29 ต.ค. 2022 เวลา 08:52 • อาหาร
มารู้จักสมุนไพรฝรั่งสำหรับประกอบอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ
เครดิตภาพ:  Pexels
สมุนไพรหลายชนิด (Herbs) ที่เราใช้ปรุงอาหารเพื่อเพิ่มรสชาติและความอร่อย นั้นยังสามารถช่วยให้เรามีสุขภาพดีขึ้นได้ สมุนไพรฝรั่ง ปัจจุบันเป็นที่นิยมในบ้านเรามากขึ้น เพราะคนไทยนิยมทานอาหารต่างชาติมากขึ้น เช่น พิซซ่า สมุนไพรฝรั่งมีหลายชนิด และมีสรรพคุณต่างกันด้วย เรามารู้จักสมุนไพรฝรั่งกันเลยค่ะ
1. เบสิล (Basil) หรือโหระพาฝรั่ง
Basil    เครดิตภาพ:  Pexels
เบสิลหรือโหระพาฝรั่ง มีทั้งสีม่วงและสีเขียว แต่กลิ่นและรสชาติจะอ่อนกว่าของไทยมาก ใบจะใหญ่และนุ่มกว่า เป็นเครื่องปรุงสำหรับอาหารอิตาเลี่ยนเช่นใช้ทำซอลเพสโต หรือที่เราเรียกว่าซอสโหระพานั่นเอง หรือนิยมทานสดแกล้มกับอาหารอิตาเลี่ยนก็ได้เพราะมีกลิ่นหอมทำให้อาหารน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น
นักวิจัยที่ศึกษาโหระพาพบว่าสามารถช่วยควบคุมความดันโลหิตได้ และกลิ่นหอมของโหระพาช่วยคลายความเครียดและบรรเทาความวิตกกังวลได้
เคล็ดลับ: เช่นเดียวกับสมุนไพรอื่นๆ ให้ใส่ใบโหระพาหลังสุดตอนปรุง เพราะจะเสียรสชาติถ้าปรุงนานเกินไป
2. ดิล (Dill) หรือผักชีฝรั่ง
Dill     เครดิตภาพ:  Pexels
ผักชีฝรั่ง เราจะใช้ทั้งใบและเมล็ดผักชี และทั้งคู่ใช้ในการดองและทำอาหาร
เมล็ดผักชีใช้ปรุงรสผักดอง ซุป และปลา จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเพนน์สเตท สหรัฐอเมริกา พบว่า สามารถช่วยลดความดันโลหิตได้
เคล็ดลับ: หากคุณต้องการกำจัดกลิ่นปาก ให้เคี้ยวเมล็ดผักชีฝรั่งสักกำมือ
3. การ์ลิค (Garlic) หรือกระเทียม
Garlic    เครดิตภาพ:   Pexels
กระเทียมเราใช้กันอย่างแพร่หลาย เป็นทั้งสมุนไพรและเครื่องเทศ กระเทียม ได้รับการยอมรับว่าสามารถต่อสู้กับโรคไข้หวัดได้ และมีงานวิจัยซึ่งพบว่ากระเทียมช่วยลดความดันโลหิตและป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือดแดง
เคล็ดลับ: เพื่อกระตุ้นการทำงานของร่างกายเพื่อสุขภาพที่ดี ให้สับหรือบดกระเทียม 5 ถึง 10 นาที ก่อนนำไปปรุงอาหารหรือในใส่ส่วนผสมอื่นๆ
4. กิงเกอร์ (Ginger) หรือขิง
Ginger    เครดิตภาพ:   Pexels
บางคนเรียกขิงว่าเป็นสมุนไพร บางชนิดเป็นเครื่องเทศ แต่ไม่ว่าเราจะเรียกมันว่าอะไรก็ตาม มันมีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพที่น่าประทับใจ การวิจัยพบว่าขิงสามารถบรรเทาอาการปวดข้อเข่าเสื่อม บรรเทาอาการเมารถ และเมาเรือ ช่วยการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกาย และช่วยลดคอเลสเตอรอล
 
เคล็ดลับ: น้ำที่ได้จากขิงผงมีรสชาติอร่อยมาก
5. ลาเวนเดอร์ (Lavender)
Lavender    เครดิตภาพ:   Pexels
แม้ว่าจะเป็นสมุนไพรที่กินได้ แต่งานวิจัยส่วนใหญ่ที่เกี่ยวกับลาเวนเดอร์มุ่งเน้นไปที่กลิ่นหอมของมัน ผลการศึกษาหลายชิ้นระบุว่า กลิ่นลาเวนเดอร์ซึ่งเป็นตระกูลมินต์สามารถบรรเทาความวิตกกังวล ช่วยการนอนหลับ และขจัดความหงุดหงิดและความเครียด ถ้านำดอกลาเวนเดอร์ถุงเล็กๆ ใส่ไว้ใต้หมอนในตอนกลางคืน ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลาย หลับสบาย
เคล็ดลับ: หากเราต้องการใช้ลาเวนเดอร์เป็นสมุนไพรในการปรุงอาหารหรือตกแต่งเค้ก ให้แน่ใจว่า เราใช้ลาเวนเดอร์เกรดสำหรับทำอาหาร โดยเริ่มต้นใช้ด้วยจำนวนเล็กน้อย
6. เลมอน บาล์ม (lemon Balm) หรือสะระแหน่ฝรั่ง
Lemon Balm     เครดิตภาพ:   Pexels
เลมอน บาล์ม เป็นพืชตระกูล มิ้นต์ (Mint) หรือที่รู้จักกันในกลุ่มของชาวเกษตรกรว่า “สะระแหน่ฝรั่ง” เป็นไม้ล้มลุกจะออกดอกสีขาวในช่วงฤดูร้อน แล้วจะตายลงในช่วงฤดูหนาว แล้วจะกลับมางอกงามใหม่อีกครั้ง กลิ่นของเลมอน บาล์มจะคล้ายกับใบมะนาว รสสัมผัสจะคล้ายกับตะไคร้ และมะนาว ผสมกัน
เราเลือกใช้ เลมอน บาล์ม กับจานอาหารเรียกน้ำย่อย ซุป รวมถึงเครื่องดื่มอีกด้วย เพราะจะให้กลิ่นและรสสัมผัสที่น่าทึ่ง เมื่อกินเข้าไปแล้วได้รับความสดชื่นที่เต็มคำ
 
ใบของเลมอน บาล์ม ถูกนำมาใช้เพื่อลดความเครียด บรรเทาความวิตกกังวล และช่วยให้นอนหลับลึก รู้สึกผ่อนคลายจากอาการเหนื่อยล้าจากการทำงาน ช่วยเสริมสร้างความจำ
เคล็ดลับ: สมุนไพรสะระแหน่นี้สามารถช่วยรักษาเริม และบรรเทาอาการคัน จากแมลงกัดต่อย แช่ใบสะระแหน่ที่บดแล้ว 2-4 ช้อนชาในน้ำเดือด นาน 10 นาที รอให้เย็น ใช้สำลีชุบแล้วทาที่แผลได้ตลอดทั้งวัน
7. ออริกาโน (Oregano)
Oregano    เครดิตภาพ:   Pexels
ออริกาโนเป็นพืชตระกูลเดียวกับมินต์ เป็นเครื่องเทศคู่ครัวอาหารอิตาเลี่ยน อย่างที่เราคุ้นชินกับการนำผงออริกาโนมาโรยบนหน้าพิซซ่า เพราะว่ามีกลิ่นหอมและอร่อยขึ้น แต่จริงๆ แล้วออริกาโนสามารถทานได้ทั้งแบบสดและแบบแห้งค่ะ
ออริกาโนมีสรรพคุณมากมาย ช่วยกำจัดไขมันในเลือด มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง มีฤทธิ์ร้อน แก้ปวดกล้ามเนื้อ ใบสดๆ มีกลิ่นหอมแรงแต่ไม่เท่ากับแบบแห้ง หรือจะสกัดเป็นน้ำมันก็ได้ แต่ที่นิยมมากที่สุดจะเป็นแบบแห้ง ทานได้กับเนื้อสัตว์ทุกชนิดและเหมาะกับซอสมะเขือเทศ
นอกจากนี้ ชาออริกาโนยังช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันและช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับการติดเชื้อ
เคล็ดลับ: ในการทำชาออริกาโน ให้บดใบออริกาโนใส่ในกา เทน้ำเดือดหนึ่งถ้วยลงไป ทิ้งไว้ห้านาที เอาใบออก เติมน้ำมะนาวและน้ำผึ้งเพื่อเพิ่มความอร่อย
8. โรสแมรี่ (Rosemary)
Rosemary    เครดิตภาพ:   Pexels
โรสแมรี่เป็นพืชที่นำไปปรุงอาหาร ทั้งอาหารประเภทเนื้อ แกะ ไก่ แพะ หรือมันฝรั่ง หรือใช้หมักเนื้อร่วมกับกระเทียม ทำซุปหรือซอสก็ได้ หรือถ้านำไปอบจะมีกลิ่นหอมมาก ช่วยดับกลิ่นคาวได้ดีมาก หรือใช้แบบสดทำเป็นสลัดร่วมกับผักอื่นๆ ก็เหมาะ
อีกทั้งยังนิยมนำไปทำเป็นน้ำมันหอมระเหยได้อีกด้วย เพราะทั้งใบและก้านมีกลิ่นหอมมาก แบบแห้งก็สามารถนำมาชงเป็นชาดื่มได้
 
โรสแมรี่เป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและสารต้านการอักเสบที่อาจช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันและเพิ่มการไหลเวียนโลหิต นอกจากนี้ยังคลายประสาท ช่วยให้ความจำดีขึ้นได้อีกด้วย
เคล็ดลับ: โรสแมรี่มีกลิ่นหอม และรสชาติดี จึงนิยมใช้ปรุงอาหาร
9. เสจ (Sage)
Sage    เครดิตภาพ:   Pixabay
เสจ เป็นไม้พุ่มที่เขียวชอุ่มตลอดปี เป็นสมาชิกของตระกูลมินต์ ใบอ่อนที่มีลักษณะเฉพาะของมันมีกลิ่นมิ้นต์และเย็น อาจจะไม่เป็นที่นิยมหรือคุ้นหูกันมากนัก เพราะมักจะใช้ควบคู่กับสุนไพรชนิดอื่น ๆ เข้ากับอาหารที่มีมันเยอะๆ เช่น ห่าน หมู หรือใช้ยัดไส้เนื้อจำพวกสัตว์ปีก ใช้มากในครัวฝรั่ง มีรสเผ็ดซ่า กลิ่นคล้ายพริกไทย
มีสรรพคุณรักษาอาการเบื่ออาหาร เพิ่มประสิทธิภาพความจำ และยังเป็นสมุนไพรที่ช่วยปรับสมดุลประจำเดือนของผู้หญิงอีกด้วย สามารถนำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยก็จะนิยมใช้ในสปา เพราะจะลดความเครียด ช่วยให้รู้สึกสงบค่ะ
เคล็ดลับ: เสจมีกลิ่นแรงและมีรสเฝื่อน ดังนั้นไม่ควรใส่มาก ควรใช้เท่าที่จำเป็นในการปรุงรสอาหาร
10. ไธม์ (Thyme)
Thyme    เครดิตภาพ:   Pixabay
ไธม์ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เป็นกลิ่นคล้ายเลมอนอ่อนๆ เหมาะสำหรับปรุงอาหารเมนูเนื้อสัตว์ต่างๆ เช่น ไก่ ปลา และอาหารทะเล มีส่วนช่วยในการย่อยอาหาร เป็นเครื่องเทศที่ไม่เด่นแต่ก็ขาดไม่ได้ในครัวฝรั่งเศส เป็นส่วนประกอบหลักในสตูว์ เข้ากับของปิ้งย่างได้เป็นอย่างดี
 
หรือจะเป็นอาหารที่ใส่ไวน์ นิยมใช้ร่วมกับโรสแมรี่ ออริกาโน เพื่อเสริมกลิ่นหอมให้อาหาร มีสรรพคุณรักษาอาการไอ รักษาหลอดลมอักเสบ รักษาอาการมีแก๊สในลำไส้ได้อีกด้วย
เคล็ดลับ: เพื่อช่วยกำจัดอาการไอ ให้ชงชาไธม์สักถ้วย ต้มไธม์สด สองหรือสามก้าน ในน้ำเดือดสักครู่ กรอง และเติมน้ำมะนาวและน้ำผึ้งเล็กน้อย
อ้างอิง:
โฆษณา