•
24 ต.ค. 2022 เวลา 11:53 • การศึกษา
Happineering
Engineering Happiness for Better We Better World @ Sasin
"แฮปปี้- เนียริ่ง" 
หมั่นเติมฮอร์โมนความสุขในการปั้นทีมผู้นำ
โดยอาจารย์กฤษณ์ รุยาพร
CEO Asia Pacific Innovation Center Co.,Ltd.
Co-Founder University of Happiness ไร่ใจยิ้ม
Lineid : krisruyaporn, Email : kris@e-apic.com
Mobile : 081-617-7785
ในยุคของ VUCA World ที่มีการเปลี่ยนแปลงแบบผันผวน ไม่แน่นอน ยิ่งวันยิ่งซับซ้อนขึ้น การปั้นทีมผู้นำคงจะใช้การพัฒนาในห้องเรียนที่เน้น Well-Thinking ในแง่ Mental Intelligence อย่างเดียวคงจะไม่พอที่จะสร้าง Resilence Leader ที่จะมีภูมิต้านทานในการยืนอยู่บนยอดคลื่นของการเปลี่ยนแปลง
เมื่อโลกรวน ชีวิตของผู้นำก็รวนไปด้วยโดยเฉพาะปัจจุบันนี้ยิ่งรับผิดชอบมากขึ้น ก็ยิ่งมีโรคประจำตำแหน่งมากขึ้น ความเครียด โรคร้ายต่างๆไม่ว่าจะเป็น Office Syndrome โรคอ้วน โรคความคิด โรคมะเร็ง กลายเป็นสิ่งกล่าวขาลกันว่า ยิ่งสูงก็ยิ่งมีโรคประจำตำแหน่งมากขึ้น
การสร้าง Maturity Fitness ทั้ง Well-Thinking และ Well-Being กลายเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสร้างพลังชีวิตของการเป็นทีมผู้นำที่ต้องออกไปยืนอยู่บนยอดคลื่นที่ใหญ่ขึ้นทุกที
การสร้าง Holistic Well-Being Leader ที่มีองค์ประกอบทั้ง 4 มิติที่ไม่ใช่แค่ความคิด (Mental Intelligence MQ) แต่ยังต้องประกอบอีก 3 มิติที่จำเป็นที่จะต้องระเบิดจากข้างในหรือเป็น Inside-Out ของ Leadership Development ก็คือ การบริหารอารมณ์ (Emotional Intelligence EQ) การบริหารจิตวิญญาณในการหลอมรวมทีม (Spiritual Intelligence SQ) รวมทั้ง การสร้างความเข็มแข็งของร่างกาย (Body Intelligence PQ)
ประสบการณ์ของผู้เขียนที่พาผู้นำองค์กรไปสัมผัสการสร้างผู้นำสู่ความยั่งยืนในการเดินขึ้นสู่เทือกเขาหิมาลัยได้นั้นจำเป็นที่จะต้องสร้าง Maturity Fitness ในการขึ้นสู่ยอดเขาแห่งความสำเร็จ การสร้างความพร้อมทั้ง 4 Q เป็นสิ่งที่จำเป็นไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดอาการแพ้ความสูงหรือ Maturity Sickness ได้ การเรียนรู้ในการผสมผสานฮอร์โมนความสุขกับ Leadership Intelligence ทั้ง 4 ด้านจะทำให้การสร้างความสุขระหว่างทางไปหาความสำเร็จ
มี CEO ท่านหนึ่งเมื่อไปถึง Gokyo Peak ซึ่งมีความสูงประมาณ 5,250 เมตร มีความรู้สึกแพ้ความสูง มีความรู้สึก Black Out จำอะไรไม่ได้เมื่อถ่ายรูปร่วมกัน เมื่อ Recover จากการแพ้ความสูงเขาสารภาพว่า เขาเครียดไปตลอดทางไม่ได้เอนจอยความสุขในการเดินทางเลย บ่นตลอดว่าทำอย่างไรที่หิมาลัยจะเตี้ยลง เป็นพฤติกรรมที่เขาทำที่ทำงานด้วยก็คือระเบิดความเครียด แทนที่จะเป็นระเบิดความสุข เมื่อความเครียดเกิดขึ้นจนสัญญาณไฟแดงของร่างกายเกิดขึ้น ร่างกายก็จะสั่งการให้ไปต่อไปไม่ได้เป็นเสมือนอาการ Burn-Out ในการทำงาน
Happy leader @ Himalayan Everest Range
สิ่งที่สำคัญในการพัฒนาการระเบิดพลังความสุขของผู้นำที่มาจากรากแก้วความสุขจำเป็นที่จะต้องเติมเต็ม Safe Hormone หรือ ฮอร์โมนความสุขของพื้นที่ปลอดภัยที่เรารู้ว่าอะไรที่เป็นต่อมสุขใจที่เป็นต่อมพลังของชีวิต และอะไรเป็นต่อมเครียดที่ทำให้ Tension ก่อตัวได้อย่างรวดเร็วทำให้เราไม่อยากทำอะไรใหม่ๆ ในขณะเดียวกันโรคร้ายเริ่มถาโถมเข้ามา
ผู้เขียนเคยเป็นผู้ร่วมริเริ่มโครงการ Stronger than cancer จะเห็นได้ชัดเลยว่า ผู้ป่วยมะเร็งหลายท่านไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าต่อมเครียดของตัวเองทำงานต่อเนื่องและยาวนานจนร่างกายมีภูมิต้านทานลดลง ร่างกายเริ่มรวนเพราะเราไม่ได้เติมเต็มความสุขที่ทำได้ไม่ยากเพียงแต่ต้องรู้จักและฟังสัญญาณร่างกายว่าองศาที่หายไปหรือธนาคารความสุขในตัวเราเองบัญชีเป็นตัวดำหรือตัวแดง
เมื่อทีมอาจารย์มหาวิทยาลัยความสุข ทีมคุณหมอและผู้ป่วยมะเร็งมาร่วมกันทำค่าย Rebirth New You : Stronger than Cancer ที่ ไร่ใจยิ้ม
ทางทีมอาจารย์ร่วมกับคุณหมออิสระ ผอ โรงพยาบาลมะเร็ง ได้ใช้กระบวนการ Happineering เพื่อสร้างกระบวนเติมเต็มฮอร์โมนความสุข แต่ที่สำคัญคือต้องสร้างพื้นที่ปลอดภัยเพื่อสลายความเครียดแต่ในขณะเดียวกันก็ต้อง เติมเต็มฮอร์โมนตัวที่สองก็คือ Healthy Hormone เพื่อยกระดับภูมิต้านทานขึ้นมาอีกระดับโดย การทำ Tension Release และ Well-Being Exercise ร่วมกันกับทีมอาจารย์มหาวิทยาลัยความสุขและกลุ่มผู้ป่วยมะเร็ง
ฮอร์โมนอีกตัวที่สำคัญก็คือ Trust Hormone ถ้าเรายกระดับความเชื่อใหม่ได้ว่า เราแข็งแรงกว่ามะเร็ง เราสามารถเพิ่มระบบภูมิต้านทาน เรามีความสามารถในการเลือกไลฟ์สไตล์ใหม่ ใช้อาหารให้เป็นยา และการใช้ชีวิตที่มีพลัง ทางทีมอาจารย์จึงสร้างการยกระดับฮอร์โมนความเชื่อใหม่ด้วยการสร้างกิจกรรมแคมป์ความสุข โดยพาทีมไปทำกิจกรรม Rock Climbing & Mountain Trekking ที่ไร่ใจยิ้ม เพื่อไประเบิดโลกของความเป็นไปได้ใหม่ ความเชื่อมั่นใหม่ให้มีประสบการณ์ Rebirth New You
เติมเต็มฮอร์โมนความสุข Safe, Healthy, Trust, Love, Abundance
เมื่อจิตวิญญาณภายในเริ่มแข็งแรงมากขึ้น จะเห็นได้ชัดว่าร่างกายก็เริ่มตอบสนองและมีพลังชีวิตมากขึ้น เริ่มวางแผนร่วมกับทีมที่จะเป็น Finisher 10 K ร่วมกัน เป็นการเดินทางที่เต็มเปี่ยมไปด้วย Love และ Abundance Hormone ที่มีอ้อมกอดของความสำเร็จที่ร่วมกัน มีการเฉลิมฉลอง Win small Win Often และมีความเป็นไปได้ใหม่แบบ Abundance เกินขึ้นใหม่ได้ทุกวัน ทุกวันทุกคนก็จะแชร์ความสำเร็จและความท้าทายใหม่ที่ยกรดับพลังงานของกลุ่มไปเป็นเสมือนแสงสว่างนำทางไปสูอีกระดับของความสุขที่เพิ่มพลังชีวิตและเพิ่มยิ้มให้ใจ
กระบวนการเติมเต็มฮอร์โมนความสุขในการปั้นผู้นำเราเรียนกันว่า Happineering with SMILE ซึ่งได้แก่
S- Self-Awareness เข้าใจและรู้จักพื้นที่ปลอดภัยที่จะปลดปล่อย Safe Hormone จากรากแก้วความสุขที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน รู้จักต่อมสุขใจที่เป็นพลังของชีวิต
M-Manage Healthiness บริหารสุขภาพกายและใจด้วยการสร้าง Healthy Hormone ด้วยการ กินดี อยู่ดี ออกกำลังให้ร่างกายแข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอและเติมเต็มธนาคารความสุขเมื่อร่างกายต้องการ
I- Innovate with Trust เมื่อร่างกายเข็มแข็ง การสร้างความเชื่อมั่นที่จะสร้างสรรค์พลังชีวิตด้วยการวางพิมพ์เขียวที่มีความหมาย สร้างความสุขสู่การเดินทางไปหาความสำเร็จ
L-Love with head and heart การโอบกอดความรักจากสมองและหัวใจจะทำให้เราชื่นชมความต่างและโอบกอดทุกความต่างเข้ามาในชีวิตเราได้
E-Enhance Social Sustainability สามารถต่อยอดความต่างให้เกิดความเป็นไปได้ใหม่อย่างยั่งยืน
การเพิ่มฮอร์โมนความสุขโดยเฉพาะ Love และ Abundance Hormone ทำให้เราช่วยสร้าง Well-Being Community และสามารถยกระดับให้เกิดเป็นชุมชนที่สร้างยั่งยืน โดยทางไร่ใจยิ้ม และ University of Happiness ได้ผนึกกำลังร่วมกับองค์กรชั้นนำ สร้างกิจกรรมแคมป์ความสุข รักเรา รักษ์โลก เพือ่ให้ทีมผู้นำปรับเปลี่ยน Mindset ปรับเปลี่ยน ทักษะ และปรับเปลี่ยน Culture ร่วมกัน
มหาวิทยาลัยความสุข ไร่ใจยิ้ม ได้รับรางวัลสุดยอดนวัตกรรม
ไร่ใจยิ้ม ต้นแบบ Carbon Neutral ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
สำหรับกิจกรรมแคมป์รักเรา รักษ์โลก ที่ มหาวิทยาลัยความสุข ไร่ใจยิ้ม นั้น ทาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ร่วมสร้างกิจกรรม Zero Carbon ที่สามารถเรียนรู้ในการปรับมุมมองเพื่อเข้าใจความเชื่อมโยงของผู้นำในการเชื่อมโยงวิสัยทัศน์และวัฒนธรรมองค์กรระหว่าง Profit + People + Planet จากภายใน
ในการค้นหาทีมผู้นำที่สามารถประกอบภาพของ Team Leadership DNA of Sustainability ทำให้รู้ว่าถ้าจะต้องปรับเปลี่ยนในการวาง Structure และ Process ใหม่ ควรจะ Put the right man with the right heart to the right job ได้อย่างไร
ก่อนเข้าสู่แคมป์จะมีการทำ Well-Being & Multi-Dimension Intelligence Profile Assessment เพื่อให้แต่ละคนได้เข้าใจรากแก้วความสุขและสามารถปลดปล่อยฮอร์โมนความสุขด้วยกระบวนการ Happineering เพื่อร่วมไม่ร่วมมือกันในบทบาทของ Architecture, System Thinker, Story Teller และ Connector เพื่อสร้าง Holistic Well-Being Team of Leader ที่สามารถนำกระบวนการเรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ต่อในองค์กรได้
กิจกรรม Carbon Neutral นี้ยัง เน้นในการเรียนรู้การปรับลดชดเชยในด้าน Holistic Leadership Skill สำหรับการสร้าง Sustainable leader ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ
1. การใช้ พลังงานสะอาด พลังงานธรรมชาติ พลังจาก Solar Cell รวมทั้งการ Design ที่พักด้วยแนวคิด Green Zone Eco System เพื่อบริหารการลดการใช้และประหยัดพลังงาน
2. การทำกิจกรรมในทุก Happiness Touch Points by Design ด้วยการ ประหยัดพลังงานแบบ Low Carbon Transportation เช่นการขี่จักรยาน หรือการ เดิน เพื่อไม่ปล่อย Co2 ให้กับโลกใบนี้
3. การเปลี่ยนมุมมองจาก Waste เป็น Wealth เอาเศษใบไม้และขยะอินทรีย์มาทำเป็นปุ๋ย เอาใบไม้มาทำเป็นจานภาชนะใส่อาหาร การนำขวดพลาสติกและยางที่ใช้แล้วมาทำ Circular design ในการสร้างธนาคาน้ำใต้ดิน
4. การทำอาหารแบบ Low Carbon Gastronomy ที่เก็บผักปลอดสารสดๆจาก ซุ้มความสุข เก็บไข่เป็ดไข่ไก่ใจยิ้มจากเล้าที่เปิดให้ไก่และเป้ดเดินออกกำลังและหาอาหารจากธรรมชาติ เก็บโปรต้ีนจากเห็ด หรือคนที่สนใจสามารถทำ Blue Ocean Fishing ทำกิจกรรมจับปลามาเป็นอาหาร เอา Ingredient สดๆมาทำเป็น Team Cooking Farm to Table รวมทั้งเรียนรู้การจัด Signature Menu แบบ Whole Plant based diet
5. การปลูกต้นไม้ในใจและปลูกไม้ที่กักเก็บคาร์บอนได้สูง เพื่อสร้าง Carbon Credit ชดเชยกับกิจกรรมในการใช้ชีวิต รวมทั้งการคำนวณ Carbon Footprint ที่เกิดจากการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยความสุข ไร่ใจยิ้ม เพื่อชดเชยในกิจกรรมให้เกิดเป็น Zero Carbon ขึ้นมา
6. กิจกรรมขี่จักรยานและผจญภัย Mountaineering & Rock climbing ซึ่งเป็น Signature Happiness touch Points by Design ที่นักกีฬาทีมชาติได้ช่วย Customize ให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ในการ ทำ Well-Being Assessment โดยใช้ Body Intelligence เพื่อเฝ้ามอง ระดับความเหนื่อย อารมณ์ จิตใจ ว่าแข็งแกร่งในระดับไหน เพื่อทำภารกิจรักษ์โลกในระหว่างเดินทางไปสู่ยอดเขาเพื่อชม ฟูจิ เลาขวัญ
7. การสร้าง mindmap ของการเรียนรู้ Zero Carbon จากประสบการณ์ Experienced based learning เพื่อหัดคำนวณการทำ Carbon Footprint ในชีวิตจริง เพื่อสร้างจิตสำนึกใหม่ของการรักเรา รักษ์โลกพร้อมแจกประกาศนัยบัตรการเป็น Net Zero Well-Being Hero เป็นผู้นำทำเพื่อโลก
Certificate Net Zero Well-Being Hero
สำหรับองค์กรที่ต้องไม่ใช่แค่ทดลองการใช้ชีวิต แต่ต้องการเปลี่ยน Well-Being & Sustainable Leadership Intelligence ทางมหาวิทยาลัยความสุขก็มีกระบวการ 90 days Well-Being Journey
90 days Well-Being Community for Stronger than Cancer
ที่ทีมอาจารย์จะคอย Coaching ในการปรับเปลี่ยน Abudance Mindset, การเติมฮอร์โมนความสุข การสร้างเป้าหมายที่ทรงพลัง การติดตามผลและการสร้างวัฒนธรรมเพื่อสร้างต่อการสร้าง Well-Being Leader builds Sustainable leader ที่มีกิจกรรมทั้ง On-Ground และ On Cloud ซึ่งมีตัวอย่างที่เราทำกระบวนการนี้กับองค์กรชั้นนำเช่น Unilever, บางจาก, A-Host, AVision เป็นต้น
Unleash Happiness Hormone in 90 days Well-being Leader at Unilever
 
หมั่นเติมฮอร์โมนความสุขในโครงการสร้างผู้นำสุขสมดุลที่ยูนิลิเวอร์ใน 90 วัน

บทความจากส่วนหนึ่งของหนังสือขายดี Well-Being leader ของอาจารย์กฤษณ์
รุยาพร
Food for Thought
การเติมเต็มฮอร์โมนความสุขในการเดินทางเป็นสิ่งที่สำคัญมากของการเป็น Well-being Leader การวิ่งเพื่อหน้าที่หรือทำงานเพื่อหน้าที่แต่ไม่ได้มาจาก Innate drive จากภายในมักจะทำไม่ได้นานและเมื่อมีแรงต้านที่เกิดขึ้นเรามักจะพ่ายแก่แรงเสียดทานเสมอ การค้นหาความสุขและความสนุกในทุกก้าวที่วิ่งเป็นพลังสำคัญในการสร้างความต่อเนื่องในการเดินทาง
การเปลี่ยนความเชื่อใหม่เพื่อสร้างผู้นำสุขสมดุลหรือ Well-Being leader นั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องมีกระบวนการที่สามารถวัดผลของความคืบหน้าในด้าน อารมณ์ (EQ) ร่างกาย (PQ) ความคิด (MQ) การทำงานเป็นทีม (SQ) โดยผู้เขียนมีโอกาสวางรูปแบบโครงการในการพัฒนา Unilever Well-Being Leader ร่วมกับคุณสุชาดา ธีรวชิรกุล ประธานบริหาร Unilever network เพื่อสร้างการพัฒนาทีมผู้นำใน 4 มิตินั่นก็คือ
1. Emotional Well-Being (EQ)
เติมฮอร์โมนความสุข Serotonin + Oxytocin = Safe & Love Hormone
การสร้างความสุขใจในการเดินทางเป็นสิ่งที่สำคัญมากของการเป็นผู้นำที่สร้าง Well-Being การวิ่งเพื่อหน้าที่หรือทำงานเพื่อหน้าที่แต่ไม่ได้มาจาก Innate drive จากภายในมักจะทำไม่ได้นานและเมื่อมีแรงต้านที่เกิดขึ้นเรามักจะพ่ายแก่แรงเสียดทานเสมอ
การค้นหาความสุขและความสนุกในทุกก้าวที่วิ่งเป็นพลังสำคัญในการสร้างความต่อเนื่องในการเดินทาง เพราะถ้าบัญชีแห่งความสุขในการเดินทางนั้นเต็มเปี่ยมเราจะมีพลังที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเหลือเฟือ
หลายคนมักจะหาความสุขแค่ตอนถึงเป้าหมายแต่จะไม่ได้หยอดกระปุกความสุขระหว่างทางเดินไปหาเป้าทำให้พลังในการสร้างแรงขับเคลื่อนจากหัวใจน้อยเกินไป เมื่อต้องเดินทางเป็นเวลานานและเมื่อเหนื่อยกับการเดินทางต่อมของความเครียดก็มักจะชนะเสมอ
เหมือนที่ไอสไตน์มักจะกล่าวไว้ว่าเมื่อเราตกอยู่ในห้วงของความสุข หรืออยู่ในห้วงของความรักนั้นเวลามันผ่านไปอย่างรวดเร็วเวลา 1 ชั่วโมงจะเหมือน 1 นาที แต่เมื่อเราอยู่ในห้วงของความทุกข์ นั่งอยู่บนเตาไฟ 1 นาทีจะเหมือน 1 ชั่วโมง ถ้าเราทำให้ทุกก้าวที่เราวิ่งนั้นมีความสุข การวิ่งมาราธอนนั้นเวลาอาจจะสั้นกว่าที่เราคิดไว้ก็ได้นะครับ
คุณปอมมี่หนึ่งในผู้บริหารของทีม Unilever ได้กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า โครงการนี้ได้มีส่วนช่วยให้เกิดการพัฒนาที่สามารถเปลี่ยนชีวิตผู้หญิงท่ีช่ือ “Pommy” จากอาอึ้ม Auntie ผู้เกลียดการวิ่งให้กลายเป็น Sportwomen กลายเป็น Finisher ที่วิ่งก้าวเข้าสู่เส้นชัยไม่ว่าจะเป็นระยะ 5 กม 7 กม 14 กมและ 21 กม
ที่สำคัญคือการสร้างความสุขในระหว่างทางทั้งในด้านอารมณ์ ได้มีความสุขในการทำสิ่งสร้างสรรค์ใหม่ในชีวิต ได้เพื่อนใหม่ๆที่รักการออกกำลังกายและดูแลสุขภาพ มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นต้นแบบที่ดีของการดูแลสุขภาพให้กับคนรอบข้าง เพื่อน ๆ ที่อยู่ใน Facebook ที่อยู่ต่างประเทศพอเห็นว่าทุกเช้าคุณปอมมี่ลุกขึ้นมาวิ่งออกกำลังกายก็ต่างลุกขึ้นมาออกกำลังร่วมกัน
2) Physical Wellbeing (PQ)
เติมฮอร์โมนความสุข Endorphin + Dopamine = Healthy Hormone
ถ้าพลังของ Sexy goal ที่เราบรรจงเจียระไนขึ้นมานั้นมีแรงพอจะทำให้เรามีความมุ่งมั่นที่จะไม่ท้อถอย ไม่เกียจคร้าน และเมื่อเราเจออุปสรรคที่ขวางหน้า การวางพิมพ์เขียวของการเดินทางใน 5 วัน 30 วัน 60 วัน และ 90 วันจะช่วยเป็นจุดเพิ่มพลังของการให้รางวัลในการเดินทาง
ถ้าเราสร้างการชื่นชมการเปลี่ยนแปลงในแต่ละ Check Point จะทำให้เราสั่งสม Momentum ในการเดินทาง ถ้าเราสั่งสมพลังที่มากพอจะสร้างแรงก้าวข้ามนิสัยเดิมและค่อยๆสร้างนิสัยใหม่ที่เราอยากสร้างขึ้นมา คุณปอมมี่น้ำหนักนำ้หนักลดลงมา 4 กก จากเสื้อผ้าที่ใส่ Size XL ก็ลดลงมาเหลือ Size M หุ่นดีขึ้น มีร่างกายที่แข็งแรงขึ้น มีการฝึกความสามารถในการหายใจที่เป็นออกซิเจนไปใช้งานในปริมาณมากขึ้น ทำให้เราทำงานอดทนมากขึ้นและเหนื่อยน้อยลง
ยิ่งถ้าเราสามารถวิ่งได้ไกลขึ้นจาก 1 กมเป็น 10 กม ร่างกายเราจะมีสมรรถนะที่จะทำงานได้ยาวนานขึ้นและทนต่อความเครียดและความกดดันต่างๆได้ดีขึ้น
3) Mental Well-being (MQ)
เติมฮอร์โมนความสุข Dopamine + Serotonin = Trust Hormone
มีหลายคนที่มีความสามารถแฝงอยู่ภายในแต่มิได้นำออกมาใช้และที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือ ไม่รู้ว่าตัวเองมีความสามารถนั้นอยู่ คนที่พึ่งเริ่มวิ่งใหม่ๆมักจะมองว่า 10 กิโลเมตรคือระยะทางที่ยาวไกลและระยะมาราธอนนั้นไม่น่าเป็นไปได้ แต่ถ้าเราเปลี่ยนวิธีการใหม่ให้เขาเดินไปวิ่งเหยาะไป บางครั้งระยะทางนั้นถึง 10 กิโลเมตรอย่างน่าอัศจรรย์
ทุกคนมีความสามารถแฝงอยู่ในตัวทั้งสิ้นอยู่ที่จังหวะและเวลาที่เหมาะสมในการปลดล็อกพลังนั้นให้ออกมา เหมือนที่เราเคยได้ยินว่าสงครามนั้นสร้างวีรบุรุษ เมื่อโอกาสเหมาะสมความสามารถแฝงก็มักจะฉายแสงออกมา
เพื่อนๆของผู้เขียนเคยเป็นนักกีฬาตอนอยู่โรงเรียนด้วยกันพอเติบโตในหน้าที่การงานความสามารถในการวิ่งก็ไม่ได้ถูกนำมาใช้ แต่พอย่างเข้าอายุ 50 ปีคุณหมอบอกให้ออกกำลังกายไม่งั้นไขมันอุดตันในเส้นเลือดจึงเริ่มสวมรองเท้าวิ่งและไม่นานก็สามารถดึงเอาความสามารถในการเป็นนักกีฬาในวัยเด็กมากลายเป็นนักวิ่งมาราธอนตัวยง
การ Unlock ความสามารถที่อยู่ภายในนั้นเป็นความต้องการในธุรกิจไม่น้อยกว่าในการวิ่งมาราธอน การรู้จักสิ่งที่ชอบแล้วเราสามารถทำให้กลายเป็นความสามารถที่มีคุณค่าเป็นการปลดล็อกความสามารถที่อยู่ภายในออกมาซึ่งทาง Neuroscience นั้นถือว่าเป็นกล้ามเนื้อสมองชุดเดียวกันในการเจียระไนอัจฉริยภาพออกมาใช้งาน
ในระยะเวลา 90 วันของโครงการ Unilever Well-Being Leader ผู้นำหลายท่านกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า การมีประสบการณ์ในการกล้าตั้งเป้าหมายที่ใหญ่กว่าเดิมและพาตัวเองไปให้ถึงเป็นทักษะที่สามารถนำไปใช้ในการเป็นมืออาชีพได้
การเปลี่ยนสิ่งที่ไม่คิดว่าทำได้อย่างเช่นเป็น Finisher 10 กม ให้กลาอยเป็นความจริง การสร้างวินัยสร้างความสม่ำเสมอในการฝึกซ้อม การจัดการบริหารเวลาและบริหารชีวิตให้ลงตัวตลอดจนการสร้างทีมงานที่เข้ามาช่วยเราบริหารงานเพื่อให้เรามีเวลาว่างมาออกกำลังมากขึ้นล้วนเป็นสิ่งที่ได้เพื่อมาใช้ในการทำงานได้ทั้งสิ้น
4) Spiritual Well-being (SQ)
เติมฮอร์โมนความสุข Oxytocin + Endorphin = Abundance Hormone
 
การวิ่งร่วมกันเป็นทีมและการแลกเปลี่ยน Best practices ร่วมกันทั้งปัญหาและอุปสรรคทำให้เกิดการยกระดับพลังของทีมได้อย่างรวดเร็ว การร่วมกันสร้างแนวคิด Win small win often ที่ร่วมสร้างพลังแห่งความสำเร็จด้วยก้าวเล็กๆแต่ยิ่งใหญ่ร่วมกัน เมื่อก้าวเล็กๆเกิดขึ้นแต่เป็นก้าวที่ไม่หยุดยั้งจะเป็นเสมือนการรวมพลังของหยดน้ำเล็กๆให้กลายเป็นพลังของ Tsunami ของการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ร่วมกัน
การ Engage Head and Heart การร่วมสุขร่วมทุกในการเดินทางร่วมกันเป็นทีมเพื่อยกระดับความสามารถ คอยเป้นลมส่งท้ายซึ่งกันและกันเป็นกระบวนในการปั้นทีมผู้นำให้เติมเต็มฮอร์โมนความสุข เพิ่มพลังชีวิตและเติมยิ้มให้ใจ
โฆษณา