17 ต.ค. 2022 เวลา 00:30 • ความคิดเห็น
การยอมในบางครั้งก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า
หลายคนคงเจอกับข่าวดราม่า เดี่ยว 13 ที่นำรัฐบาลไปพูดแซวและมีคนบางกลุ่มรู้สึกว่าไม่พอใจ และก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งกลับถูกอกถูกใจเป็นอย่างมาก
2
ล่าสุดเห็นข่าวออกมาบอกว่า บิ๊กป้อม บอกว่า “ผมตามดูคุณโน้ส มาตลอด ชื่นชมในความสามารถ ส่วนเรื่องวิจารณ์รัฐบาล เขาก็พูดมาทุกการแสดงเดี่ยว ในความคิดเห็นส่วนตัว คิดว่า เขาพูดเพื่อความบันเทิง คนดูก็มีวิจารณญาณในการฟังอยู่แล้ว ไม่ควรนำมาเป็นเรื่องราวไหญ่โตอะไร”
ซึ่งพอออกมาพูดแบบนี้ คอมเมนท์ ก็ออกแนวชื่นชม พลเอกประวิทย์ กันยกใหญ่
บางคนถึงขนาดบอกว่าเคยด่ามาตลอด วันนี้ยกให้วันหนึ่งขอไม่ด่าละกัน
2
เคสนี้ทำให้ผมนึกไปถึง เรื่องหนึ่งที่อ่านเจอจากหนังสือ The Power of Ignorance ของ Dave Trott ซึ่งพูดถึงเคสๆ หนึ่ง
ดึเตอร์ แรมส์ทำงานด้านออกแบบ ซึ่งของที่เขาออกแบบคือ เครื่องใช้ไฟฟ้าของบริษัท บราวน์ ซึ่งจะบอกว่าเขาเป็นผู้บุกเบิก เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ดูเรียบง่าย ดูดีก็พูดได้เต็มปาก ผลงานของเขาในช่วง 40 ปีมานี้เป็นที่ยอมรับไปทั่ว ถึงขนาดถูกจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์หลายต่อหลายแห่ง
แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ย่อมมีช่วงวิกฤตอยู่ครับ
มีอยู่ช่วงหนึ่งในช่วงระยะแรกที่เขาทำงานออกแบบเครื่องใช้ไฟฟ้า และยังไม่เป็นที่ยอมรับนัก เพราะในยุคนั้นคนยังไม่นิยม การออกแบบที่ดูเรียบง่ายแบบยุคนี้
ซึ่ง แรมส์ นั้นนอกจากจะรับงานในแล้ว ยังมีการรับงานนอกในการออกแบบ ด้าน ฟอร์นิเจอร์ ให้กับบริษัทอื่นๆด้วย
เมื่อเขาทำงานให้กับ 2 บริษัทไประยะหนึ่ง ตัวเขาเองก็เริ่มรู้สึกว่า การทำแบบนี้นั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเท่าไหร่นัก เขาจึงได้นำเรื่องที่เขารับงานนอกไปพูดเปิดอก กับเจ้าของบริษัทบราวน์โดยตรง
ซึ่งคำตอบที่ได้ นั้นทำมันกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นนักออกแบบมือดีอย่างในปัจจุบัน
เจ้าของบริษัทบราวน์ เมื่อได้ฟังคำสารภาพของ แรมส์ นั้น นอกจากจะไม่โมโห แล้วยังกล่าวชื่นชม แรมส์อีกต่างหาก
สาเหตุนั่นก็เป็นเพราะว่า เขาคิดว่า การที่แรมส์ ออกแบบฟอร์นิเจอร์ที่มีสไตล์เดียวกันกับ เครื่องใช้ไฟฟ้าของพวกเขานั้น มีแต่จะสร้างผลดีให้กับพวกเขามากกว่า
เพราะหากว่าคนสนใจในฟอร์นิเจอร์ที่ดูเรียบง่ายแล้วนั้น ก็ย่อมสนใจเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ดูเรียบง่ายเช่นเดียวกัน
แรมส์จึงตั้งใจทำการออกแบบ สินค้าทั้ง 2 อย่างให้ออกมาดูดี และเป็นที่ถูกใจลูกค้าในที่สุด
นั่นก็ส่งผลให้ยอดขายของบริษัทบราวน์ นั้นดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับเคสต์ ลุงป้อม ผมว่าการทำแบบนี้มีแต่ได้กับได้
นอกจากจะสร้างภาพลักษณ์ ที่ดีในสายตาของคนที่ไม่ชอบตัวเองแล้ว ยังทำให้คนที่เคยไม่ชอบรู้สึกเปิดใจให้กับลุงป้อมได้ง่ายมากขึ้น
ซึ่งเรื่องเหล่านี้นั้นส่งผลไปกับเกมส์การเมือง การเลือกตั้งที่จะถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าอย่างแน่นอน
การยอมในเรื่องบางเรื่อง นั้นย่อมส่งผลดีกว่าการที่จะหักหาญน้ำใจ กันไปซะตรงนั้น เพราะนอกจากจะสร้างความสัมพันธ์และความรู้สึกดีๆต่อกันไปแล้ว ยังไม่เป็นการสร้างศัตรู ให้กับตัวเองมากขึ้นอีกด้วย
1
โฆษณา