13 ต.ค. 2022 เวลา 09:43 • หุ้น & เศรษฐกิจ
อมรินทร์ซื้อ กิจการ Dek-D มูลค่า 204 ล้าน
เมื่อวานนี้ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ AMARIN ได้ประกาศเข้าซื้อกิจการ เด็กดี อินเตอร์แอคทีฟ จำกัด หรือ DDI เจ้าของเว็บไซต์ Dek-D
ในสัดส่วน 51% ด้วยมูลค่าเงินลงทุน 204 ล้านบาท
คิดเป็นมูลค่าทั้งกิจการ 400 ล้านบาท
1
ในปี 2564 AMARIN มีรายได้ 2,961 ล้านบาท กำไร 313 ล้านบาท มี 3 ธุรกิจหลัก ก็คือ
-ธุรกิจสิ่งพิมพ์และจัดจำหน่ายหนังสือ
-ธุรกิจผลิตสื่อทีวี
-ธุรกิจงานจัดแสดงและผลิตสื่อออนไลน์
ยกตัวอย่างแบบเป็นแบรนด์ ก็จะเป็นร้านหนังสือนายอินทร์ และแบรนด์นิตยาสารต่าง ๆ เช่น บ้านและสวน แพรว สุดสัปดาห์
ทั้งนี้ AMARIN ได้ให้เหตุผลว่าการเข้าไปลงทุนในเจ้าของเว็บไซต์ Dek-D ก็เพราะว่าบริษัทแห่งนี้มีธุรกิจที่ชัด ดำเนินกิจการมานาน 23 ปีแล้ว ที่สำคัญเลยคือมีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา โดย Dek-D มี 3 ธุรกิจหลัก แบ่งออกเป็น
1
-ธุรกิจการศึกษา เช่น การจัดอีเว้นท์ การจัดสนามสอบจำลองออนไลน์ ขายคอร์สติว
-ธุรกิจให้บริการคอนเทนต์นิยายผ่านแพลตฟอร์ม
-ธุรกิจสื่อโฆษณา
จากตรงนี้ จะเห็นได้ว่า Dek-D มีฐานลูกค้าอยู่ในกลุ่มวัยเรียน นักศึกษาเป็นหลัก
AMARIN ก็จะได้ฐานลูกค้า กลุ่มนี้ไปเลย
1
อีกเรื่องที่น่าสนใจก็คือการ Synergy ระหว่าง AMARIN กับ Dek-D ก็คือคอนเทนต์ “กลุ่มนิยาย” บน Dek-D ที่เป็นจุดเด่นของบริษัท และเป็นธุรกิจที่น่าจับตา
ซึ่งเห็นได้จากบริษัท เมพ คอร์ปอเรชั่น เจ้าของธุรกิจอีบุ๊ก meb และแพลตฟอร์มนักเขียน readAwrite มีผู้ใช้งานกว่า 5 ล้านบัญชีสามารถเติบโตแบบก้าวกระโดด จนบริษัทได้มีการยื่น IPO เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เร็ว ๆ นี้
ดังนั้น การเข้าซื้อ Dek-D จะไม่เพียงแต่ทำให้ AMARIN มีฐานลูกค้ามากขึ้นแต่จะทำให้บริษัทสามารถนำคอนเทนต์ฮิตใน Dek-D ไปต่อยอดได้อีก เช่น การนำนิยายไปจัดจำหน่ายผ่านได้ทั้งหน้าร้าน หรือแอปอีบุ๊กของ AMARIN เพิ่มเติม
แต่พอเป็นเรื่องของการเข้าซื้อกิจการ แน่นอนว่า Synergy อย่างเดียวไม่พอ
ก็ต้องมาดูด้วยว่าที่มูลค่ากิจการ 400 ล้าน AMARIN จะคุ้มไหม ?
เราก็อาจจะลองนำไปเทียบกับผลประกอบการของ Dek-D
1
ปี 2562 รายได้ 126 ล้านบาท ขาดทุน 14.4 ล้านบาท
ปี 2563 รายได้ 154 ล้านบาท กำไร 3.5 ล้านบาท
ปี 2564 รายได้ 192 ล้านบาท ขาดทุน 2.5 ล้านบาท
1
จะเห็นได้ว่ารายได้เติบโตตลอดช่วงที่ผ่านมา เฉลี่ยแล้ว 23% ต่อปี แต่ยังคงกำไรบ้าง ขาดทุนบ้าง
เหตุผลสำคัญก็น่าจะเป็นเพราะโควิด 19 ที่กระทบต่อธุรกิจกิจกรรมนอกบ้าน ทั้งการจัดอีเวนต์ และ กิจกรรมเกี่ยวกับการศึกษาออฟไลน์
รวมถึง ธุรกิจโฆษณา ที่ชะลอตัวลง จากการที่หลายบริษัทต้องรัดเข็มขัดในช่วงวิกฤติ
1
หมายความว่าหากสถานการณ์กลับมาเป็นปกติ Dek-D ก็น่าจะฟื้นตัวกลับมาเติบโต และสร้างกำไรต่อเนื่องได้ไม่ยาก
บวกกับหลังเข้าไปอยู่กับ AMARIN แล้ว หากบริษัทสามารถสร้าง Synergy กับ AMARIN ได้อีกก็น่าสนใจไม่น้อยเพราะเครือธุรกิจนี้ จะมีธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำ คือ กลุ่มนักเขียน ไปจนถึงช่องทางจัดจำหน่าย และ การร่วมทำโฆษณากับลูกค้า
เรียกได้ว่าเป็นอีกดีลการเข้าซื้อกิจการในอุตสาหกรรมสื่อ ที่น่าติดตามไม่น้อยเลยทีเดียว..
โฆษณา