10 ต.ค. 2022 เวลา 15:20 • หนังสือ
คุณอยากรู้สึกแบบนี้ไหม? นอนหลับได้อย่างสุขสบายในตอนกลางคืนและไร้ความกังวลในเรื่องการเงิน
สรุปหนังสือ The Psychology of Money ตอนที่ 21
ในสัปดาห์ที่แล้ว แอดก็ได้เล่าถึงบทที่ 19 ของจิตวิทยาว่าด้วยเงินไปแล้ว นั่นคือเรื่องของ “เอาเรื่องทั้งหมดมาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน” ค่ะ
ในสัปดาห์นี้ แอดก็จะมาเล่าต่อในบทที่ 20 ว่าด้วยเรื่องของ “คำสารภาพ” เนื้อหามีดังนี้
Topic:
1) สิ่งที่ใครบางคนแนะนำให้คุณทำ กับ สิ่งที่พวกเขาทำกับตัวเอง
2) ครอบครัวของผมคิดอย่างไรกับเรื่องของการออมเงิน
3) 3 เทคนิค วิธีบริหารการเงินส่วนบุคคลในสไตล์ของมอร์แกน เฮาเซิล [ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้]
4) ครอบครัวของผมคิดอย่างไรกับเรื่องของการลงทุน
พร้อมจะเข้านอนอย่างสบายไร้กังวลเรื่องเงินกันหรือยังคะ?
เฮาเซิลบอกว่า...
สิ่งที่ใครบางคนแนะนำให้คุณทำกับสิ่งที่พวกเขาทำกับตัวเองนั้น มันเป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่าในเวลาที่ต้องรับมือกับอารมณ์และประเด็นปัญหาอันซับซ้อนที่ส่งผลกระทบกับคุณและครอบครัวของคุณ มันไม่ได้มีคำตอบที่ถูกต้องแค่เพียงคำตอบเดียว
มันไม่มีความจริงแท้ที่เป็นสากล มันมีแต่สิ่งที่ใช้ได้สำหรับคุณและครอบครัวของคุณ ทำเครื่องหมายในช่องที่คุณต้องการเพื่อที่จะทำให้คุณรู้สึกสบายใจและนอนหลับสนิทในเวลากลางคืน
มีหลักการพื้นฐานบางอย่างที่ต้องยึดถือ สิ่งนี้เป็นจริงทั้งในทางการเงิน แต่การตัดสินใจทางการเงินที่สำคัญนั้นไม่ได้ทำบนตารางทำงานหรืออยู่ในตำราเรียน พวกมันถูกทำบนโต๊ะอาหารค่ำ
พวกมันมักไม่ได้ทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนสูงสุด แต่ทำขึ้นเพื่อลดโอกาสในการทำให้คู่สมรสหรือลูกๆ ต้องผิดหวัง
สิ่งเหล่านี้นั้นยากต่อการสรุปออกมาเป็นแผนภาพหรือสูตรการคำนวณ และมันก็แตกต่างกันออกไปตามแต่ละบุคคล สิ่งที่ใช้ได้สำหรับคนหนึ่งอาจใช้ไม่ได้สำหรับอีกคน
คุณจำเป็นที่จะต้องค้นหาให้เจอว่าสิ่งใดคือส่ิงที่ใช่สำหรับคุณ
เฮาเซิลบอกว่า...ต่อไปนี้คือสิ่งที่ใช่สำหรับผม
อิสรภาพนั้นเป็นเป้าหมายทางการเงินส่วนตัวของผมเสมอมา ผมไม่ได้สนใจที่จะวิ่งไล่ผลตอบแทนสูงที่สุดหรือใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินของตัวเองเพื่อใช้ชีวิตอย่างหรูหราที่สุด
ส่วนใหญ่แล้วผมเพียงแค่ต้องการตื่นขึ้นมาทุกวันและรู้ว่าครอบครัวและผมสามารถที่จะทำอะไรก็ได้ตามใจเราต้องการ ทุกการตัดสินใจทางการเงินของเราหมุนรอบเป้าหมายนั้น
สำหรับผมแล้วอิสรภาพนั้นไม่ได้หมาายถึงการที่คุณจะต้องหยุดทำงาน มันหมายความว่าคุณทำเพียงแค่งานที่คุณชอบ กับผู้คนที่คุณชอบในเวลาที่คุณชอบ นานตราบเท่าที่คุณต้องการ
อิสรภาพนั้นขับเคลื่อนด้วยอัตราการออมเงินของคุณ และเมื่อคุณก้าวผ่านรายได้ระดับหนึ่งไปแล้ว อัตราการออมเงินของคุณจะถูกขับเคลื่อนโดยความสามารถของคุณในการรักษาระดับไลฟ์สไตล์ไม่ให้หนีไปไหน
let's go
เฮาเซิลเล่าว่า...
ผมและภรรยาพบกันที่มหาวิทยาลัยและย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันหลายปีก่อนที่เราทั้งคู่จะแต่งงาน หลังจากที่เรียบจบ เราทั้งสองคนได้งานในระดับเริ่มต้น ได้รับค่าจ้างระดับเริ่มต้น และมีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในระดับพอประมาณ
ด้วยระดับรายได้ของเรา เราได้สิ่งที่เราคิดว่าเป็นอพาร์ตเมนต์ที่เหมาะสม รถที่เหมาะสม เสื้อผ้าที่เหมาะสม อาหารที่เหมาะสม สะดวกสบายแต่ไม่มีอะไรที่ใกล้เคียงกับคำว่าหรูหรา
แม้ว่าเราจะมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นมากกว่าทศวรรษ (ตัวผมอยู่ในสายงานการเงิน ภรรยาอยู่ในสายงานสุขภาพ) เราก็ยังคงรักษาไลฟ์สไตล์ให้ไม่มากหรือไม่น้อยไปกว่าเดิมนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
สิ่งนี้ผลักดันอัตราการออมเงินของเราให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เงินแทบจะทุกดอลลาร์ที่เพิ่มขึ้นมานั้นถูกสะสมไปเป็นเงินออมหรือก็คือ “กองทุนเพื่ออิสรภาพ” ของเรา
ตอนนี้เราใช้ชีวิตต่ำกว่าฐานะของพวกเราอย่างมาก ซึ่งมันแทบจะไม่ได้บอกอะไรคุณเลยเรื่องรายได้ของเรา แต่มันบอกคุณเกี่ยวกับเรื่องของการตัดสินใจในการรักษารูปแบบการใช้ชีวิตที่พวกเราสร้างขึ้นในช่วงอายุ 20 ปี
ตอนที่เราซื้อบ้าน อัตราสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยนั้นต่ำอย่างน่าเหลือเชื่อ ไม่ว่าที่ปรึกษาทางการเงินที่มีเหตุผลคนไหนก็จะแนะนำให้ใช้ประโยชน์จากเงินราคาถูกนี้เพื่อนำเงินส่วนเกินไปลงทุนในทรัพย์สินที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น หุ้น
แต่เป้าหมายของเรานั้นไม่จำเป็นจะต้องเป็นตรรกะที่ตรงไปตรงมาเช่นนี้แค่มันมีเหตุผลทางใจก็เพียงพอ
ความรู้สึกเป็นอิสระที่ผมได้รับจากการได้เป็นเจ้าของบ้านนั้นมากเกินกว่าผลกำไรทางการเงินที่ผมจะได้รับจากการใช้ประโยชน์ของสินเชื่อบ้านราคาถูกที่ได้มาจากทรัพย์สินของเรา
การกำจัดค่าใช้จ่ายรายเดือนออกไปนั้นให้ความรู้สึกที่ดีกว่าการเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินของเราให้สูงที่สุดในระยะยาว มันทำให้ผมรู้สึกเป็นอิสระ
การตัดสินใจที่ดีนั้นไม่ได้เป็นเหตุเป็นผลเสมอไป ในบางเวลาคุณจำเป็นต้องเลือกระหว่างการเป็นคนมีความสุขหรือการเป็นคน “ถูก”
เรายังเก็บรักษาสินทรัพย์ในรูปเงินสดเอาไว้ในเปอร์เซ็นต์ที่สูงกว่าคำแนะนำของที่ปรึกษาทางการเงินส่วนใหญ่ซึ่งอยู่ราวๆ 20% ของสินทรัพย์นอกเหนือจากมูลค่าบ้านของเรา
สาเหตุที่เราทำเช่นนี้ก็เพราะเงินสดนั้นเป็นเหมือนกับออกซิเจนของอิสรภาพ และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ เราไม่ต้องการถูกบังคับให้ขายหุ้นที่เราเป็นเจ้าของ
เราต้องการความเป็นไปได้ในการเผชิญหน้ากับรายจ่ายก้อนใหญ่ และจำเป็นที่จะต้องขายหุ้นออกมาเพื่อจ่ายค่าใช้จ่ายเหล่านั้นให้ใกล้เคียงเลขศูนย์มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
เฮาเซิลเล่าว่า...
ผมเริ่มต้นอาชีพในฐานะของนักเลือกหุ้น ณ เวลานั้นเราเป็นเจ้าของหุ้นรายตัว ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นหุ้นบริษัทขนาดใหญ่อย่างเบิร์กไชร์ แฮทาเวย์ และพรอกเตอร์ แอนด์ แกมเบิล ผสมกับหุ้นที่มีขนาดเล็กกว่า
ผมพิจารณาการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ย้อนกลับไปในช่วงอายุ 20 ไม่ว่าจะเป็นตอนไหน ผมก็ถือหุ้นราว 25 ตัว
ผมไม่รู้ว่าผลงานของผมในฐานะของนักเลือกหุ้นนั้นเป็นอย่างไร ผมชนะตลาดได้หรือเปล่า? ผมไม่แน่ใจเลย ผมไม่ได้จดบันทึกเอาไว้เช่นเดียวกับที่คนส่วนใหญ่เคยลองพยายามที่จะทำ
ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด มุมมองของงผลเปลี่ยนแปลงไปและในปัจจุบันหุ้นทุกตัวที่เราเป็นเจ้าของนั้นเป็น “กองทุนหุ้นดัชนีต้นทุนต่ำ”
ผมไม่ได้ต่อต้านการคัดกรองหุ้นอย่างแข็งขัน ไม่ว่าจะด้วยตัวคุณเองหรือโดยการส่งเงินไปให้ผู้บริหารจัดการกองทุนแบบเชิงรุก ผมคิดว่าบางคนก็สามารถที่จะทำผลงานได้ชนะค่าเฉลี่ยของตลาด
แต่มันก็เป็นเรื่องที่ยากมาก และยากมากกว่าที่คนทั่วไปคิด (สถิติแสดงให้เห็นว่า 85% ของผู้บริหารกองทุนเชิงรุกขนาดใหญ่นั้นไม่สามารถเอาชนะดัชนีเอสแอนด์พี 500 มามากกว่าทศวรรษ ในตอนสิ้นสุดปี 2019)
หากต้องสรุปมุมมองของผมที่มีต่อการลงทุน มันก็คือ...
นักลงทุนทุกๆ คนควรที่จะเลือกกลยุทธ์ที่มีโอกาสประสบความสำเร็จสูงที่สุดในการบรรลุเป้าหมายของพวกเขา
และผมคิดว่าสำหรับนักลงทุนส่วนใหญ่แล้ว การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (dollar-cost averaging) ในกองทุนดัชนีต้นทุนต่ำนั้นจะมีโอกาสประสบความสำเร็จในระยะยาวสูงที่สุด
เฮาเซิลเล่าต่อไปว่า...
เราลงทุนเงินที่ได้จากเช็คเงินเดือนทุกฉบับในกองทุนดัชนีเหล่านี้ผสมกันระหว่างหุ้นสหรัฐกับหุ้นต่างประเทศ มันไม่มีการตั้งเป้าหมาย มันคือเงินจำนวนเท่าใดก็ได้ที่เหลืออยู่หลังจากการใช้จ่ายของเรา
เราลงทุนสูงสุดในบัญชีเพื่อการเกษียณในกองทุนเดียวกันนี้ และจ่ายเงินอุดหนุนกองทุนการออมเพื่อการศึกษาแผน 529 (529 college savings plan) สำหรับลูกๆ ของเรา
และมันก็มีอยู่เท่านี้ ความมั่งคั่งสุทธิของเราทั้งหมดคือ บ้าน บัญชีเงินฝากที่รองรับการจ่ายเช็คเงินสด และกองทุนดัชนีของแวนการ์ดบางกองทุน
สำหรับเราแล้ว มันไม่จำเป็นที่จะต้องมีความซับซ้อนมากไปกว่านี้ ผมชอบทำให้มันเรียบง่าย
กลยุทธ์การลงทุนของผมขึ้นอยู่กับ
1.อัตราการออมเงินที่สูง
2.ความอดทน
3.การมองโลกในแง่ดีว่าเศรษฐกิจโลกจะสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นในหลายทศวรรษข้างหน้า
ผมใช้เวลาในการลงทุนแทบทั้งหมดเพื่อคิดถึง 3 สิ่งนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 2 สิ่งที่ผมสามารถควบคุมได้
ผมเคยเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนมาแล้วในอดีต ดังนั้นแน่นอนว่ามันมีโอกาสที่ผมจะเปลี่ยนมันอีกในอนาคต
และไม่ว่าเราจะออมเงินหรือลงทุนอย่างไรก็ตาม ผมมั่นใจว่าเราจะมีเป้าหมายเพื่ออิสรภาพอยู่เสมอ และเราก็จะทำทุกอย่างเพื่อที่เราจะนอนหลับได้อย่างสุขสบายในเวลากลางคืน
เราคิดว่านี่คือเป้าหมายสูงสุด คือความเชี่ยวชาญในเรื่องจิตวิทยาการเงิน
ไม่ว่าคุณจะออมเงินหรือลงทุนอย่างไรก็ตาม จงมีเป้าหมายเพื่ออิสรภาพ และนอนหลับได้อย่างสุขสบายในเวลากลางคืน
- มอร์แกน เฮาเซิล
จบแล้วค่ะ 20 บทสำหรับเรื่องราวของหนังสือที่มีชื่อว่า "จิตวิทยาว่าด้วยเงิน"
สำหรับใครที่สนใจเรื่องการบริหารการเงินส่วนบุคคล ก็รอติดตามต่อได้ในหนังสือเล่มถัดไปค่ะ จะเป็นเล่มไหน เล่มที่คุณอยากอ่านอยู่พอดีหรือเปล่า ก็รอลุ้นกันนะคะ
โฆษณา