ชะตาชีวิตแปรเปลี่ยนได้
คุณหลี่เป็นพ่อค้าอยู่ในมณฑลกวางตุ้ง วันนี้ระหว่างที่เดินอยู่ในตลาด ได้มีซินแสหมอดูเข้ามาทักว่า
"ปีนี้คุณอายุ 40 แล้ว และก็ยังไม่มีลูกหลานเลยใช่ไหม" คุณหลี่รู้สึกแปลกใจ จึงหันไปตอบว่า "ใช่ครับ แม่นจริงซินแส" ซินแสพูดต่อไปว่า "แม่นแค่นี้ยังไม่พอ คุณต้องระวังตัวให้จงดี เกรงว่าคุณจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินตุลาคมปีนี้" ซินแสเตือนด้วยความหวังดีต่อไปว่า "คุณควรจะเตรียมตัวเตรียมใจให้เรียบร้อยก่อนจะดีกว่า" คุณหลี่ตกใจ แต่ก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง พอสอบถามเพื่อนฝูงและชาวบ้านแถวนั้น จึงรู้ว่าซินแสคนนี้ไม่ธรรมดา การทำนายทายทักมักจะแม่นจนชาวบ้านนับถือมาก
คุณหลี่คิดหนักอยู่หลายวัน สุดท้ายก็ตัดสินใจว่าน่าจะเตรียมการอะไรไว้บ้างตามที่ซินแสแนะนำ แกจึงออกเดินทางไปต่างถิ่นเพื่อตามเก็บหนี้สินที่ลูกค้าติดค้างกันไว้ในช่วงทำการค้า หลังเก็บหนี้สินส่วนใหญ่เรียบร้อยแล้วก็เตรียมเดินทางกลับบ้าน ระหว่างทางเจอฝนตกหนักตลอดทาง จนสุดท้ายน้ำท่วมถนนหนทางจนเดินทางต่อไปไม่ไหว แกจึงหาโรงเตี๊ยมพักระหว่างทาง
หลังกินข้าวเย็นเสร็จ แกก็ออกไปเดินยืดเส้นยืดสายละแวกโรงเตี๊ยม ก็พอดีเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกระโดดลงไปในแม่น้ำต่อหน้าต่อตาเพื่อฆ่าตัวตาย แกตกใจมากรีบตะโกนบอกว่า "มีผู้หญิงกระโดดน้ำ ใครก็ได้ช่วยชีวิตเธอที ใครช่วยได้มารับเงินรางวัลไป 20 ตำลึง" ในยุคนั้นเงินจำนวนนี้ไม่ใช่เงินจำนวนเล็กน้อย แม้น้ำในแม่น้ำจะเชี่ยวกรากแค่ไหน แต่ก็มีคนรีบกระโดดลงไปช่วย แล้วผู้หญิงคนนั้นก็ถูกช่วยขี้นมาจนสำเร็จ แน่นอนที่สุด เงินรางวัล 20 ตำลึงก็ถูกจ่ายให้คนช่วยทันที
คุณหลี่หันไปถามผู้หญิงว่า "อายุก็ยังไม่เยอะ ทำไมจึงคิดสั้น ถ้าช่วยไม่ทันก็คงตายไปแล้ว" ผู้หญิงเล่าทั้งน้ำตาว่า "ที่บ้านขัดสนจนไม่มีข้าวสารจะกรอกหม้อ ค่าเช่าที่นาก็ถึงเวลาต้องจ่ายค่าเช่าแล้ว สุดท้ายก็เลยนำเอาหมูที่เลี้ย
ไว้เพียงตัวเดียวไปขายที่ตลาด โชคร้ายที่เงินที่ขายได้ดันเป็นเงินปลอมทั้งหมด สามีที่บ้านก็มีนิสัยมุทะลุดุดันไม่ยอมฟังเหตุผล ดิฉันไม่มีทางออก เลยคิดฆ่าตัวตายให้มันจบๆกันไป" คุณหลี่ถามว่าขายหมูไปได้เงินเท่าไหร่ พอรู้จำนวนแล้วแกก็ควักเงินอีกเท่าตัวมอบให้ผู้หญิงไป "นำเงินกลับไปตั้งหลักใหม่ หนี้สินไปจ่ายให้เรียบร้อย ที่เหลือก็จัดการให้ดีเพื่อชีวิตจะได้ดีขึ้นกว่าเดิม" ผู้หญิงก้มรับเงินจำนวนนั้นด้วยคราบน้ำตา
เมื่อกลับถึงบ้าน ผู้หญิงเล่าเรื่องทั้งหมดให้สามีฟัง แต่สามีไม่เชื่อเด็ดขาด แน่ใจว่าภรรยาต้องเล่นไม่ซื่อกับแก แกบอกว่า "ยังมีคนดีขนาดนี้บนโลกใบนี้อีกหรือ ต่อให้เธออมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ ออกเงินจ้างคนงมเธอขึ้นมาจากน้ำ แล้วยังให้เงินก้อนโตมาอีก มันต้องมีอะไรซ่อนเร้นแน่นอน" เรื่องทำท่าจะบานปลายไม่จบง่ายๆ สุดท้ายบังคับให้เมียพาไปพบผู้ชายคนนั้น เมียจำใจต้องทำตาม
เมื่อทั้งสองมาถึงโรงเตี๊ยม ซึ่งก็เป็นเวลาดึกมากแล้ว เมื่อทราบเบอร์ห้องแล้ว ผู้หญิงก็ไปเคาะประตู ในขณะนั้นคุณหลี่ได้หลับไปแล้ว พอได้ยินเสียงเคาะประตูเลยตะโกนถามว่า "ใคร" ผู้หญิงตอบว่า "ดิฉันเองค่ะ คนที่คุณช่วยชีวิตไว้เมื่อตอนเย็น ดิฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ จึงอยากมาขอบคุณเป็นทางการอีกครั้ง" คุณหลี่รีบตอบว่า "ไม่ได้เด็ดขาด เป็นสาวเป็นนาง ดึกดื่นเที่ยงคืนมาเคาะประตูห้องแบบนี้ได้ไง ถ้ามีธุระอะไร พรุ่งนี้ค่อยพาสามีมาพบพร้อมกันดีกว่า"
เมื่อสามีของผู้หญิงได้ยินเช่นนั้น รู้แน่ว่านี่คือสุภาพบุรุษผู้มีเมตตาจิตเป็นเลิศอย่างแท้จริง จึงรีบตะโกนบอกไปว่า "เถ้าแก่ครับ ผมกับภรรยามาพร้อมกันอยู่หน้าห้องเถ้าแก่แล้วครับ ขอพวกเราได้มีโอกาสกราบขอบพระคุณบุญคุณอันมหันต์ครั้งนี้อีกสักครั้งนะครับ"
เมื่อคุณหลี่ได้ยินดังนั้น จึงได้รีบลุกจากเตียง เดินไปหยิบเสื้อคลุมมาใส่แล้วเดินตรงไปเปิดประตู วินาทีที่ประตูถูกเปิดออก กำแพงห้องที่อยู่ด้านหลังก็พังทะลายลงมาทันที สาเหตุคงเพราะฝนตกติดต่อกันมาหลายวัน กำแพงปูนคงอมน้ำและแบกน้ำหนักไม่ไหว พร้อมฐานกำแพงก็อาจไม่แข็งแรงพอ ทำให้กำแพงห้องด้านนั้นพังครืนลงมาทับเตียงนอนพอดิบพอดี เมื่อคุณหลี่หันไปเห็นก็ตกใจแทบช็อก นี่ถ้าแกไม่ลุกจากเตียงมาเปิดประตูห้อง ป่านนี้คงกลายเป็นผีเฝ้าโรงเตี๊ยมไปแล้ว
เมื่อเหตุการณ์ผ่านไป น้ำลดจนผู้คนกลับมาสัญจรได้แล้ว คุณหลี่เดินทางกลับบ้านด้วยความสบายใจ ระหว่างทางได้เจอซินแสท่านนั้นอีกโดยบังเอิญ ซินแสเข้ามาทักว่า "คุณไปทำบุญทำกุศลเรื่องใหญ่เรื่องโตอะไรมาหรือเปล่า ทำไมหน้าตาอิ่มบุญราศีจับจนกลายเป็นคนละคนไปเลย" คุณหลี่ตอบไปว่า "ก็ไม่มีอะไรมากมายนักหรอก เล็กๆน้อยๆตามประสามนุษย์ที่ดีที่เขาควรจะทำกัน" แต่ซินแสยืนกรานว่า "ต้องไม่ใช่เรื่องเล็กเรื่องน้อยธรรมดาสามัญแน่นอน คุณรอดแล้วด้วยน้ำใจของคุณเอง ดีใจด้วยจริงๆ"
นับจากวันนั้นมา ไม่มีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นกับชีวิตคุณหลี่อีกเลย ธุรกิจการค้าและชีวิตครอบครัวล้วนราบรื่นไปหมด แถมแกยังมีอายุอยู่เกินร้อย แล้วยังมีลูกหลานถึงสิบเอ็ดคนในบั้นปลายของชีวิต
คำสอนจีนโบราณสอนไว้ว่า
คนที่ทำแต่ความดีงาม แม้สุขอาจจะยังมาไม่ถึง แต่ทุกข์โศกก็หนีห่างหายไปแล้ว
ส่วนคนที่ทำแต่ความชั่วร้าย แม้ความอาบัติอาจจะยังไม่มาเยือน แต่สุขที่ควรจะได้ก็ห่างหายจากไปไกลโขแล้ว
Facebook:ห้องสมุดฟลิ้นท์
“ขจรศักดิ์”
แปลและเรียบเรียง
จากเรื่องเล่าโบราณของจีน
โฆษณา