" เมื่อลงใต้แล้วไม่รอด "
สตีเว่น เจอร์ราร์ด โดนแอสตัน วิลล่า ปลดออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม หลังโดน ฟูแล่ม ถล่ม 3-0
มีหลากหลายสาเหตุที่ทำให้ วิลล่า ไม่เปรี้ยงขึ้นมาอย่างที่หวังไว้ ต่อยอดจากฤดูกาลที่แล้วไม่ได้
หนึ่งอาจจะมาจากการที่ ไมเคิ่ล บีล มือขวาคนเก่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านการโค้ชชิ่ง อำลาไปคุมทีมด้วยตัวเอง
ทว่าอีกสาเหตุหนึ่งคือเรื่องของความเชี่ยวกรำของ เจอร์ราร์ด ที่อาจยังไม่มากพอ ในเมื่อพรีเมียร์ ลีก อังกฤษยุคนี้ เต็มไปด้วยเสือ สิงห์ กระทิง แรด ทั้งสิ้น
ถ้าย้อนไป เราอาจไม่คิดว่า เจอร์ราร์ด จะโดน วิลล่า ปลดไวแบบนี้ เพราะเขาคือคนที่ปลุกชีพยักษ์หลับอย่าง กลาสโกว์ เรนเจอร์ส
1
เขาค่อยๆ ปั้น เรนเจอร์ส จากเป็นรองเซลติกสุดกู่ ให้กลับมาสู้ได้สูสี และสุดท้ายก็แซงหน้า
เรนเจอร์ส ของ สตีวี่ จี เป็นถึงแชมป์สก็อตติช พรีเมียร์ชิพ ในฤดูกาล 2020/21 แบบไร้พ่าย 38 นัด ชนะ 32 เสมอ 6 เป็นกุนซือ "ชาวอังกฤษ" คนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ ที่คุมทีมได้แชมป์ในลีกสก็อตแลนด์ ต่อจาก แฟรงค์ เฮฟเว่น เมื่อปี 1903/04 หรือกว่าร้อยปีก่อนโน้นเลย
1
เนื่องจากปกติแล้ว ลีกสก็อตติช ก็ผลิตผู้จัดการทีมเก่งๆ ของพวกเขาเอง คนสก็อต ขึ้นชื่อว่าเป็นกุนซือที่เก่ง เพิ่งมีช่วง 20 ปีหลังนี่เองที่ลีกสก็อตติช ได้แชมป์โดยทีมที่มีกุนซือเป็นชาวต่างชาติ
1
สมัยนี้ ก็เช่นเดียวกับในยุคก่อน นั่นคือผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จในลีก สก็อตแลนด์ ก็ต้องการลงใต้ มาพิสูจน์ฝีมือในลีกอังกฤษ ซึ่งมองว่าใหญ่กว่า ยากกว่า ท้าทายมากกว่า
เจอร์ราร์ด ไม่ใช่คนแรกที่ทำแบบนี้ และไม่ใช่คนแรกที่ล้มเหลวทั้งที่เป็นแชมป์มาจากสก็อตแลนด์ ราวกับว่าลีกอังกฤษมันยากเหมือนอยู่คนละระดับกันเลยทีเดียว
เบรนดัน ร็อดเจอร์ส อาจไม่เข้าแก๊ป 100% เพราะเคยผ่านงานลิเวอร์พูลมาแล้ว จากนั้นค่อยขึ้นเหนือไปคุมเซลติกจนยิ่งใหญ่ แล้วจึงกลับลงมาที่เลสเตอร์
มาร์ติน โอนีล ก็เช่นกัน เขาพาเลสเตอร์ได้แชมป์บอลถ้วย แล้วจึงไปคุมเซลติก จนได้แชมป์ในภายหลัง ต่อให้กลับมาคุมทีมในอังกฤษอีก แต่ก็ไม่ใช่ของใหม่
เอาชนิดที่ว่าเริ่มสร้างชื่อในสก็อตแลนด์ แล้วค่อยลงมาพิสูจน์ฝีมือที่อังกฤษ จะพบว่าล้มเหลวเกือบหมด
แน่นอน เรามีกรณียกเว้นอยู่บ้าง นั่นก็คือ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่คุมอเบอร์ดีน ยิ่งใหญ่ ตามด้วยมาคุมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จนยิ่งใหญ่เกรียงไกรเช่นเดียวกัน
เราเคยเห็น แกรม ซูเนสส์ ที่พาเรนเจอร์ส เป็นแชมป์มากมาย จากนั้นกลับมาคุม ลิเวอร์พูล ทีมเก่า โดยถือว่าหายากที่กุนซือจากลีกสก็อต มาอังกฤษแล้วได้คุมทีมที่แข็งแกร่งเลยในทันที
ซูเนสส์ ได้รับโอกาสนั้น แต่แล้วเขาก็พาหงส์แดงได้แชมป์ เอฟเอ คัพ สมัยเดียว บวกกับโดนวิจารณ์เรื่องการซื้อขายนักเตะที่ล้มเหลว จนในที่สุด อำลาทีมไปในปี 1994
มีตัวอย่างอีกเพียบ สำหรับโค้ชระดับแชมป์ในสก็อต แล้วมาดับในอังกฤษ
วอลเตอร์ สมิธ ผู้เป็นตำนานแห่งชาติ เคยคุมทีมชาติสก็อตแลนด์ และ คุมเรนเจอร์ส ได้แชมป์ลีกสก็อต ถึง 10 สมัย และเคยมาเป็นมือขวาของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ช่วงสั้นๆ ก็เจอกำแพงของพรีเมียร์ ลีก เข้าจังๆ
ในปี 1998 เดิมทีเขาประกาศวางมือ แต่ก็โดนพลังดึงดูดของลีกอังกฤษ เอฟเวอร์ตัน สามารถโน้มน้าวให้ สมิธ กลับมาทำงานอีกครั้ง
เอฟเวอร์ตัน ปลายยุค 90s ยังอยู่ในช่วงที่ต้องการกลับมาแข็งแกร่งเหมือนเช่นยุค 80s และต้น 90s ดังนั้น สมิธเลยได้คำมั่นสัญญาจากประธานสโมสรว่าจะมีเงินเสริมทัพ สโมสรกระหายความสำเร็จจริงจัง
มันไม่เป็นแบบนั้น นักเตะหลายคนโดนขายโดยที่ สมิธ ไม่เห็นด้วย เอฟเวอร์ตัน จบครึ่งล่างของตารางติดต่อกันนานถึง 3 ปี ในที่สุด สมิธ ก็โดนปลดในเดือนมีนาคม 2002
กุนซือดัตช์ ก็ได้รับความนิยมในลีกสก็อตอยู่ช่วงนึง วิม ยานเซ่น พาเซลติกเป็นแชมป์ในปี 1998
จากนั้นปีต่อมา ดิ๊ค อัดโวคาท ก็ผงาดพา เรนเจอร์ส ได้แชมป์ ทั้งในปี 1999 และ 2000
1
"บิ๊กดิ๊ค" เป็นกุนซือมากประสบการณ์ คุมทีมชาติฮอลแลนด์ไปลุยบอลโลก 1994 มาแล้ว คุม พีเอสวี ได้แชมป์ลีกดัตช์ แล้วจึงมาคุมเรนเจอร์ส
2
กว่าที่ ดิ๊ค อัดโวคาท จะได้สัมผัสฟุตบอลอังกฤษก็ต้องรอจนถึงปี 2015 ซึ่งเป็นช่วงที่ซันเดอร์แลนด์ ต้องการหาคนมากู้ชีพช่วงท้ายซีซั่น
ปรากฏว่า อัดโวคาท ทำได้ เขาคุมทีม 9 นัด และช่วยให้ทีมแมวดำอยู่รอด เดิมที สัญญาเขามีแค่นั้น แต่เมื่อเห็นผลงานน่าพอใจ บอร์ดบริหารก็ดันไปยื่นสัญญาใหม่ให้กับ อัดโวคาท ในปี 2015/16
ทว่าคราวนี้ มันไม่เป็นไปดังที่คาด เพราะคุมทีมได้ 8 นัดแรกของฤดูกาล ผลงานคือเสมอ 3 แพ้ 5 อยู่รองบ๊วย เท่านั้นเองเขาก็โดนปลดออกจากตำแหน่งในทันที!
นีล เลนน่อน เคยเล่นในอังกฤษโชกโชน เขาเป็นกำลังหลักของเลสเตอร์ ที่มาร์ติน โอนีล คุมทีม แต่เมื่อแขวนสตั๊ด เขาก็เริ่มด้วยการคุม เซลติก เป็นทีมแรก
เพียงปีที่ 2 ที่คุมเซลติก กุนซือหนุ่มวัย 39 ปีอย่าง เลนน่อน ก็พาทีมได้แชมป์ทันที และเป็นการคว้าแชมป์ 3 สมัยติดต่อกันด้วย
ปี 2014/15 โอกาสเป็นของเขา นั่นคือลงใต้มาคุม โบลตัน วันเดอเรอร์ส
แม้ว่า โบลตัน จะเป็นทีมใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ แต่เป้าหมายคือการพาทีมเลื่อนชั้นกลับสู่พรีเมียร์ ลีก นี่คือความท้าทายครั้งใหญ่ และจะพิสูจน์ฝีมือ เลนน่อน ด้วย
แต่ความฝันกับความจริงมันต่างกัน เพราะแม้จะเริ่มต้นซีซั่นได้ยอดเยี่ยมสุดๆ แต่ครึ่งหลังของฤดูกาลกลับดำดิ่ง โบลตัน จบเพียงอันดับ 18
ฤดูกาลต่อมา ปัญหาของสโมสรก็รุมเร้า เลนน่อน ก็ทำผลงานได้ไม่ดี ทีมอยู่โซนตกชั้น ในที่สุดเขาก็โดนปลดในเดือนมีนาคม 2016 และฤดูกาลนั้น โบลตัน ก็จบด้วยการเป็นบ๊วย ตกชั้นสู่ ลีก วัน ไปเลย
เรียกได้ว่าเกือบทุกคน ดังและเก่งมาจากสก็อตแลนด์ ถ้าลงใต้มาคุมงานใหญ่ในอังกฤษแบบไม่เคยมีประสบการณ์ที่นี่มาก่อนก็มักล้มเหลว แทบทุกรายไป
เนื่องจากโค้ชส่วนใหญ่ตอนอยู่ในสก็อต ก็คุมทีมไม่ เรนเจอร์ส ก็ เซลติก ซึ่งมันเหนือกว่าชาวบ้านเขาอยู่แล้ว (ยกเว้นเฟอร์กี้ ที่คุม อเบอร์ดีน)
พอมาคุมในอังกฤษ มักได้จับทีมรองๆ ลงไป แล้วคู่แข่งในอังกฤษก็มีแต่แข็งโป๊ก เจอแบบนี้ ไม่แกร่งจริง ก็ต้องพ่ายแพ้ไปตามระเบียบ
ตอนนี้ กุนซือทีมแชมป์ของสก็อตติช ก็คือ อังเก้ ปอสเตโซกลู นั่นเอง ไม่รู้ว่าในอนาคตจะลองมาพิสูจน์ตัวเองในอังกฤษบ้างไหม
สำหรับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ต้องบอกว่าความล้มเหลว ไม่ใช่จุดจบ มันเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต
หาโอกาสไปคุมทีมอื่น เก็บเกี่ยวประสบการณ์เพิ่มอีก แล้วค่อยกลับมาสู่ใหม่บนเวทีพรีเมียร์ ลีก ก็ยังไม่สาย!
.
ทุกท่านสามารถติดตามอ่านบทความย้อนหลังได้ที่ ..
.
และเพิ่มเพื่อนไลน์แอด "เพื่อเด้งเตือน" ให้คุณได้อ่านก่อนใคร กดที่ลิงค์นี้ครับ
ขอบคุณครับ
  • 18
โฆษณา