21 ก.ย. 2022 เวลา 02:27 • นิยาย เรื่องสั้น
ในช่วงต้นปีค.ศ.1923 ฟรานซ์ คาฟคา (Franz Kafka) นักเขียนผู้โด่งดังชาวเช็ก ได้เดินผ่านสวนสาธารณะในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี พร้อมกับ ดอรา ดิอามันท์ แฟนสาวของเขา คาฟคาต้องหยุดเดินเพราะได้ไปสะดุดตากับเด็กหญิงคนหนึ่งที่กำลังร้องไห้อยู่ตามลำพัง
เด็กหญิงคนนี้หาตุ๊กตาตัวโปรดของเธอไม่เจอ คาฟคาและดอราจึงอาสาหา แต่หาเท่าไหร่พวกเขาก็หาตุ๊กตาตัวนี้ไม่เจอ จนใกล้เวลาพลบค่ำ เด็กหญิงคนนี้ก็ไม่มีท่าทีจะลดความเศร้าลงได้เลย
คาฟคาจึงบอกกับเธอว่า “งั้นพรุ่งนี้เรามาเจอกันที่นี่นะ ฉันจะช่วยมาหาให้อีกที” เด็กหญิงตกลง พวกเขาจะมาเจอกันใหม่ในวันพรุ่งนี้
วันต่อมาคาฟคาออกมาหาตุ๊กตาตัวนี้ให้แต่เช้า แต่ยังไงก็ไม่มีวี่แววของตุ๊กตาตัวนี้เลย เมื่อเด็กหญิงมาถึง เธอก็ได้ถามคาฟคาว่า “เจอตุ๊กตาของหนูหรือยัง?”
คาฟคาจึงได้ควักซองจดหมายที่มีกระดาษเขียนข้อความเอาไว้ให้กับเด็กหญิง “ฉันไม่เจอหรอก เพราะตุ๊กตาส่งจดหมายมาให้ฉัน” คาฟคาควักกระดาษออกมาพร้อมอ่านให้เด็กหญิงที่ยังอ่านได้ไม่คล่องให้ฟัง
“โปรดอย่าร้องไห้นะคนดี ฉันกำลังออกท่องเที่ยวเพื่อดูโลกของเรา แล้วฉันจะส่งจดหมายมาใหม่ให้เธอได้รู้ว่าฉันไปไหนมาบ้าง”
ข้อความนี้คาฟคาเขียนเผื่อเอาไว้ เขาไม่อยากให้เด็กหญิงคนนี้ต้องเสียใจ เลยจำโกหกเพื่อให้เธอได้สบายใจขึ้น
เรื่องราวนี้ทำให้คาฟคาและเด็กหญิงต้องนัดเจอกันอยู่บ่อยครั้ง ทั้งสองจะมารอพบกันที่ม้านั่งในสวนสาธารณะ และคาฟคาจะควักจดหมายที่เขานั่งเขียนเองทั้งคืนอ่านให้เธอได้ฟังถึงเรื่องราวการผจญภัยของตุ๊กตาอย่างสนุกสนานและตื่นเต้น
คาฟคาป่วยด้วยโรควัณโรคปอดมาตั้งแต่ปีค.ศ.1917 เพราะอาการของวัณโรคมีผลต่อลำคอจนทำให้มีความเจ็บปวดเกินกว่าที่จะกินอะไรลง ในช่วงเวลานั้นคาฟคาเริ่มแข็งแรงน้อยลงเรื่อยๆ เขาจึงตัดสินใจนัดเธอครั้งต่อไป และบอกเด็กหญิงว่าตุ๊กตากำลังจะเดินทางกลับมายังเบอร์ลินแล้ว
เมื่อถึงวันนัด คาฟคาได้ไปซื้อตุ๊กตาที่ใกล้เคียงกับตัวเก่าของเด็กหญิงให้มากที่สุด และนำไปให้กับเธอ “นี่ไง เธอกลับมาหาแล้วนะ”
“แต่ทำไมเธอถึงไม่เหมือนเดิมเลยละคะ”
เด็กหญิงสงสัย
“การเดินทางทำให้ทุกคนเปลี่ยนไปเสมอ”
คาฟคาตอบแทนตุ๊กตาตัวนี้
เด็กหญิงนึกอะไรสักพัก ก็กอดกับตุ๊กตาที่คาฟคาให้ และพาตุ๊กตาไปยังบ้านด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขที่สุด
3 มิถุนายน ค.ศ.1924 คาฟคาเสียชีวิตลงในวัยเพียง 40 ปีด้วยโรควัณโรคปอด ผลงานของเขาหลังเสียชีวิตได้สร้างอิทธิพลต่องานวรรณกรรมตะวันตกมากที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยเฉพาะ The Metamorphosis, In the Penal Colony และ The Trial
หลายปีต่อมา เด็กหญิงคนนี้ได้เติบโตเป็นหญิงสาว วันหนึ่งเธอได้ค้นพบข้อความที่ติดอยู่ในชุดของตุ๊กตา ข้อความที่เขียนโดยเพื่อนสนิทต่างวัยผู้ล่วงลับของเธอ
"Everything you love will probably be lost, but
in the end, love will return in another way.”
“แม้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เรารักจะสูญเสียไป แต่ท้ายที่สุดแล้วความรักจะกลับคืนมาในรูปแบบที่ต่างออกไป”
เด็กหญิงคนนั้นไม่คิดถึงตุ๊กตาอีกต่อไป เพราะคาฟคาได้มอบอย่างอื่นให้เธอแทน นั่นคือความรักบนข้อความในจดหมายที่รักษาเธอจากความทุกข์จนหายเป็นปลิดทิ้ง
ถึงแม้ว่าคาฟคาจะเป็นคนที่ครุ่นคิด หดหู่ มองชีวิตในแง่ร้ายอย่างเจ็บปวดเพียงใด แต่เรื่องนี้ก็ทำให้เห็นด้านที่มีจิตใจปลอบประโลมของเขา ในปีสุดท้ายก่อนจะเสียชีวิตอย่างน่าเศร้า
เรื่องราวด้านบนนี้ยังไม่มีนักวิชาการคนใดยอมรับว่าเป็นเรื่องราวที่จริง 100% ด้วยหลายประการ ประการแรกคือเรื่องราวนี้เป็นเรื่องราวที่เล่ามาจากปากของดอรา ดิอามันท์ แฟนสาวคนสุดท้ายของเขา ทำให้เกิดปากต่อปากจนตอนจบอาจจะไม่เหมือนกันเท่าไหร่นัก แต่ด้านบนเป็นเวอร์ชั่นที่คิดว่าสมบูรณ์แบบที่สุด
ประการที่สองคือเราไม่สามารถหาหลักฐานเอกสารได้เลย เนื่องจากคาดการณ์ว่าเด็กหญิงชาวยิวคนนี้น่าจะเสียชีวิตในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองจากการถูกรมแก๊สในค่ายมรณะ รวมถึงหนังสืองานเขียนส่วนใหญ่รวมถึงบันทึกและจดหมายที่เก็บไว้โดยดอรา ถูกเกสตาโปยึดและอาจเผาทิ้งไปในช่วงสงครามโลก ปัจจุบันยังคงมีการพยายามหางานที่หายไปของคาฟคาในทุกมุมโลก
ในปีค.ศ.1984 แอนโธนี่ รูดอล์ฟ นักวิจารณ์วรรณกรรม ได้ตีพิมพ์เรื่องราวฉบับหนึ่งซึ่งแปลมาจากภาษาฝรั่งเศสในวรรณกรรมของยิว รูดอล์ฟนำเรื่องราวเบื้องต้นนี้และอธิบายว่ามันเป็น “เรื่องราวคาฟคาที่เรียบง่าย สมบูรณ์แบบ และเป็นความจริง” ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ดอรา แฟนสาวของคาฟคา เคยถ่ายทอดให้มาร์ธ โรเบิร์ต นักแปลชาวฝรั่งเศสในตอนต้นทศวรรษ 1950 ด้วยตนเอง
ฆอรฺดี เซียร์รา อี ฟาบรา นักเขียนวรรณกรรมเด็กชาวสเปน ได้เอาเรื่องราวไปเขียนเป็นหนังสือ "คาฟคากับตุ๊กตาเดินทาง" (Kafka and the travelling doll) ในปีค.ศ.2012
Fb: I’m from Andromera
โฆษณา