29 ก.ย. 2022 เวลา 12:00 • ประวัติศาสตร์
มาทำความรู้จัก “อิโมจิตัวแรกของโลก” 😀🌎 กันเถอะ!
Illustrated Image by rawpixel.com
เชื่อว่าทุกวันนี้คงแทบจะไม่มีใครที่ไม่เคยใช้เจ้าตัวอีโมจิหน้าเหลืองหลากหลายอารมณ์พวกนี้เวลาคุยแชทไม่ว่าจะในไลน์ เฟสบุ๊ค อินสตาแกรม หรือทวิตเตอร์เป็นแน่
แต่ยังจำกันได้อยู่หรือเปล่าว่า ‘อิโมจิตัวแรก’ ที่เปิดตัวออมาให้พวกเราใช้มีหน้าตาแบบไหน แล้วกว่าจะมาเป็นอิโมจิหลายพันกว่าตัวในทุกวันนี้มันมีจุดเริ่มต้นมาจากไหน…
วันนี้เรามาไขข้อสงสัยไปพร้อมกันดีกว่าค่ะ :-)
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 19 กันยายน 1982 ณ เวลา 11:44 น.
สก็อตต์ ฟาห์ลแมน (Scott Fahlman) ได้สร้างประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ของโลก ด้วยการพิมพ์เครื่องหมายวรรคตอน 3 ตัวติดต่อกันลงบนกระดานข่าวออนไลน์ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง
มันเป็นสัญลักษณ์ที่เริ่มต้นด้วยเครื่องหมายโคลอน พิมพ์ตามมาด้วยเครื่องหมายขีด และปิดท้ายด้วยเครื่องหมายวงเล็บ ประกอบร่างมาเป็นเจ้าอิโมติคอนหน้ายิ้ม “ :-) ” ที่หลายคนคงเห็นผ่านตา
และเจ้าใบหน้ายิ้ม “:-)” นี้เอง ที่ได้รับการบันทึกสถิติจากกินเนสส์บุ๊ก (Guinness World Records) ให้เป็น ‘อิโมติคอนดิจิทัลตัวแรกของโลก’ รวมถึงเป็นจุดเริ่มต้นของความพยายามในการหาทางแก้ปัญหาที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตคุ้นเคยกันดี นั่นคือ ‘Connveying Sarcasm Online’ หรือ ‘การเสียดสีทางออนไลน์’ นั่นเอง
เมื่อมีคนบางคนตั้งใจพูดอะไรบางอย่างเพื่อประชดประชัน ในบรรดาผู้อ่านหลายคนนั้น อาจมีอยู่คนหนึ่งที่ไม่เข้าใจมุกตลก และตอบโต้ด้วยความโกรธ และในไม่ช้าการโต้แย้งต้นเรื่องก็จะหายไป และกลับกลายไปเป็นการถกเถียงของทุกคนในสังคมออนไลน์แทน
เวลาที่คุณพิมพ์ข้อความในอินเทอร์เน็ต ผู้คนจะไม่มีทางรับรู้ว่าคุณกำลังล้อเล่นอยู่หรือไม่ เพราะข้อความเหล่านั้นไม่มีภาษากายหรือแม้แต่การแสดงออกทางสีหน้า
สก็อตต์ ฟาห์ลแมน
ตั้งแต่วันนั้นก็นับเป็นเวลา 40 ที่อิโมติคอน หรือที่กลายมาเป็น ‘อิโมจิ’ ในปัจจุบัน กลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในบทสนทนาของโลกออนไลน์ รวมไปถึงออฟไลน์ในบางครั้ง
Image by rawpixel.com
ปัจจุบันมีอิโมจิมากกว่า 3,600 ตัวให้พวกเราได้เลือกใช้ในการแสดงออกทางอารมณ์ และพวกมันก็ช่วยแก้ปัญหาที่ฟาห์ลแมนกล่าวถึงข้างต้นได้เป็นอย่างดี
พวกมันช่วยทำให้ข้อความของเรามีความรู้สึกที่ลึกซึ้งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น อิโมจิโบกมือ (👋) ทำหน้าร้องไห้ (😭) หรือเจ้าอีโมจิใส่แว่นทำหน้าตาช่างสงสัย (🤓)
พวกมันช่วยแสดงออกในสิ่งที่บางครั้งก็กลั่นออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ มันช่วยทำให้เรากระจ่างว่า ในตอนที่เราพูดแค่คำว่า ‘โอเค’ นั้น เป็นคำว่า ‘โอเค’ แบบไหน อยู่ในอารมณ์ไหนกันแน่ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราทุกคนทำกันอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่รู้ตัวในบทสนทนาที่พูดคุยกันต่อหน้า
เจนนิเฟอร์ แดเนียล (Jennifer Daniel) หัวหน้าคณะอนุกรรมการ Emoji ของ Unicode Consortium
จากเครื่องหมายวรรคตอนเพียง 3 ตัวบนบอร์ดโรงเรียนในวันนั้น นำมาสู่ความพยายามระดับโลก ในการขยายรูปแบบการแสดงออกทางสีหน้าในโลกดิจิทัลที่ยังคงไม่หยุดพัฒนาแม้จะผ่านมานับทศวรรศแล้วก็ตาม…
"The 40-year evolution from :-) to 😂 "
วิวัฒนาการกว่า 40 ปี “จากอิโมจิ :-) ในวันนั้น สู่ 😂 ในวันนี้
ใช้เวลาไม่นานนัก อิโมติคอนแบบดั้งเดิมที่เกิดจากการผสมเครื่องหมายวรรคตอนต่างๆก็แพร่หลายและมีให้เลือกใช้มากขึ้น แต่ต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าที่อิโมจิจะได้รับความสนใจในสหรัฐอเมริกา
ในช่วงกลางศตวรรษ 1990 บริษัทในญี่ปุ่นเริ่มใส่รูปหัวใจสีดำ (🖤) ลงในเพจเจอร์ และไม่กี่ปีถัดมาก็มีการปล่อยอีโมจิกว่า 90 ตัวให้ผู้คนได้ดาวน์โหลดไปใช้กัน แต่ก็ยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก
จนกระทั่งในปี 2011 Apple ก็ได้เพิ่ม ‘คีย์บอร์ดอิโมจิ’ อย่างเป็นทางการนอกญี่ปุ่น ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของการใช้งานที่แพร่หลายภายในสหรัฐอเมริกา
และต่อมาในปี 2015 อิโมจิหน้ายิ้มพร้อมน้ำตา (😂) ก็ได้รับการเสนอชื่อให้เป็น ‘คำแห่งปี’ ของ Oxford Dictionary และก็ยังคงนับเป็นอิโมจิที่ได้รับความนิยมมาจนกระทั่งในปัจจุบัน
คำศัพท์น่ารู้ 🇺🇸✏️
evolution (n.) วิวัฒนาการ
sarcasm (n.) การเสียดสี
sarcastic (adj.) ประชดประชัน
facial expression (n.) การแสดงออกทางสีหน้า
catch on (phrv) ได้รับความนิยม / กลายเป็นที่รู้จัก
.
.
ใครสนใจอ่านเนื้อหาละเอียดจัดเต็มจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ตามไปอ่านได้ที่นี่เลยนะคะ 🤓 :
โฆษณา