” (เชื่อในบางสิ่ง แม้ว่าจะสูญเสียทุกสิ่งไป)
สิ่งที่ไนกี้ตัดสินใจ ทำให้ชาวอเมริกันหัวโบราณสายรุนแรงออกมาแสดงความไม่พอใจกันถ้วนหน้า มีผู้คนบางส่วนออกมาโพสต์ผ่านโซเชี่ยลว่าจะไม่สนับสนุนไนกี้ไปตลอดชีวิต และเรื่องราวพวกนี้ส่งผลให้หุ้นของไนกี้ลดลงถึง 3.2% จากที่เป็นอยู่ แต่หลังจากนั้นไม่นานกลับกลายเป็นว่ายอดขายออนไลน์ของไนกี้เพิ่มขึ้นมาถึง 31% ส่งผลให้หุ้นดีดตัวขึ้นมาเรื่อย ๆ จนถึง 5% ในท้ายที่สุด
ที่เห็นได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นในวงการหรือนอกวงการฟุตบอล ทุกครั้งที่มีประเด็นเกี่ยวกับการเหยียดผิวหรือเหยียดเชื้อชาติ ผู้คนต่างให้ความสนใจและสนับสนุนการต่อต้าน องค์กรต่าง ๆ ออกมาร่วมกันรณรงค์และสร้างแคมเปญที่หลากหลาย ซึ่งบางครั้งก็เกิดเป็นคลื่นลูกใหญ่ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก แต่คำถามคือ…เหตุใดเรื่องราวเหล่านี้ถึงไม่หมดสิ้นไปเสียที!?
จากคำถาม มันชวนให้คิดถึงการกระทำของ ‘วีลฟรีด ซาฮา’ ปีกจากทีม ‘คริสตัล พาเลซ’ เขาเป็นคนแรกที่ตัดสินใจไม่คุกเข่าต่อต้านการเหยียดผิวก่อนที่เกมจะเริ่ม ทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวเองก็เป็นคนผิวสี
ซาฮาได้ออกมาพูดเรื่องนี้กับสื่อประมาณว่า การคุกเข่ามันเป็นเพียงแค่กิจวัตรก่อนแข่งขันไปแล้ว ต่อให้คุกเข่าหรือยืน ก็ยังมีคนที่โดนเหยียดสีผิวอยู่ดี ในเรื่องของการอยู่ร่วมกันในสังคม มันควรที่จะปลูกฝังมาตั้งแต่ระบบการศึกษาในโรงเรียน
อาจจริงอย่างที่ซาฮาพูด...การปลูกฝังจิตสำนึกกับผู้คนผ่านกิจกรรมรณรงค์หรือแคมเปญต่าง ๆ คงไม่ได้ผล หากว่าพวกเขายังไม่เข้าใจปัญหาที่แท้จริง ยังไม่เข้าใจการสูญเสียที่ตามมา และยังไม่รู้ว่าแก่นแท้ของความเป็นมนุษย์อยู่ตรงไหน ถึงแม้กิจกรรมดังกล่าวอาจจะสามารถเปลี่ยนแปลงบางสิ่งได้เล็ก ๆ น้อย ๆ แต่รากเหง้าของทัศนคติอันเลวร้ายก็ยังคงดำรงอยู่ และถ้าสิ่งที่ทำกันมามันได้ผลจริง ๆ ป่านนี้วินิซิอุสคงไม่ต้องมาเจอกับคำถากถางในเชิงเหยียด ส่วนเปโดก็จะไม่ใช้ถ้อยดูหมิ่นแล้วต้องมาแก้ตัวว่าไม่เจตนา
ความเท่าเทียมของชนชั้นหรือบทบาทหน้าที่อาจไม่มีอยู่จริง แต่อย่างน้อยที่สุด ความเท่าเทียมของความเป็นคนคือสิ่งสำคัญที่ต้องมี หากวันหนึ่งเราด้อยค่าคนอีกคนเพียงเพราะสีผิวหรือชาติพันธุ์ วันนั้นตัวเราเองก็สูญสิ้นความเป็นคนไม่ต่างกัน และความขัดแย้งก็จะก่อตัวขึ้นอีกครั้ง เหมือนกับประโยคหนึ่งของวินิซิอุสที่ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อ...ตราบใดที่สีผิวสำคัญกว่าความสดใสของนัยน์ตา...สงครามก็ยังคงเกิด
SoccerSuck พร้อมนำเสนอรายการที่ได้รู้ความจริง ได้ยิ่งกว่าฟุตบอล!
ผ่านทุกช่องทางของ SoccerSuck TH แล้วที่
Instagram:
https://bit.ly/3xzln0z
YouTube:
https://bit.ly/3reBi3f
TikTok:
https://bit.ly/3Oq18JC
Blockdit:
https://bit.ly/3qU7B5G
Website:
www.soccersuck.com
สนใจติดต่อโฆษณา
Tel. 065-4695416 (คุณหวา)
E-mail:
sale@soccersuck.com
ข่าวฟุตบอล
ข่าวรอบโลก
ฟุตบอล
บันทึก
1
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย