Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
น้องต้าร์บ้าบอทเทรด
•
ติดตาม
14 พ.ย. 2022 เวลา 02:25 • คริปโทเคอร์เรนซี
Orderbook คือ รายการคำสั่งที่ต้องการจะซื้อและจะขายของคนที่อยู่ในกระดานเทรด
กระดานเทรด ถ้าพูดแบบให้เห็นภาพที่สุดก็จะเหมือนกับตลาดแลกเปลี่ยนสินค้า ที่มีผู้ที่ทั้งต้องการซื้อและผู้ต้องการขายอยู่อย่างมากมาย จะถูกแบ่งเป็น 2 ฝั่ง คือ ฝั่งที่เสนอซื้อและฝั่งที่เสนอขาย
ฝั่งที่ต้องการขายเราเรียก Ask ส่วนฝั่งที่ต้องการซื้อเราเรียก Bid
โดยปกติจะมี 3 อย่างหลักๆที่แสดงอยู่ในส่วนของ orderbook คือ 1.ราคา 2.จำนวน token ทั้งหมด 3.จำนวน token หลักหรือเงินสกุลหลักทั้งหมด
- คนที่ซื้อขายโดยการตั้ง limit order เราเรียกว่า Maker ครับ สินทรัพย์จากพวกเขาเหล่านี้จะสร้างสภาพคล่องให้กับกระดานให้กับตลาดด้วย พูดอีกแบบนึงก็เหมือนกับการเอาสินทรัพย์ที่ตัวเขามีอยู่ไปวางไว้หน้าแผงแล้วบอกอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้เกิดความต้องการซื้อและความต้องการขาย
- คนที่เข้าไปซื้อขายแบบ market เราเรียกว่า Taker ครับ คือคนที่เข้าไปแลกเปลี่ยนกับ Maker นั่นเอง
ถ้า maker กับ taker จับคู่กัน กระดานเทรดเขาจะทำการบันทึกข้อมูลเรทราคาตรงนี้ไว้ครับ เพื่อที่เขาจะเอาไปสร้างเป็นกราฟขึ้นมา เพื่อให้คนในตลาดสามารถนำมาตัดสินใจและวิเคราะห์ได้อย่างที่เป็นกันอยู่นี้นี่เอง
ออเดอร์ประเภท market ถ้าเป็นการซื้อ ระบบจะจับคู่กับคนที่ตั้งราคาขายถูกที่สุดเสมอ และถ้าเป็นการขาย ระบบจะจับคู่กับคนที่ตั้งราคาซื้อแพงที่สุดเสมอ
สำหรับคนที่ใช้บอทเทรดหรือเขียนบอท ในการเขียนเงื่อนไขในการเปรียบเทียบราคากับค่า indicator ต่างๆ เช่น ราคาปัจจุบันสูงกว่า EMA200 เป็นต้น โดยปกติแล้วเราจะไม่ใช้ราคาที่จับคู่กันล่าสุดมาเปรียบเทียบครับ เพราะจะขาดความแม่นยำ ถ้าเป็นการซื้อเราจะใช้ bid มาเปรียบเทียบ และถ้าเป็นการขายเราจะใช้ ask มาเปรียบเทียบ และในกรณีที่ exchange กำหนดให้ส่งคำสั่งซื้อเป็นปริมาณ token ที่ต้องการแลกเปลี่ยน เราจะเอา token หลักหรือสกุลเงินหลักหารด้วยราคา bid ครับ จึงจะแม่นยำ
orderbook มีการขยับอยู่ตลอดเวลาและรวดเร็วมาก โดยเฉพาะ exchange หรือกระดานที่มีสภาพคล่องสูงๆ(มีคนเทรดเยอะ มีวอลลุ่มเยอะ) การเทรดที่ต้องการความแม่นยำโดยเฉพาะกลยุทธ์ประเภทเทรดสั้นหรือ scalping ควรใช้ออเดอร์ประเภท limit ครับ ถ้าหากใช้แบบ market เผื่อราคากระชากกระทันหัน อาจจะทำให้เราขาดทุนได้
บาง exchange ก็คิดค่าธรรมเนียมสำหรับ maker และ taker ต่างกันครับ โดยปกติ maker จะจ่ายค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่า เพราะ exchange จะใช้เป็นแรงจูงใจในการสร้างสภาพคล่องนั่นเองครับ
Orderbook บนกระดานเทรด Binance
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย