5 พ.ย. 2022 เวลา 09:29 • ความงาม
📍รอยดำจากสิว เกิดจากอะไร และ รักษาได้อย่างไร ? https://youtu.be/DmeK_9EHB7I
👨‍⚕️เมื่อรักษาสิวหายหมดแล้วก็ยังอาจทิ้งปัญหารอยแดง รอยดำ และรอยแผลเป็นเอาไว้ การดูแลและรักษาอย่างถูกวิธีตั้งแต่เริ่มเป็นสิวจะช่วยให้สิวหายเร็วขึ้นเพื่อลดรอยแดงจากสิวและรักษารอยสิว ได้ครับ
🔬สาเหตุของการเกิดรอยดำจากสิว
•สิวที่มีลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆสีขาว (สิวหัวขาว) หรือตุ่มสีดำ (สิวหัวดำ) เกิดจากของการอุดตันบริเวณรูเปิดของต่อมไขมัน เมื่อการอุดตันที่เกิดขึ้นไม่ได้รับการแก้ไขจะก่อให้เกิดภาวะการอักเสบและการติดเชื้อแบคทีเรียตามมา จนสิวกลายเป็นตุ่มแดง (สิวอักเสบ) และตุ่มหนอง
•หากการอักเสบลุกลามมากขึ้น สิวจะกลายเป็นไตแข็งบวม แดงและกดเจ็บ หรือเรียกอีกอย่างว่า “ซีสต์” หรือสิวหัวช้าง รอยแดงที่เกิดขึ้นขณะเป็นสิว เกิดจากการขยายตัวของหลอดเลือดบริเวณที่เกิดการอักเสบ
*ภาวะการอักเสบของสิวหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีอาจทำให้ผิวหนังบริเวณดังกล่าวกลายเป็นรอยแดงอยู่นานหรืออาจเป็นรอยแดงที่ถาวรได้
*ตำแหน่งสิวที่มีการอักเสบรุนแรงมักกลายเป็นแผลหลุมตามมา นอกจากนี้ภาวะการอักเสบของตุ่มสิวยังอาจก่อให้เกิดปัญหารอยดำหรือรอยคล้ำหลังจากที่รอยแดงจางหายไปแล้ว รอยดำพวกนี้เกิดการที่ เซลล์สร้างเม็ดสี melanocyte ถูกกระตุ้นให้เกิดการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนขึ้นหรือถูกกระตุ้นให้ผลิตเม็ดสีมากขึ้น
🧬การลดรอยดำและรอยแดงจากสิว
•การลดรอยดำจากสิวที่สำคัญที่สุด คือ การลดหรือป้องกันไม่ให้เกิดการอักเสบของสิว เมื่อมีสิวที่เป็นตุ่มแดง ตุ่มหนอง หรือเป็นไตแข็งกดเจ็บ ควรรีบรักษาโดยเร็ว
•หลีกเลี่ยงการบีบ เค้น และแกะสิว เพราะการกระทำเหล่านี้จะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบที่รุนแรงมากขึ้น ทำให้รอยแดงหรือรอยดำที่เป็นอยู่มีสีเข้มขึ้นหรือเป็นอยู่ในระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น
•รวมถึงการรักษาสิวอุดตันโดยการกดสิวอุดตันก็ควรทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญ เพราะหากทำที่ไม่ถูกต้องอาจก่อให้เกิดรอยแดง รอยดำ และแผลหลุมตามมาได้ครับ
💊วิธีรักษารอยดำจากสิว
การรักษารอยดำ ส่วนมากใช้เวลาเป็นเดือน ต้องใจเย็นและงดการ แกะสิว โดยเด็ดขาดนะครับ
•การรักษาและลดการอักเสบของสิวที่ทันท่วงทีจะช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดรอยดำจากสิวได้
•การรักษารอยดำมักใช้ยาทาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสี เช่น ยาที่มีส่วนประกอบของสาร ไฮโดรควิโนน (แนะนำต้องปรึกษาแพทย์ก่อนนะครับ) อาบูติน Arbutin กรดโคจิก Kojic acid, ทรานซามิน (Transamin), Skinoren (Azeleic acid)
-ยาทาที่ออกฤทธิ์ในการเร่งการผลัดตัวของเซลล์ผิว เช่น ยาที่มีส่วนประกอบของกรดอัลฟ่าไฮดร๊อกซี่ AHA อ่อนๆ หรือ Tretinoin
-การใช้เลเซอร์ที่จัดการเม็ดสี เช่น IPL, QsNdYag, Picosecond laser
-การหลีกเลี่ยงแสงแดดและการทาครีมกันแดด
*การรักษารอยดำจากสิวควรเริ่มต้นไปพร้อมๆ กับวิธีการรักษาสิว ตราบใดที่สิวยังไม่หาย และยังมีสิวใหม่ขึ้นเรื่อยๆ ก็อาจะมีรอยสิวตามมาได้ครับ*
หมอมีคลิปการรักษารอยดำจากสิวด้วย เลเซอร์มาฝากกันครับ
LASERS AND LIGHTS: HOW WELL DO THEY TREAT ACNE?
Lasers and other light therapies may seem like the perfect acne treatment. Just beam a light to make the acne disappear.
Using them is actually a bit more involved and the results less predictable, even in the skilled hands of a dermatologist. Still, these treatments can be an effective part of an acne treatment plan.
The following explains what you can expect from an in-office acne treatment that uses a laser or other light treatment.
No one laser or light treatment can treat pimples, blackheads, whiteheads, acne cysts, and acne nodules. That’s why different types of lasers and light therapies are used to treat acne. The following explains what the different types of lasers and lights can and cannot treat.
Blue, red, and blue + red light devices: Called visible light because you can see the colors, these devices can treat pimples. Visible light is not effective against blackheads, whiteheads, acne cysts, or nodules.
At-home devices: The US Food and Drug Administration (FDA) has approved some visible-light LED devices (blue, red, and blue + red light devices) for at-home use. These devices are less powerful than the ones a dermatologist uses. As stated above, visible light can only treat pimples.
There is no way to know who will see results. If you want to give it a try, you’ll need to use an at-home device twice a day. Some devices you need to use
for 30 to 60 minutes, twice a day, for 4 to 5 weeks.
Infrared light: The FDA has approved this type of light to treat pimples, including those that develop on the back. Infrared light cannot treat blackheads, whiteheads, cysts, or nodules.
Photodynamic therapy (PDT): During PDT, a solution that makes the skin more sensitive to light is applied to acne-prone skin. The solution must sit on the skin for a while, between 15 minutes and 3 hours. Next, a dermatologist uses a laser or light device to treat the skin.
PDT therapy shows great promise in helping to treat severe acne. Some patients who had acne cysts have been clear for years after receiving PDT from a dermatologist.
Photopneumatic therapy: This treatment combines an intense pulsed light (IPL) laser with a gentle vacuum. It works by removing excess oil and dead skin cells from clogged pores. It is FDA-approved to treat blackheads, whiteheads, and some pimples. It cannot treat acne nodules or cysts.
#รักษาสิว #รักษารอยดำสิว #picosecondlaser #รอยดำสิว #รอยแดงจากสิว #รอยดำจากสิวรักษาอย่างไร
#หมอรุจชวนคุย 👨‍⚕️😉🔬
โฆษณา