[ #บอสดีมีชัยเกินครึ่ง ]
คาร์โล อันเชล็อตติ จะอายุครบ 64 ปีเต็มในเดือนมิถุนายนปีหน้า เรียกว่าเข้าใกล้การเป็นขรัวเฒ่าเข้าไปทุกทีแล้ว
สำหรับกุนซือบางคนอาจเลือกรีไทร์ พักผ่อนสบายๆในช่วงหลังเกษียณ ใช้เงินที่ตรากตรำทำงานหนักมาตลอดบ้าง เพราะฐานะการเงินทุกอย่างมั่นคงเป็นปึกแผ่นเรียบร้อย
อีกทั้งผ่านการทำงานหนักหนามาทั้งชีวิตก็ว่าได้ ตั้งแต่สมัยเป็นผู้เล่น บากบั่นพากเพียรจนประสบความสำเร็จทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ
รวบเหรียญรางวัลมาคล้องคอหมดแล้ว ทั้งยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก , กัลโช่ เซเรีย อาและโคปปา อิตาเลีย
หลังแขวนสตั๊ดก็ไม่ได้พักเลย เข้าเรียนโค้ชที่โคแวร์ชาโน่ สถาบันลูกหนังชั้นนำของอิตาลี ตามด้วยไปช่วยงาน อาร์ริโก้ ซ้าคคี่ ในการคุมทีมชาติ จนปีกกล้าขาแข็งฉายเดี่ยวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งจากงานคุมสโมสร
เขากุมบังเหียนทีมชั้นนำมากมาย ทั้งในอิตาลีและต่างแดน ล้วนแต่ผ่านงานมาแทบหมดแล้ว แถมไม่ใช่มือเปล่าอีกต่างหาก ทิ้งความสำเร็จไว้เป็นอนุสรณ์ความทรงจำเสมอ
บางคนอาจเถียงว่า แล้วทีตอนนั่งเก้าอี้ผู้จัดการทีมเอฟเวอร์ตัน ไม่เห็นได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย ตลอดปีครึ่งเหมือนวิ่งอยู่กับที่ ไม่ได้ก้าวหน้าไปไหน
แต่จะบอกว่า อันเช่ ยอมรับงานที่เอฟเวอร์ตัน เพราะมองเห็นแววโปรเจคต์ของฝ่ายบริหาร ฟาฮัด โมชิรี่ ดูจริงจังจริงใจกับการนำทีมขึ้นมาแถวหน้าพรีเมียร์ลีก ไม่ใช่แค่วาดวิมานในอากาศ
ว่าไปแล้ว อันเช่ เข็นเอฟเวอร์ตันจบอันดับกลางตารางได้ ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรเลย ท่ามกลางข้อจำกัดพอสมควร ทั้งในเรื่องงบประมาณซื้อผู้เล่นเข้ามา แรงดูงดึดทำให้นักเตะอยากย้ายหรือแม้กระทั่งต้องการเวลามากกว่าเพื่อพิสูจน์
แม้จะมีเสียงค่อนขอดว่าล้มเหลว เอาชื่อมาทิ้งซะมากกว่า แต่ก็ไม่อาจพูดได้เต็มปากเต็มคำนักหรอก
จริงๆ อันเช่ ตั้งใจจะอยู่ต่อไปก่อน เพื่อพิสูจน์ให้เห็นในความเชื่อและแนวทางของตนว่ามันถูกต้อง
อย่างไรก็ดีเมื่อมีข้อเสนอจากเรอัล มาดริดยื่นมาให้ มันเปลี่ยนความตั้งใจอย่างสิ้นเชิง คล้ายว่านี่คือทีมที่เขากำลังรออยู่เช่นกัน
1
ตอนคุมมาดริดรอบแรกช่วงปี 2013-15 มันเหมือนยังมาไม่สุดทาง มีบางอย่างค้างคาใจ
อันเช่ อาจนำราชันชุดขาวผงาดเจ้ายุโรปสมราคาฉายาอันกระเดื่อง แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้สัมผัสแชมป์ลาลีกา ซึ่งขับเคี่ยวแย่งกับบาร์เซโลน่ามาตลอด เพื่อประกาศว่าใครกันแน่ที่เป็นเต้ยในประเทศ
จนกระทั่งแยกทางกัน คงไม่คิดหรอกว่าจะเกิดลมพัดหวน ได้รีเทิร์นอีกครั้ง ซึ่งนั่้นมันยากที่จะปฏิเสธข้อเสนอ
บาดแผลกับเอฟเวอร์ตัน ทำให้เขาถูกมองอย่างไม่ค่อยไว้ใจสักเท่าไร กลัวว่ากลับมาเที่ยวนี้ จะเอาชื่อมาทิ้งเลย แล้วผลงานที่อุตส่าห์สั่งสมไว้ในอดีต จะพานทำให้แฟนๆลืมไปด้วย
แน่นอนบนพื้นฐานความจริง ยังไงคุณก็ต้องเจอความเสี่ยงในทุกสถานการณ์ แต่สำหรับ อันเช่ ทวีคูณเข้าไปอีก ส่วนหนึ่งเพราะ ซีเนดีน ซีดาน มีผลงานอันน่าประทับใจพอสมควร โดยเฉพาะการคุมรอบแรก เป็นการฝากไว้ก่อนจาก
สาวกไม่น้อยอาจติดภาพของ ซีดาน ที่ต้องการันตีแชมป์เป็นส่วนใหญ่ ยิ่งในรายการยูซีแอลด้วยแล้ว ห้ามพลาดเด็ดขาด อย่างน้อยต้องมีทะลุถึงตัดเชือกให้สมศักดิ์ศรี ไม่ใช่ปิ๋วตั้งแต่รอบก่อนๆ
ไม่มีใครคาดคิดหรอกว่า อันเช่ จะทำได้ดีแบบ 10 คะแนนไม่หัก มันต้องมีสะดุดหรือร่องรอยของความผิดพลาดบ้าง
แต่ก็อย่างที่เห็นกัน กุนซืออิตาเลี่ยนประกาศศักดาด้วยดับเบิ้ลแชมป์ คว้าลาลีกามาครองได้สำเร็จ จากที่เป็นปมมาพักใหญ่ ในที่สุดก็เดินมาถึงเส้นชัย
ส่วนในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ต้องยอมรับกว่า กว่าจะหักด่านผ่านถึงแชมเปี้ยน ราชันชุดขาวฝ่าแต่ละรอบมาอย่างทุลักทุเลเลย ที่สำคัญน็อกทีมดังจากอังกฤษเรียบวุธ เป็นการโชว์ให้เห็นกึ๋นของ อันเช่ อย่างแท้จริง
ทั้งที่ขุมกำลังมาดริดไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมาก ผู้เล่นค่าตัวแพง ค่าแรงมหาศาลอย่าง เอแด็น อาซาร์ ก็ยังไม่อาจยกระดับมาช่วยแบ่งเบาภาระอะไรได้ สภาพเหมือนเดิมไม่มีผิด
2
อันเช่ ต้องยึดแข้งหน้าเดิมๆเป็นหลัก อาศัยว่าบางคนเคยร่วมงานกันมาก่อน รู้จักรู้ใจกันพอสมควร ไม่ต้องมาทำความเข้าใจอะไรกันนัก เดินหน้าลุยได้เต็มที่เลย
ไม่ผิดนักหรอกว่า การกลับมาอีกครั้งของ อันเช่ ช่วยรีดเค้นศักยภาพผู้เล่นบางคน ซึ่งก็เจ๋งอยู่แล้ว ให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ได้อีก
ลูก้า โมดริช , โทนี่ โครส , กาเซมีโร่ ล้วนแต่เป็นมาตรฐาน ในขณะที่ คาริม เบนเซม่า พีกกว่าเก่าแม้ในวัยที่เข้าใกล้ 34 ตามด้วย เอแดร์ มิลิเตา พัฒนาจนเป็นเซ็นเตอร์แบ็กที่เหนียวแน่น
ดาวิด อลาบา ทดแทนทั้ง เซร์คิโอ รามอส และ ราฟาแอล วาราน สองคีย์แมนที่ต้องย้ายออกไปตามวิถี ซึ่งมันควรจะกระทบต่อเกมรับอย่างมาก แต่สิ่งเหล่านั้นโดนปิดช่องโหว่ด้วย อันเช่ จนหมดสิ้น
นอกจากนี้ วินิซิอุส จูเนียร์ ดาวรุ่งที่ฟอร์มสามวันดีสี่วันป่วย คาดหวังอะไรไม่ได้มากนัก ก็เปล่งประกายอย่างน่าทึ่ง รวมถึง เฟเด้ วัลเวร์เด้ ซึ่งเวลานี้พรวดพราดจนแทบจะติดดาวให้กลายเป็นสตาร์ดวงใหม่ไปแล้ว
หากไม่ให้เครดิต อันเช่ ก็คงเกินไปหน่อย ซีดาน อาจทำได้ดีตามมาตรฐานและข้อจำกัด แต่ต้องยอมรับว่ากุนซืออิตาเลี่ยน คือคนที่มาต่อยอด ปะผุโมดิฟายให้รูปลักษณ์แตกต่างไปจากเดิม
1
ตัดภาพมาปัจจุบันมาดริดยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยที่ไม่ต้องแคร์เลยว่าจะโดน คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ หักหลังกลืนน้ำลายไม่ยอมย้ายมาเหมือนที่คุยกันไว้
1
การเติบโตของ วินี่ , โรดรีโก้ และ วัลเวร์เด้ บวกด้วยกองกลางสายเลือดใหม่ของทีมชาติฝรั่งเศสอย่าง โอเรเลียง ชูอาเมนี่ และ เอดูอาร์โด้ กามาแว็งก้า ล้วนแต่มีทิศทางพัฒนาดีเยี่ยม
มีข่าวว่า อันเช่ น่าจะคุมมาดริดเป็นสโมสรสุดท้ายแล้ว ถึงเวลาที่ต้องสไลด์ลงจากหลังเสือซะที หากเป็นจริงมันน่าจะยิ่งกระตุ้นให้เขาและนักเตะมาดริด ฮึดสู้เพื่อสร้างประวัติศาสตร์ในฤดูกาลนี้ต่อเนื่้อง
อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ยอมรับเลยว่า ตั้งแต่เป็นแข้งอาชีพมา ไม่เคยเจอเจ้านายเจ๋งแบบนี้มาก่อนเลย
1
ว่าไปแล้วคนเป็นผู้จัดการทีมก็เหมือนหัวนี่แหล่ะ ถ้าหัวดีจริง ส่วนลำตัวลากไปถึงข้างล่างก็ต้องดีหมดสอดคล้องกัน
เรอัล มาดริดปัจจุบันเป็นอย่างนั้นเลย
.
ทุกท่านสามารถติดตามอ่านบทความย้อนหลังได้ที่ ..
.
และเพิ่มเพื่อนไลน์แอด "เพื่อเด้งเตือน" ให้คุณได้อ่านก่อนใคร กดที่ลิงค์นี้ครับ
ขอบคุณครับ
  • 18
โฆษณา