1 ต.ค. 2022 เวลา 05:48 • ไลฟ์สไตล์
คิดบวกคือ Skill ไม่ใช่โลกสวย
ในสังคมที่มีความหลากหลาย เช่น เพศ เชื้อชาติ และศาสนา ต่างคนต่างมีหน้าที่รับผิดชอบมีคนที่รักให้ต้องรับผิดชอบดูแล มีความรู้สึกเพื่อที่จะได้รัก มีความเหงาเป็นเพื่อนแท้ หลายคนตอนแรกเป็นคนปกติ ต่อมากลายเป็นคนป่วยด้วยโรคซึมเศร้า เพราะโลกเปลี่ยนไปสู่ยุคดิจิตอล การแข่งขันมากขึ้น คนอยู่กับมือถือมากขึ้น คุยกันน้อยลง มีปฏิสัมพันพันธ์กันน้อยลง ต่างกันต่างคิด ต่างคนต่างมุมมอง แม้มีคนรอบกายแต่หลายครั้งเชื่อว่าบางคนยังรู้สึกโดดเดียว
ความเหงาในเมืองใหญ่
การคิดบวก หรือ คิดลบ จริง ๆแล้วเป็นแค่สถานะหนึ่งในใจเราที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนอยู่ที่เรา Focus กับสิ่งเร้านั้นแค่ไหน ส่วนมากคิดลบ มักมาจากอารมณ์มากกว่าเหตุผล ส่วนการคิดบวกคือการคิดเชิงเหตุผล แต่โดยธรรมชาติของมนุษย์การคิดด้วยอารมณ์มันง่ายกว่า เพราะเราไม่ต้องใช้ความคิดเยอะไม่ต้องใช้ตรรกะ บางครั้งเราไม่มีเวลาเพียงพอที่จะตัดสิน เช่น เราเห็นผู้ชายทำร้ายผู้หญิง เราตัดสินใจได้เลยว่าผู้หญิงถูกรังแก จริง ๆแล้วผู้หญิงคนนั้นอาจขโมยกระเป๋าผู้ชายคนนั้นก็ได้
เรามักใช้ประสบการณ์ที่เราเคยเจอตัดสินใจบางครั้งก็ผิด บางครั้งก็ถูก ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของเรานั้นเอง เพราะฉะนั้น การคิดบวกจึงต้องผ่านการฝึกฝน ทำซ้ำ ๆจนเป็นนิสัย ไม่ใช่เราอยากจะคิดบวกก็คิดได้เลย เพราะสุดท้ายเราก็จะเอาอารมณ์และประสบการณ์มาตัดสินใจอยู่ดี การคิดบวกคือทักษะ ที่เราต้องฝึกฝนจิตใจ ฝึกใจให้มีเมตตา ฝึกเอาใจเขามาใส่ใจเรา ฝึกคิดด้วยเหตุผล อย่าด่วนตัดสินใจใคร เจออะไรให้มองบวกไว้ก่อน แล้วค่อยใช้เหตุผล Support เพื่อการตัดสินใจอีกครั้ง การใจดีกับทุกอย่างไม่ใช่การคิดบวกแต่เป็นการคิดแบบคนโลกสวย
เห็นคุณค่าของจิตใจ
คนคิดบวก คือ กลุ่มคนที่พัฒนาความคิดและทักษะ คำนึงถึงความเป็นจริงเป็นหลัก อาจมีมุมเพ้อฝันบ้างแต่ก็ยังอยู่ในความสมเหตุสมผล พยายามเข้าใจในสาเหตุของปัญหานั้น ๆ แล้วหาวิธีแก้ไขหรือมีความเห็นกับสิ่งนั้นในเชิงบวก
คนโลกสวย คือ คนที่มองโลกในแง่ดีจนเกินไป จนขาดความระมัดระวัง หรือผิวเผินจนละเลยด้านมึดด้านสว่าง เช่น การอ้างคุณธรรม วัฒนธรรมประเพณี คนห่มจีวรทุกคนคือพระสงฆ์เราต้องกราบไหว้บูชา ใครไม่ทำตามถือว่าบาป แต่ไม่ได้ใช้ทักษะในการสังเกตหรือใช้เหตุผลในการสรุปเรื่องราว ซึ่งในสังคมปัจจุบัน คนที่แอบอ้างเป็นพระสงฆ์ก็มีมากมาย
การฝึกมองโลกในมุมบวกช่วยพัฒนาตัวเราเองและการอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างมีคุณภาพ ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ และไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ เราทุกคนต่างมีความสามารถและจุดเด่นแตกต่างกัน อย่าไปเสียเวลาเปรียบเทียบจุดอ่อนเรากับจุดแข็งคนอื่น เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณสามารถพัฒนาจุดอ่อนตัวเองให้ขึ้นมาเป็นจุดธรรมดาได้ และก้าวผ่านมันจนกลายเป็นจุดแข็ง คุณจะชนะใจตัวเอง และชีวิตจะดึงดูดสิ่งดี ๆที่คู่ควรกับคุณเข้ามา ใคร ๆก็อยากคบค้ากับคุณและอยากร่วมงานกับคุณแน่นอน
คิดบวกไว้ก่อน
Credit ภาพจาก iStock
โฆษณา