“ส่วนต่างแห่งความปลอดภัย” (Margin of Safety)
Image Credit: Pixabay
“ปลอดภัยไว้ก่อน” เชื่อว่าคำนี้เป็นคำที่ได้ยินกันมาเนิ่นนาน ถูกนำมาใช้ในหลายบริบท นัยของคำนี้น่าจะต้องการให้คิดเผื่อไว้ และเลือกทำอะไรที่จะไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย หรืออันตรายกับตัวเอง
ในบริบทของการลงทุนก็เช่นกัน มีคำที่ถูกนำมาใช้เพื่อให้การลงทุนมีความปลอดภัย และลดโอกาสการขาดทุนให้น้อยที่สุด คำๆ นั้นก็คือ “ส่วนต่างแห่งความปลอดภัย” หรือ Margin of Safety
คำนี้ถูกเผยแพร่ครั้งแรกโดยเบนจามิน แกรเฮม ผู้ซึ่งเป็นอาจารย์ของวอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนแบบเน้นคุณค่าที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของโลก
คอนเซปต์ของคำนี้ “เรียบง่าย” และ “เข้าใจไม่ยาก” แต่ก็ “ทรงพลัง” มากด้วยเช่นกัน หรือพูดง่ายๆ คือ หากพอจะมีพื้นฐานในการวิเคราะห์บริษัทนั้นๆ หรือปัจจัยพื้นฐานได้บ้างแล้ว...
เมื่อใดที่ตลาดหุ้นเผยให้เห็นราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงของหุ้นตัวนั้นๆ ก็เพียงแค่ “เข้าไปซื้อในจุดที่มีความปลอดภัย เสี่ยงต่ำกว่านักลงทุนคนอื่น คุณก็จะได้พบกับโอกาสในการได้กำไรสูง และโอกาสที่จะขาดทุนน้อยลง” นั่นเอง
Image Credit: Investopedia
## ทำไมต้อง Margin of Safety? ##
นักลงทุนส่วนใหญ่ที่นำหลักการนี้มาใช้ มักจะเป็นการลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนในระยะยาว แต่ด้วยสถานการณ์ และปัจจัยต่างๆ ที่แสนจะเลวร้ายในปัจจุบัน
อะไรๆ ก็อาจจะเข้ามากระทบตลาดหุ้นอยู่ตลอดเวลา ทั้งโรคระบาด สงคราม การเมือง เศรษฐกิจ สังคม หรือแม้แต่ปัญหาภายในตัวธุรกิจเองก็ตาม
สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนมีผลกระทบต่อราคาหุ้นไม่มากก็น้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่สามารถล่วงรู้ หรือคำนวณราคาหุ้นในอนาคตได้เลยว่าราคาของหุ้นตัวนี้ควรจะอยู่ที่เท่าไรกันแน่
ตัวอย่างเช่น เราประเมินมูลค่าหุ้น AAA ไว้ที่ราคา 100 บาท/หุ้น ซึ่งอาจจะไม่ค่อย Make sense สักเท่าไรหากจะไปซื้อมันในราคา 99 บาท/หุ้น (เผื่อส่วนต่างแห่งความปลอดภัยไว้แค่ 1%)
เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์ด้านลบมากระทบ และเราประเมินราคามันผิดไปละ ส่วนต่างราคาแค่ 1 บาทมันไม่สามารถรองรับมูลค่าที่ประเมินผิดไปได้
Image Credit: Pixabay
หรือจะหวังทำกำไรจากหุ้นที่มี “ส่วนต่างแห่งความปลอดภัย” เพียงแค่นี้ก็เป็นไปได้ยากมาก ถึงแม้ว่าในความเป็นจริงอาจจะซื้อได้ในช่วงราคาที่ถูกกว่าราคาตลาด (Market Price) ไม่ได้ขาดทุนจากการเข้าซื้อหุ้นตัวนี้ก็ตาม
แต่ว่าก็จะพลาดโอกาสในการได้ผลตอบแทนที่มากกว่า ซึ่งหากในอีกกรณีหนึ่งที่ได้เผื่อส่วนต่างฯ ไว้อย่างเหมาะสม ด้วยการเข้าซื้อหุ้นตัวนี้ในช่วงเวลาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงมากๆ และหลังจากนั้นก็แค่รอให้มันกลับเข้าสู่มูลค่าโดยเนื้อแท้ (Intrinsic Value) ก็ดูจะเป็นอะไรที่น่าสนใจมากกว่า
อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ตลาดหุ้นไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอย มีอารมณ์แปรปรวนตลอดเวลายิ่งกว่าคลื่นลมในทะเล ทุกๆ เช้าราคาหุ้นมีการปรับราคาขึ้น-ลง ซึ่งมันช่างแสนเย้ายวน
มันมักจะมากดกริ่งเสนอซื้อ หรือเสนอขายหุ้นให้กับเรา นั่นแหละคือเหตุผลที่ราคาหุ้นไม่เป็นไปตาม “มูลค่าโดยเนื้อแท้” ของกิจการ
มูลค่าโดยเนื้อแท้ก็คือมูลค่าที่แท้จริง หรือมูลค่ายุติธรรมของบริษัท/กิจการ ที่ไม่ว่าราคาหุ้นจะเป็นอย่างไร ส่วนต่างแห่งความปลอดภัยก็คือ “ความแตกต่างระหว่างราคาหุ้นกับมูลค่าโดยเนื้อแท้นั่นเอง”
Image Credit: Investopedia
ทั้งนี้ ส่วนต่างแห่งความปลอดภัยมันควรจะเป็นเท่าไรนั้น 10% 20% หรือ 30% ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการในใจเฉพาะตัวของผู้ลงทุนเอง หากรู้จัก เข้าใจ และรับความเสี่ยงจากการเป็นเจ้าของธุรกิจนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี ส่วนต่างฯ ตรงนี้ก็อาจลดลงไปได้บ้าง
โดยที่การตัดสินใจซื้อหุ้นตัวหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับหุ้นตัวอื่นๆ ที่มีให้เลือกลงทุนด้วย เช่น หากหุ้นตัวนี้มีส่วนต่างแห่งความปลอดภัยอยู่ถึง 30% แน่นอนมันก็ดูน่าซื้อมาก
แต่บังเอิญว่ามีหุ้นอีกตัวที่มีความเสี่ยงใกล้เคียงกันกำลังลดราคาอยู่ถึง 50% คำถามคือ...มีเหตุผลอะไรละที่เราจะไม่ซื้อของ On Sale ที่ถูกลงครึ่งหนึ่งละ
Image Credit: Pixabay
อย่างไรก็ดีในการพิจารณาเรื่องนี้นั้น ก็อาจจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละหมวดอุตสาหกรรม เราควรพิจารณาว่าธุรกิจนั้นๆ กำลังอยู่ในช่วงพระอาทิตย์ขึ้น หรือพระอาทิตย์ตกดิน หรืออาจจะถูก Disrupt จากเทคโนโลยีอะไรใหม่ๆ ได้ไหม มีต้นทุนดำเนินงานต่ำกว่าธุรกิจแบบเดียวกันไหม
หรือธุรกิจนั้นได้สัมปทาน หรือสิทธิพิเศษอะไรจากภาครัฐหรือเปล่า...มีค่านิยม (Goodwill) ที่เหนือกว่าคู่แข่งหรือไม่ และอีกสิ่งที่สำคัญก็คือมี “หนี้สิน” มากน้อยเพียงใด ก็เป็นเรื่องที่ควรนำมาพิจารณาประกอบกันทั้งสิ้น
เมื่อนำข้อมูลที่มีมาวิเคราะห์อย่างรอบคอบแล้ว ที่เหลือก็เพียงแค่ว่าจะเผื่อ “ส่วนต่างแห่งความปลอดภัย” ไว้แค่ไหน ซึ่งก็มีแค่คุณเท่านั้นที่จะเลือกได้ตรงใจตัวเอง.
Reference:
- หนังสือ “เรียนบัญชีกับวอร์เรน บัฟเฟตต์” โดย Stig Brodersen, Preston Pysh เรียบเรียงโดย ชัชวนันท์ สันธิเดช
## ติดตาม "ทีทีดับบลิว" ได้แล้ววันนี้ทาง ##
Website: www.ttwplc.com
Facebook: ttwplc
Instagram: ttwplc
Youtube: TTW Plc Channel
Linkedin: TTW Public Company Limited
Blockdit: TTW Public Company Limited

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
1ถูกใจ
8แชร์
365รับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      ซีพีเปิดตัว "ปลาหยก" ทำความรู้จักที่นี่ "ปลาหยก" คืออะไร ทำความรู้จักที่นี่ หลัง ซีพี เปิดตัวอย่างเป็นทางการคลิกอ่านด่วน ฐานเศรษฐกิจรวบรวมข้อมูลไว้ให้แล้ว
      แบรนด์ต้องรู้ โฆษณาด้วยตำแหน่ง Top Post ใครเห็นเป็นต้องคลิก ตำแหน่งโฆษณา Top Post เป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดใน Blockdit เหมาะสำหรับแบรนด์ธุรกิจ ที่ต้องการผลักดัน แบรนด์คอนเทนต์, แบรนด์แคมเปญ, แคมเปญการตลาด หรือข่าวประชาสัมพันธ์ ให้กลุ่มลูกค้าที่ใช้ Blockdit ได้เห็นอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ
      เกิดอะไรขึ้น แคปซูลกัมมันตรังสีหายที่ออสเตรเลีย อันตรายแค่ไหนถ้าหาไม่เจอ งานเข้าเต็มๆ สำหรับบริษัท ริโอ ตินโต ผู้ทำธุรกิจเหมืองรายใหญ่อันดับท็อปของโลก เมื่อผู้รับเหมาที่พวกเขาจ้าง ทำแคปซูลเงินบรรจุ ซีเซียม-137 ซึ่งเป็นสารกัมมันตภาพรังสีสูง สำหรับใช้ในอุปกรณ์ทำเหมือง หายระหว่างเดินทางข้ามทะเลทรายอันกว้างใหญ่ของรัฐเวสเทิร์น ออสเตรเลีย
      เจียไต๋หุ้นพุ่งกว่า 200% สูงสุดรอบ 7 ปี หลังข่าว ‘ธนินท์’ พบ ‘แจ็ค หม่า’ ราคาหุ้นเจียไต๋ทะยาน 251.88% ทำนิวไฮรอบ 7 ปี หลังสื่อฮ่องกงตีข่าวเจ้าสัวธนินท์พบแจ็ค หม่า ที่ฮ่องกงช่วงตรุษจีน
      ดูทั้งหมด