ททท.ผนึกสทอ.และสอทอ.โครงการขับรถ EV เที่ยวภาคตะวันออก
ททท.ผนึกสมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย และสมาคมการค้าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอีสาน จัดโครงการ “สบ๊ายสบาย สไตล์ราย็องฮิ” ขับรถ EV เที่ยวภาคตะวันออก ใส่ใจไร้คาร์บอน กรุงเทพฯ-สมุทรปราการ-ระยอง ร่วมผลักดันประเทศไทยสู่เมืองท่องเที่ยวโลว์คาร์บอน
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยนางสาวศิรินุช สุทธิรัตน์ ผู้อำนวยการกองตลาดภาคตะวันออก ททท. ได้ปล่อยขบวน BCG มินิคาราวาน “สบ๊าย สบาย สไตล์ราย็องฮิ” ขับรถ EV เที่ยวภาคตะวันออก ใส่ใจไร้คาร์บอน กรุงเทพฯ-สมุทรปราการ –ระยอง ในช่วงวันที่ 22 -24 กันยายนที่ผ่านมา
เส้นทางจากสำนักงานใหญ่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ไปยังจุดหมายปลายทางที่จังหวัดระยอง โดยมีนายวัชรพล สารสอน ผู้อำนวยการททท.สำนักงานระยอง รอรับคณะ ณ จังหวัดระยอง ในทริปมีนางสาววสุมน เนตรกิจเจริญ นายกสมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (สทอ.) หรือ TEATA นายฤกษ์ เชาวนกวี อุปนายกสมาคมฯ รวมถึงสมาชิกจากสมาคมการค้าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอีสาน (สอทอ.) และนายกสมาคมท่องเที่ยวในหลายจังหวัดภาคอีสานเข้าร่วม
กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นมินิคาราวาน ด้วยรถพลังงานไฟฟ้า (Electric Vehicle-EV) พร้อมกับการเดินทางท่องเที่ยวแบบคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ การออกแบบประสบการณ์สร้างสรรค์กิจกรรมตลอดการเดินทางให้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ (Low Carbon)
การประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเดินทางด้วยรถพลังงานไฟฟ้า (Electric Vehicle) ออกแบบและเลือกเมนูอาหาร และควบคุมปริมาณการสร้างขยะ การเดินทางมีการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ปริมาณ kgCO2eq หรือปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรม และได้มีการซื้อคาร์บอนเครดิตชดเชย (Carbon Offsetting) การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด จนเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)
ในทริปมีเส้นทางจุดหมายแรกศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบกบางปู ฟังข้อมูลเกี่ยวกับศูนย์ฯ กิจกรรมสนุกได้ความรู้เรื่องป่าชายเลนและระบบนิเวศ เดินสัมผัสประสบการณ์เส้นทางศึกษาธรรมชาติ (Bioeconomy - Ecotourism) ปลูกต้นลำพู เพื่อ “สร้างคืน” สมดุลให้ระบบนิเวศ
แล้วเดินทางสู่ระยอง ทานอาหารค่ำที่ร้านแหลมเจริญซีฟู้ด สาขาต้นตำรับ เมนูพระเอกชูโรงประจำร้าน นั่นคือ ปลากะพงทอดราดน้ำปลา และอาหารซีฟู้ดต่างๆ ที่สดใหม่ อร่อยเลื่องชื่อ
วันต่อมาไปศูนย์การเรียนรู้ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ ร่วมกิจกรรมปล่อยปู เพื่อ “สร้างคืน” สมดุลให้ธรรมชาติ เดินชมธรรมชาติตามเส้นทางป่าชายเลนระยะทางประมาณ 400 เมตร ระหว่างทางมีต้นไม้นานาพันธุ์ เช่น โกงกาง โปรง แสม เป็นต้น และมีสัตว์น้ำหลายชนิดอย่างปูทะเล และปูแสม เป็นต้น (Bioeconomy – Ecotourism) ชมธนาคารปู
ที่นี่เป็นอีกหนึ่งเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และสวยงาม เดินเล่นบนทางเดินชมธรรมชาติและสะพานรูปทรงงาช้าง ซึ่งพระเจดีย์กลางน้ำ เป็นโบราณสถานที่สำคัญของจังหวัดระยอง ตั้งอยู่บริเวณปากน้ำระยอง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2416 สมัยพระยาศรีสมุทรโภคชัยโชคชิดสงคราม (เกตุ ยมจินดา) เป็นเจ้าเมืองระยอง
อาหารว่างเป็นขนมนิ่มนวล ขนมหวานพื้นถิ่นของชาวระยอง ขนมไทยโบราณหายาก รสชาติกลมกล่อมหอมหวานนิ่มนวลสมชื่อ กรรมวิธีการทำนำข้าวเหนียวคั่วจนสุกแล้วนำมาโม่เป็นแป้ง นวดกับน้ำเชื่อมที่เคี่ยวจนเข้มข้นจนแป้งนิ่ม สอดไส้ด้วยมะพร้าว เพิ่มความหอมละมุนด้วยกลิ่นดอกมะลิสด ลักษณะคล้ายขนมถั่วแปบ ซึ่งมาระยองแล้วต้องไม่พลาดและดื่มเครื่องดื่มเย็นใจใส่ในติหมา หรือหมาจาก ภาชนะทำด้วยกาบ หรือใบของพืช เรียกว่าเป็นวัสดุจากธรรมชาติและท้องถิ่นโดยแท้
จากนั้นเดินทางสู่อุทยานการเรียนรู้สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ วัดลุ่ม (พระอารามหลวง) ชมประวัติความเป็นมาของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมื่อครั้งทรงตั้งกองทัพที่ จ.ระยอง และทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทย น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์
ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวและศึกษาประวิติศาสตร์ โดยมีนิทรรศการทั้งหมด 6 โซนดังนี้ โซนที่ 1 โหมโรงเจ้าตากสิน โซนที่ 2 อวสานสิ้นอโยธยา โซนที่ 3 มุ่งบูรพาสรรหาไพร่พล โซนที่ 4 ประกาศตนองค์ราชันย์ โซนที่ 5 สร้างเขตขันธ์กรุงธนบุรี และโซนที่ 6 ถิ่นคนดีเมืองระยอง โดยเปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ วันละ 4 รอบตั้งแต่เวลา 09.00 -16:00 น และหยุดทุกวันจันทร์ โดยชมฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
จากนั้นเข้าไปในวัดลุ่ม พระอารามหลวง ซึ่งมีโบสถ์เก่า ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากร ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และต้นสะตืออายุกว่า 300 ปี ขึ้นทะเบียนเป็นรุกขมรดกของแผ่นดิน
ชิมอาหารกลางวันที่ ก๋วยเตี๋ยวเรือชาวนา ณ ระยอง ท่ามกลางบรรยากาศท้องทุ่ง ชิมอาหารเมนูพื้นถิ่น ที่รังสรรค์โดยสมาคม TEATA
แวะวิสาหกิจชุมชนเกาะกก สัมผัสประสบการณ์กิจกรรมชุมชน (CBT – Community Based Tourism) ชมการสาธิตการนำข้าวมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ ไอศกรีม คุกกี้ข้าว เป็นต้น (Bioeconomy – Gastronomy Tourism) ที่นี่เป็นพื้นที่สีเขียวแห่งภูมิปัญญา แหล่งเรียนรู้วิถีชุมชนและเกษตรกรรมในจังหวัดที่เต็มไปด้วยพื้นที่อุตสาหกรรม
แวะเยี่ยมชมกลุ่มประมงพื้นบ้าน บ้านตากวน ซึ่งเป็นตลาดอาหารทะเลสด ราคาไม่แพง พูดคุยกับชาวเลถึงวิถีการทำประมง และก็อะเมซิ่งมากๆ มองไปไม่ไกลจากแหล่งประมงคือโรงไฟฟ้าและโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ และยังมีอาหารทะเลให้จับได้ทุกวันอย่างเหลือเฟือ
แล้วไปท่องเที่ยวต่อที่ทางเดินธรรมชาติป่าชายเลน แหล่งเรียนรู้ด้านระบบนิเวศของหาดแสงจันทร์-สุชาดา ที่ตำบลเนินพระ อำเภอเมืองระยอง ที่นี่ยังมีโครงการปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น สู่วิถีสังคมคาร์บอนต่ำของ SCG อีกด้วย ต้นโกงกางที่นี่ใหญ่มากๆ เฉพาะรากก็สูงหลายเมตร อายุของแต่ละต้นนับเป็นร้อยๆ ปีเลยทีเดียว ทางเดินชมธรรมชาติมั่นคงแข็งแรง เดินเที่ยวได้สนุก และมีหอชมวิวสูงเหนือยอดไม้อีกด้วย
ปิดท้ายวันกับร้านอาหารสุดเก๋ Wooden Spoon ที่แปลงโฉมบ้านให้เป็นร้านอาหารในบรรยากาศชิคๆ ริมแม่น้ำระยอง โดยมีเชฟต่อ ที่มีประสบการณ์การเป็นเชฟหลายปีในโรงแรมที่ออสเตรเลีย เป็นร้านที่ให้บริการอาหารยุโรปสไตล์ผสมผสานหลากหลายเมนู
วันสุดท้ายชมสวนพฤกษศาสตร์ระยอง พื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ แหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์บนพื้นที่กว่า 3,800 ไร่ ชมพรรณไม้ที่หาดูได้ยากและใกล้สูญพันธ์กว่า 400 ชนิด (Bioeconomy - Ecotourism) ที่นี่มีบริการนั่งเรือชมแพหญ้าหนังหมา ทุ่งดอกบัว ป่าเสม็ดพันปี ชิมสมูทตี้ชะมวง ก่อนขับรถชมบึงบัวขนาดใหญ่
จากนั้นแวะกลุ่มจักสานกระจูดบ้านกวี ในมาบเหลาชะโอน ตำบลชากพง อำเภอแกลง หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว (OTOP Village Champion - OVC) ชมการสานเสื่อกระจูดและนำกระจูดมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวบ้าน บ้านมาบเหลาชะโอนมาเป็นเวลานานกว่า 200 ปี และสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน
เดินทางสู่กลุ่มเกษตรผลิตไม้กฤษณา (สวนหอมมีสุข) เป็นการรวมกลุ่มกันของเกษตรกรที่ปลูกไม้กฤษณาในท้องที่ตำบลกะเฉด อำเภอเมืองระยอง เป็นวิสาหกิจชุมชนต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการต่อยอดการแปรรูปไม้กฤษณาเป็นพัฒนาผลิตภัณฑ์กว่า 40 ชนิด โดยมีนางพิกุล กิตติพล เป็นประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรผลิตไม้กฤษณา ซึ่งเคยเข้ารับรางวัล Prime Minister's Export Award ผู้ส่งออกยอดเยี่ยมมาแล้ว
จากนั้นแวะสถานีอัดประจุไฟฟ้า ELEX by EGAT ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ณ โรงพยาบาลกรุงเทพ พัทยา ซึ่งสนับสนุนการใช้รถ EV และการเติบโตของภาคตะวันออก เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ ผลักดันประเทศไทยสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน แล้วเดินทางกลับกรุงเทพฯ
#BCGมินิคาราวาน #สบ๊ายสบายสไตล์ราย็องฮิ #ทททภูมิภาคตะวันออก #สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย #TEATA #สมาคมการค้าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอีสาน #เที่ยวระยอง
เรื่องโดย Travelista นักเดินทาง (สาธิตา โสรัสสะ)
ขอขอบคุณ สมาคม TEATA ที่เชิญ Travelista นักเดินทาง เข้าร่วมในทริปนี้
68 รับชม
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      วิเคราะห์ปรากฏการณ์ Tesla จองทะลุ 4,000 คันในวันเดียว | MM EP.1695 วิเคราะห์ปรากฏการณ์ Tesla ในไทย เปิดขายในไทยเพียงวันเดียว ยอดจองทะลุ 4,000 คัน เปรียบเทียบกับงาน Motor Expo ที่มียอดจองรถทุกแบรนด์ราว 10,000 คัน หลังจากจัดงานมาถึง 9 วัน ทำให้เกิดคำถามว่าทำไมยอดจองรถ Tesla ถึงพุ่งสูงขนาดนี้เพียงเปิดขายไปวันเดียว ไปวิเคราะห์พร้อมๆ กับรวิศ หาญอุตสาหะ ได้ในพอดแคสต์ EP. นี้ เชิญรับฟังพร้อมๆ กันได้ใน MM Podcast EP.1695 │ วิเคราะห์ปรากฏการณ์ Tesla ยอดจองทะลุ 4,000 คันในวันเดียว #missiontothemoon #missiontothemoonpodcast #business
      สายการบินที่ขนส่งสินค้ามากที่สุดในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในปี 2564 ท่าอากาศสุวรรณภูมิเป็นท่าอากาศยานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีหอควบคุมที่สูงเป็นอันดับ 1 ของโลก (132.2 เมตร) และอาคารผู้โดยสารเดี่ยวที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก (563,000 ตารางเมตร)
      “Eva Kaili” รองประธานรัฐสภายุโรปจาก "กรีซ" ถูกจับตัวใน “คดีทุจริต” เกี่ยวกับ “ฟุตบอลโลกกาตาร์ 2022”
      'ค่าจ้างแรงงานญี่ปุ่น' ตัวการสกัดแรงงานข้ามชาติ 'ค่าจ้างแรงงานญี่ปุ่น'ตัวการสกัดแรงงานข้ามชาติ โดยในญี่ปุ่นมีแรงงานชาวเวียดนามมากที่สุดรองลงมาเป็นแรงงานชาวจีน และชาวเวียดนามยังมีสัดส่วนมากที่สุดในบรรดาพนักงานฝึกหัดงานในญี่ปุ่น
      ดูทั้งหมด