Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สยามเทศะ โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
•
ติดตาม
5 พ.ย. 2022 เวลา 00:00 • ประวัติศาสตร์
ยี่สารในอดีต
กำเนิดยี่สาร
บ้านยี่สารเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนในเขตทะเลตมรอบอ่าวไทย เรื่องเล่าถึงกำเนิดชุมชนผูกพันกับตำนานพ่อปู่ศรีราชา เล่ากันว่ามีคนจีนสามพี่น้องล่องเรือสำเภามาค้าขาย พี่คนโตชื่อ จีนเครา คนรองชื่อ จีนขาน คนสุดท้องชื่อ จีนกู่ เมื่อสามพี่น้องแล่นเรือมาจนถึงบริเวณเขายี่สาร เรือสำเภาได้พุ่งชนเขาจนเรือแตก
พี่น้องสามคนพลัดจากกัน พี่คนโตที่ชื่อจีนเคราไปอยู่ที่ เขาตะเครา คนรองคือจีนขานอยู่ที่ เขายี่สาร ส่วนน้องคนเล็กหรือจีนกู่อยู่ที่ เขาอีโก้ ทั้งสามพี่น้องได้ตั้งบ้านเรือนอยู่ในที่ต่าง ๆ ทำให้เกิดเป็นหมู่บ้านอยู่สืบต่อกันมาจนทุกวันนี้
พ่อปู่ศรีราชา คือ วีรบุรุษท้องถิ่น เพราะมีเรื่องเล่าทำนองนี้หลายแห่งในละแวกเพชรบุรี สะท้อนให้เห็นกลุ่มคนจีนที่เข้ามาตั้งหลักแหล่งบริเวณชุมชนชายฝั่งทะเล สัมพันธ์กับการเดินทางด้วยเรือสำเภา นับเป็นตำนานที่มีอิทธิพลต่อชาวยี่สารทั้งในเรื่องตัวตนความเป็นมาและระบบความเชื่อ
ศาลพ่อปู่ศรีราชา ศูนย์กลางความเชื่อและจิตวิญญาณของคนยี่สาร
และจากหลักฐานทางโบราณคดี สรุปได้ว่ามีการอยู่อาศัยของผู้คนตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๙ จนถึงปัจจุบัน ในช่วงเวลาไม่ต่ำกว่า ๗๐๐ - ๘๐๐ ปี โดยไม่ขาดตอนหรือมีการทิ้งร้างแต่อย่างใด
ยี่สารในฐานะชุมชนการค้า
ชื่อ ยี่สาร น่าจะเป็นร่องรอยบอกลักษณะการดำรงชีวิตของผู้คนในอดีต ยี่สาน หรือ ยี่ส่าน สันนิษฐานว่ามาจากคำว่า ปสาน ซึ่งยืมภาษาเปอร์เซีย คือ บาซาร์ มาใช้เรียกตลาด ดังนั้น ชุมชนยี่สารในอดีตคงเกี่ยวข้องกับการค้าอย่างใดอย่างหนึ่ง
แต่สำหรับชุมชนยี่สารในปัจจุบัน คำว่า ยี่สาน ไม่ได้ใช้หรือรับรู้กันโดยทั่วไปในความหมายว่าตลาด ทั้งชื่อบ้านยี่สาร ใช้ตัวสะกด " ร " แทน " น " ได้กลายเป็นชื่ออย่างเป็นทางการไป จนทำให้เกิดความเข้าใจความหมายผิดไปมาก
บ้านยี่สารน่าจะมีการค้ามาตั้งแต่แรก จากข้อมูลทางโบราณคดีแสดงให้เห็นว่า มีการใช้ภาชนะจากแหล่งเตาทุกแห่งที่มีการผลิตเพื่อขาย ได้แก่ สุพรรณ สุโขทัย ศรีสัชนาลัย เชียงใหม่ ลำพูน สิงห์บุรี จีน เวียดนาม ญี่ปุ่น โดยผ่านการค้าที่กรุงศรีอยุธยาอีกทีหนึ่ง ยืนยันได้ว่ามีการค้าเกิดขึ้นระหว่างบ้านยี่สารกับเมืองหลวงที่กรุงศรีอยุธยา
ในภูมิสถานกรุงศรีอยุธยา สินค้าของชาวยี่สารที่นำไปขายท้ายวัดพนัญเชิง คือ กะปิ น้ำปลา ปูเค็ม ปลากะพง ปลาคุเรา ปลาทู ปลากะเบนย่าง ซึ่งเป็นสินค้าแปรรูปและของแห้ง เพราะยี่สารไม่ใช่ชุมชนประมงชายฝั่ง แต่รับซื้อสินค้าจากทะเลมาผลิตอีกต่อหนึ่ง รวมทั้งผลิตปูนหอยหรือปูนขาวที่ทำจากเปลือกหอยแครง เป็นสินค้าอีกอย่างหนึ่งด้วย
ลักษณะทำการค้าของชาวยี่สาร บ่งถึงกลุ่มคนที่ทำการค้าชนิดนี้ว่าน่าจะเป็นชาวจีนหรือผู้คนที่มีเชื้อสายจีน ชำนาญในการประมง การแปรรูป ทำปูนขาวจากเปลือกหอย และไม่กังวลกับการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ทั้งอาจผสมผสานกับกลุ่มคนท้องถิ่นที่ชำนาญในการเดินเรือ
การเปลี่ยนแปลงเส้นทางข้ามคาบสมุทรไปสู่เมืองมะริดและเลิกเดินเรือสำเภาเลียบชายฝั่งหลังเสียกรุงศรีอยุธยา รวมทั้งการผลิตสมัยต้นรัตนโกสินทร์เปลี่ยนเป็นการผลิตเพื่อส่งออก ทำให้เมืองเพชรบุรีหมดความสำคัญลง ยี่สารซึ่งอยู่ในเส้นทางระหว่างเพชรบุรีและแม่กลองหมดความสำคัญไปด้วย
แม้มีการขุดคลองบางลี่และคลองลัดยี่สารเพื่อสะดวกแก่การคมนาคมขนส่งผลผลิตจากเพชรบุรีสู่ภายนอกก็ตาม แต่ก็เป็นไปในช่วงเวลาสั้นๆ เพราะรถไฟสายกรุงเทพฯ - เพชรบุรี ได้ทำหน้าที่แทนแม่น้ำลำคลองต่างๆ
บ้านยี่สารได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง จนไม่สามารถทำการค้าได้ดีเท่าในอดีต อาจเพราะมีคู่แข่งสินค้าอย่างเดียวกันหรือไม่สามารถแข่งขันกับแหล่งการค้าขนาดใหญ่ เช่น ที่แม่กลองได้ ทำให้อาชีพทางค้าขายเปลี่ยนเป็นการหาอยู่หากิน ส่งฟืนเข้าเมืองหลวงเหมือนชุมชนในเขตทะเลตมทั่วไป จนความรุ่งเรืองเนื่องจากการเป็นชุมชนการค้าค่อยๆ เลือนหายไปจากความทรงจำของผู้คน
ยี่สารในเส้นทางคมนาคมและการท่องเที่ยวโบราณ
ยี่สาร เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางผ่านไปสู่เมืองเพชรบุรีและหัวเมืองทางชายฝั่งตะวันตกของเทือกเขาตะนาวศรี ซึ่งเป็นเมืองสำคัญสำหรับการเดินทางและการค้าข้ามคาบสมุทรตอนบนสุดที่ต่อกับผืนแผ่นดินภายใน โดยใช้เส้นทางน้ำลัดเลาะสู่เมืองเพชรบุรี แล้วเปลี่ยนมาเดินทางบก ข้ามช่องเขาของเทือกเขาตะนาวศรีสู่เส้นทางน้ำสายในจนถึงชายฝั่งเมืองท่ามะริด เพื่อต่อเรือไปชายฝั่งเบงกอลหรือเมืองท่าในมหาสมุทรอินเดีย
หรือหากเดินเรือเลียบชายฝั่งจากหัวเมืองทางแหลมมลายูต้องผ่านชายฝั่งเมืองกุยแถบสามร้อยยอด เมืองปราณ ชะอำ เหนือขึ้นไป คือ เมืองเพชรบุรี ผ่านยี่สาน แม่กลอง ท่าจีน จากนั้นจึงถึงปากน้ำเจ้าพระยา ทั้งหมดเป็นปัจจัยที่เกิดจากเศรษฐกิจการค้าโพ้นทะเลของกรุงศรีอยุธยาและกรุงรัตนโกสินทร์ บริเวณทะเลตมและชายฝั่งทะเล
บริเวณนี้ เป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวพักผ่อนที่นิยมสำหรับพระมหากษัตริย์ ชาวต่างประเทศ กุฎุมพี เช่น รัชกาลสมเด็จพระนเรศวรและสมเด็จพระเอกาทศรถ เสด็จประพาสเมืองเพชรบุรีไปจนถึงสามร้อยยอด ตั้งพระตำหนักแถบฝั่งมหาสมุทรเที่ยวทรงเบ็ดในทะเลลึก แล้วไปสร้างพระตำหนักที่ตำบลโตนดหลวง เพื่อประพาสทะเลต่อรวมเวลากว่า ๑ เดือน จึงเสด็จเข้าเมืองเพชรบุรี
สมเด็จพระเจ้าเสือและสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระเสด็จประพาสทรงเบ็ด หนึ่งในทั้งสองพระองค์นั้นน่าจะเป็นผู้สร้างพระตำหนักไว้ที่วัดคุ้งตำหนัก ใกล้ปากอ่าวบางตะบูน
เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยฯทรงประชวร ได้เสด็จมาพักผ่อนที่ชายหาดบ้านบางทะลุ เหนือตำบลโตนดหลวงราว ๑๕ กิโลเมตร ภายหลังพระองค์พระราชทานนามใหม่เป็น หาดเจ้าสำราญ
นิราศเมืองเพชร สุนทรภู่บรรยายการเดินทางจากเมืองหลวงลัดเลาะเข้าลำคลองไปสู่เมืองเพชรบุรี ท่านกล่าวถึงสิ่งที่พบเห็นรวมทั้งสภาพนิเวศน์ที่อุดมสมบูรณ์ของเขตป่าชายเลนและชีวิตของผู้คนไว้ได้อย่างถี่ถ้วน
ราวปลายรัชกาลที่ ๔ ต่อเนื่องจนถึงต้นรัชกาลที่ ๕ เมืองเพชรบุรีเป็นที่นิยมสำหรับชาวยุโรปซึ่งอาศัยอยู่ในบางกอก เป็นสถานที่สำหรับเปลี่ยนอากาศหรือตากอากาศยามหน้าร้อน
ในนิราศยี่สารของ ก . ศ . ร . กุหลาบ เขียนขึ้นเมื่อ พ . ศ . ๒๔๒๒ นายกุหลาบมาท่องเที่ยวตากอากาศและไหว้พระที่เขายี่สารพร้อมบุตรสาว
ดังนั้น ยี่สารซึ่งตั้งอยู่ระหว่างทางจากปากน้ำแม่กลองและปากน้ำเพชรบุรี จึงมีชื่อปรากฏในเอกสารและแผนที่โบราณสมัยอยุธยาและต้นรัตนโกสินทร์ เพราะเป็นชุมชนที่อยู่ในเส้นทางการเดินทางที่นักเดินทางสมัยโบราณรู้จักเป็นอย่างดี
การเดินทางสมัยโบราณ
เส้นทางจากกรุงศรีอยุธยาหรือกรุงเทพฯจะติดต่อหัวเมืองปากใต้หรือบ้านเมืองที่อยู่ใต้กรุงศรีอยุธยาลงมา โดยเฉพาะเพชรบุรี สรุปได้ดังนี้
จากกรุงศรีอยุธยาหรือกรุงเทพมหานคร ใช้เส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยาตามเส้นทางเดิมหรือที่มีการขุดลัด แยกเข้าคลองบางหลวงหรือคลองบางกอกใหญ่ที่ฝั่งธนบุรี เลี้ยวเข้าคลองด่านหรือคลองมหาชัย ผ่านบางขุนเทียน จอมทอง ท่าข้าม แสมดำ แยกเข้าคลองโคกขามช่วงก่อนมีการขุดคลองมหาชัย ต่อกับคลองมหาชัยไปออกที่มหาชัยหรือเมืองท่าจีน แล้วข้ามแม่น้ำขึ้นเหนือ เข้าคลองสามสิบสองคุ้ง ต่อคลองสุนัขหอน ออกแม่น้ำแม่กลองขึ้นไปทางขวาแยกไปบางช้าง ราชบุรี กาญจนบุรีตามลำน้ำแม่กลอง
ส่วนแยกทางซ้ายออกทะเล ตัดออกปากอ่าวข้ามทะเลเข้าคลองช่อง ลัดตามคลองเส้นสายใน ผ่านคลองยี่สาร เข้าคลองบางตะบูน ผ่านวัดคุ้งตำหนัก เข้าคลองบางครกผ่านเขาตะเครา แล้วเข้าแม่น้ำเพชรบุรีสู่เมืองเพชรบุรี
ภายหลังเมื่อขุดคลองภาษีเจริญและคลองดำเนินสะดวกแล้ว มีเส้นทางสำหรับการเดินทางภายในที่รองรับความต้องการส่งผลผลิตเพื่อการส่งออก จากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าคลองบางกอกใหญ่ เข้าคลองภาษีเจริญมาออกแม่น้ำท่าจีนแถบอำเภอกระทุ่มแบน ตัดผ่านเข้าคลองดำเนินสะดวก
แล้วเลือกเข้าคลองวัดประดู่ ผ่านไปสู่คลองสายในเพื่อเข้าแม่น้ำเพชรบุรี หรือคลองบางลี่หรือที่เรียกภายหลังว่าคลองประชาชมชื่น ต่อกับคลองขุดยี่สาน ผ่านยี่สาน ออกบางตะบูน ลัดเลาะเข้าสู่แม่น้ำเพชรบุรีอีกทีหนึ่ง เป็นเส้นทางที่ชาวบ้านยี่สารต่อมาใช้ติดต่อกับทางอัมพวาหรือแม่กลองจนกระทั่งเลิกไปเมื่อมีการเดินทางบกที่สะดวกกว่า
อย่างไรก็ตาม นักเดินทางจะเลือกเดินทางเส้นใดก็แล้วแต่ความถนัดของผู้นำทาง ความชำนาญ รู้จักธรรมชาติน้ำขึ้นน้ำลง และขนาดของเรือโดยสารว่าเหมาะสมกับเส้นทางเช่นไร
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ พระราชทานเงินร่วมกับสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ( ช่วง บุนนาค ) ขุดคลองดำเนินสะดวกแล้ว สมเด็จเจ้าพระยาฯก็ร่วมเข้าทุนกันขุดคลองบางลี่จากเมืองสมุทรสงครามไปตกคลองยี่สาน และแก้คลองลัดยี่สานบางตะบูนอีกหนึ่งคลอง เมื่อราวเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๑๑ และทำการเปิดคลองเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม พ . ศ . ๒๔๑๒
ติดตามบทความ วิดีโอ และรายการต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่
- Official Web :
https://siamdesa.org
-
https://www.facebook.com/สยามเทศะ-โดยมูลนิธิเล็ก-ประไพ-วิริยะพันธุ์-323215901674254
-
https://www.youtube.com/user/lekprapai/featured
-
https://www.instagram.com/siamdesa_lekprapai/?hl=th
-
https://lek-prapai.org/home
-
https://www.blockdit.com/pages/60934dc31b39400c4b221773
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย