[ #เรื่องบ้าที่เป็นไปได้ ]
ตามกำหนดการของฟีฟ่าแล้ว เด้ดไลน์ส่งรายชื่อผู้เล่น 26 คนสุดท้ายของแต่ละชาติในศึกฟุตบอลโลก 2022 คือ 14 พฤศจิกายนหรืออีกราว 3 สัปดาห์ข้างหน้า
1
ส่วนในวันที่ 21 ตุลาคม จะเปิดโอกาสให้แต่ละชาติที่ต้องการส่งรายชื่อล็อตใหญ่ 35 คนขึ้นไปจนถึง 55 คนไว้เป็นทางเลือกได้ก่อน แต่นี่ไม่ใช่กฎข้อบังคับอะไร
เชื่อกันว่าในสถานการณ์ที่ฟุตบอลลีกยังเตะกันโครมๆ รวมถึงถ้วยยุโรปที่เข้มข้นในรอบแบ่งกลุ่มอย่างนี้ กุนซือส่วนมากน่าจะรอใกล้เส้นตายนั่นแหล่ะ ค่อยส่งรายชื่อกัน
มีข่าวว่า แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ ก็จะทบทวนดูให้ละเอียด ก่อนจะหั่นให้ครบ 26 คนสุดท้าย โดยมีเงื่อนไขเรื่องสภาพร่างกายมาเกี่ยวข้องด้วยแน่นอน
ดังนั้นน่าจะรอใกล้ถึงเดดไลน์ ค่อยเคาะว่าใครบ้างที่จะผ่านขั้นตอนกลั่นกรองได้ลุยเวิลด์คัพที่กาตาร์
แต่อีกกระแสข่าวก็มีสื่อรายงานว่า เซาธ์เกต อาจส่งรายชื่อ 55 คนล็อตแรกก่อน แต่จะเปิดเผยให้สาธารณะรู้หรือเปล่าก็อีกเรื่องหนึ่ง เรียกว่าทุกแข้งที่อยู่ในข่าย เคยร่วมงานกันมาก่อนหรือฟอร์มกำลังเข้าฝัก ต่างน่าตบเท้าติดกันพรึบ
ปัญหาใหญ่ที่ เซาธ์เกต น่าจะกังวลมากๆเวลานี้ คงหนีไม่พ้นอาการบาดเจ็บของนักเตะบางคน โดยเฉพาะในส่วนแนวรับที่ดูน่าเป็นห่วงเลยจริง
เริ่มจาก ไคล์ วอล์คเกอร์ ซึ่งอาจมีการฟื้นฟูที่กระเตื้องมากขึ้น หลังเข้ารับผ่าตัดโคนขาหนีบ ทิศทางดูโอเคเลย ข่าวว่าอาจใช้วิธีกายภาพเร่งให้หายทัน แต่ไม่มีอะไรการันตี รวมถึงจะฟิตถึงเกณฑ์หรือเปล่า
รีซ เจมส์ อีกคนที่อาการน่าเป็นห่วง เซาธ์เกต กำลังติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ข้อมูลจะระบุว่าโอกาสริบหรี่ก็ตาม ซึ่งคำถามเหมือน วอล์คเกอร์ นั่นคือหากใส่ชื่อไปด้วย จะใช้ประโยชน์ได้แค่ไหนกัน
กองหลังตัวหลักทีมชาติอังกฤษอีกรายที่ยังเดี้ยงคือ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ แม้จะโดน เอริก เทนฮาก มองข้าม มีแนวโน้มโดนจับแขวนยาว แต่ในทีมชาติเขาเป็นแข้งที่ เซาธ์เกต ไว้วางใจและไม่แคร์ด้วยว่าเล่นกับสโมสรจะโดนวิจารณ์ว่าฟอร์มแย่แค่ไหน
1
นอกจากนี้พวกแนวรับที่เคยใช้บริการไม่ว่าจะเป็น คอร์เนอร์ โคดี้ หรือ ไทโรน มิงส์ ก็นัดกันผลงานบู่อีก โดยเฉพาะรายหลังจากเสาหลักแอสตัน วิลล่า แปรสภาพเป็นบ่อน้ำมัน
1
ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ เซาธ์เกต จึงต้องส่องดูให้ดีว่า ใครที่อยู่ในสภาพความพร้อมมากสุด ไม่อย่างนั้นจุดแข็งอังกฤษที่เคยมีในเรื่องเกมรับ จะย้อนกลับมาเล่นงานอย่างแน่นอน
1
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่มีรายงานว่า เซาธ์เกต จะบินไปอิตาลีเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เข้าชมเกมที่ลุยจิ แฟร์ราริส ซึ่งโรม่ายกพลเยือนซามพ์โดเรีย
ทันทีที่กุนซือสิงโตคำรามไปโผล่ที่นั่น พวกนักข่าวที่เห็นต่างคาดหมายว่า คงมาเฝ้าดูฟอร์ม แทมมี่ อับราฮัม หนึ่งในกองหน้าทีมชุดนี้ ซึ่งเป็นดาวยิงคนสำคัญของโรม่า
แต่ปรากฏว่าคนที่น่าจะขโมยซีนคือ คริส สมอลลิ่ง ซึ่งเล่นได้อย่างโดดเด่น เหนียวแน่นมั่นคงมาก ยากจริงๆสำหรับการเจาะเข้าไป
ฤดูกาลนี้ สมอลลิ่ง ยกระดับเป็นกระดูกสันในแนวรับของหมาป่าแห่งกรุงโรมอย่างเต็มตัว ในกัลโช่ เซเรีย อาทั้งหมด 10 เกม ลงเป็นตัวจริงไม่เคยขาดตกบกพร่อง แถมโดนเปลี่ยนออกแค่นัดเดียวเท่านั้น
ส่วนผลงานส่วนตัว 14 นัดทุกรายการ ยังยิงได้ 3 ประตู โดยเฉพาะจังหวะดันขึ้นสูงมาหาโอกาสเข้าทำจากลูกเซตพีซ
นอกจากนี้ สมอลลิ่ง ยังเก็บได้ 5 คลีนชีตด้วยกัน ช่วยยืนยันได้เลยว่า กำลังอยู่ในฟอร์มที่น่าประทับใจเลย
สมัยร่วมงานกันที่แมนฯยูไนเต็ด ต้องยอมรับเลยว่า โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่ค่อยชอบ สมอลลิ่ง เท่าไรนัก แทบไม่ได้ใช้งานเป็นเรื่องราวเลย
แต่เมื่อเปลี่ยนสีเสื้อมาอยู่ด้วยกันที่โรม่า สถานการณ์เปลี่ยนไป ล่าสุดกุนซือโปรตุกีสให้สัมภาษณ์ถึงลูกทีมรายนี้ไว้อย่างน่าคิด
ตอนเล่นให้แมนฯยูไนเต็ด ทุกนัดที่ลงสนามจะเป็นระบบเซ็นเตอร์แบ็ก 2 คนอยู่แล้ว พอมาค้าแข้งในอิตาลี เริ่มจับต้นชนปลายจากการเล่นแนวรับ 3 คน โดยเฉพาะยุค มูรินโญ่ ชัดเจนเลยว่ามันเหมาะกว่า
ประเด็นนี้ มูรินโญ่ ก็แสดงความเห็นไว้ด้วย อย่างเกมล่าสุด สมอลลิ่ง ยืนเป็นสวีปเปอร์หรือตัวสุดท้าย โดยมีสต๊อปเปอร์คือ จานลูก้า มันชินี่ กับ โรเชร์ อิบันเยซ ขนาบข้าง
เมื่อมีตัวชนเก็บงานให้ก่อน สมอลลิ่ง ก็เล่นได้ง่ายขึ้น เพราะปกติไม่ค่อยถนัดเล่นแบบมาร์คตัวสักเท่าไร ชอบที่จะคอยซ้อนอีกที
จุดนี้เขาเคยมีปัญหามาก่อน ตั้งแต่ยุค โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เป็นกุนซือและเมื่อแก้ไขกันไม่ได้ คุยกันไม่เข้าใจ สมอลลิ่ง จึงโดนปล่ออออกมา พร้อมข่าวในเชิงดราม่าว่าถูกลอยแพไม่สนใจกัน
ในขณะเดียวกัน มูรินโญ่ พยายามโยงให้เห็นด้วยว่า ทีมชาติอังกฤษภายใต้การคอนโทรลของ เซาธ์เกต ก็เล่นระบบ 3 เซ็นเตอร์แบ็กเหมือนกัน น่าจะลงตัวเลยทีเดียวถ้าจะลองดึง สมอลลิ่ง กลับไปติดธงสักหน่อย
"เขาถูกสอนมาด้วยการเล่นเซนเตอร์ 2 คนในแมนเชสเตอร์ แต่ตอนนี้ เขามีความชำนาญในระบบ 3 เซ็นเตอร์แบ็ก"
"ผมไม่คิดว่ามันคือการไม่ให้เกียรติ แกเร็ธ เซาธ์เกต หรอกนะ ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่ สมอลลิ่ง ก็ควรได้รับเช่นเดียวกัน"
สมอลลิ่ง จะอายุครบ 33 ปี ในวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ นั่นหมายความว่าเป็นช่วงบอลโลกฟาดแข้งกันพอดี ประเมินแล้วอีกไม่นานก็คงได้รีไทร์
อย่างไรก็ตามจากผลงานส่วนตัวที่โดดเด่นอีกครั้ง เชื่อว่าส่วนหนึ่งมาจากสภาพจิตใจ ได้เล่นตามแบบที่ต้องการและถนัด
อีกส่วนคือการดูแลร่างกายอย่างดีเยี่ยม สมอลลิ่ง เอาใจใส่เรื่องโภชนาการมากๆและหันมาเป็น Vegetarian หรือมังสวิรัติมาสักพักแล้ว ไม่กินเนื้อสัตว์เลย ซึ่งผลการทอสอบสมรรถภาพร่างกาย มันบอกเลยว่าทั้งกล้ามเนื้อและเอ็นต่างๆ มันแข็งแกร่งเหมือนตอนหนุ่มแน่น
จากที่ไม่ได้คาดหวังอะไรเลย ขอให้ได้เล่นฟุตบอลอย่างมีความสุข ลงสนามต่อเนื่อง มาถึงตรงนี้ สมอลลิ่ง มีสิทธิ์คิดไกลถึงฟุตบอลโลก ที่ตัวเขาเองไม่เคยคิดมาก่อนเลย
จริงๆการเปลี่ยนลีกมาเล่นในอิตาลี ก็พอจะบอกได้กลายๆว่า ปิดประตูกลับสู่ทีมชาติ แต่ในโลกที่ไม่มีอะไรแน่นอน โอกาสของเขาไม่ได้ไกลเกินเอื้อมเลย
สำหรับ สมอลลิ่ง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างที่พุ่งชนชีวิต คือกำไรทั้งสิ้น
มาคอยดูกันว่า แกเร็ธ เซาธ์เกต จะสร้างเซอร์ไพรส์ในโผรายชื่อกันหรือไม่?
.
ทุกท่านสามารถติดตามอ่านบทความย้อนหลังได้ที่ ..
.
และเพิ่มเพื่อนไลน์แอด "เพื่อเด้งเตือน" ให้คุณได้อ่านก่อนใคร กดที่ลิงค์นี้ครับ
ขอบคุณครับ
  • 14
โฆษณา