การเพิ่มรายได้ 5 ประเภท มีอะไรบ้าง
ข้อดี-ข้อเสียต่างกันอย่างไร?
.
ก่อนอื่นเรามาพูดถึงความสำคัญของเรื่องนี้กันก่อน
หลายคนน่าจะรู้จักสมการอันนี้ดี
=====
เงินเก็บ = รายได้ - รายจ่าย
=====
สมการนี้หมายความว่าไง?
การที่เราจะเพิ่มเงินเก็บให้มากขึ้นได้นั้นมีอยู่ 2 วิธีคือ
- เพิ่มรายได้
- ลดรายจ่าย
=====
ซึ่งคนส่วนใหญ่มักใช้การลดรายจ่าย เพราะทำได้ง่าย ทำได้ทันที ไม่ต้องมีต้นทุนเพิ่มเติมในการลดรายจ่าย
แต่เชื่อหรือไม่? ว่าจริง ๆ แล้วการลดรายจ่ายนั้นให้ส่งผลต่อเงินเก็บน้อยกว่าการเพิ่มรายได้
สถิติอันนี้น่าสนใจมากครับ (อาจแย้งกับความเข้าใจคนส่วนใหญ่)
พบว่าการลดรายจ่ายในชนชั้นล่าง-กลาง นั้นไม่ค่อยมีผลลัพธ์ที่เป็นนัยยะเท่าไหร่
เพราะว่าค่าใช้จ่ายพื้นฐาน เช่น ค่าอาหาร ยา ที่อยู่อาศัย ค่าเดินทาง ต่าง ๆ นั้น เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถลดหรือตัดออกได้ถึง 70% - 120% ของรายได้
ในขณะที่ชนชั้นสูงนั้น แม้มีแนวโน้มจะใช้จ่ายมากกว่าแต่เมื่อเทียบกับฐานรายได้นั้น
ค่าใช้จ่ายพื้นฐานจะอยู่เพียงแค่ 30% - 50% ของรายได้ เพราะรายได้ที่สูงขึ้นนั้นไม่ได้ทำให้ค่าใช้จ่ายพื้นฐานสูงขึ้นไปด้วยในอัตราที่เดียวกัน
การลดค่าใช้จ่ายจึงเป็นวิธีที่ไม่เหมาะกับทุกคน
วิธีที่ดีกว่าจึงเป็น การเพิ่มรายได้ !
แม้จะทำได้ยากกว่าการลดค่าใช้จ่าย แต่มักมีประสิทธิภาพกว่า (หากทำได้)
เกริ่นมาซะยาว ทีนี้เรามาดูกันว่าการเพิ่มรายได้ที่มีอยู่ 5 ทางคือ
- ขายเวลา/ความเชี่ยวชาญ
- ขายความสามารถ/บริการ
- ให้ความรู้คนอื่น
- ขายสินค้า
- เติบโตในหน้าที่การงาน
แต่ละแบบมีข้อดี-ข้อเสียยังไง สามารถเอาไปคิดแบบที่เหมาะสมกับเรา หรือเราถนัดได้เลย
#ขายเวลา #ขายความเชี่ยวชาญ
“เวลาเป็นเงินเป็นทอง” ตรงตัวเลย คือเราก็เอาเวลาที่เราเสียไปแลกเป็นเงิน เช่นไปรับจ้าง ใช้แรงกาย และความคิดแลกเงิน
วิธีนี้จะสามารถเพิ่มค่าแรงขึ้น จากการเพิ่มความเชี่ยวชาญเพื่อเพิ่มค่าแรงต่อหน่วยชั่วโมง ข้อเสียอย่างเดียวคือการเพิ่มรายได้จากวิธีนี้จะเพิ่มจากการสเกลไม่ค่อยได้ เพราะเวลาเรามีจำกัดเท่าเดิมเสมอ หากอยากได้รายได้เพิ่มอีกจึงต้องเพิ่มความสามารถให้มากพอที่จะเรียกร้องเงินเพิ่มเติมได้เป็นหลัก
=====
ข้อดี สามารถเริ่มลงมือได้ง่าย มีต้นทุนในการเริ่มลงมือน้อย
ข้อเสีย เวลามีจำกัดทำให้เพิ่มสเกลไม่ค่อยได้
=====
#ขายความสามารถ #ขายบริการ
จะคล้าย ๆ กับการขายเวลา แต่มีข้อดีตรงที่สามารถสร้างแบรนด์เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ตัวเองได้ดีกว่า แต่จำเป็นต้องฝึกความสามารถเพิ่มเติมให้ตอบโจทย์ตลาดได้ และก็ยังมีข้อจำกัดเรื่องเวลาที่ทำให้เพิ่มสเกลการทำงานหาเงินแบบก้าวกระโดดได้ยาก
=====
ข้อดี - ได้ค่าแรงที่สูงกว่าการขายเวลา สามารถสร้างแบรนด์เพื่อเพิ่มมูลค่าได้
ข้อเสีย - ต้องลงทุนเวลาในการพัฒนาสกิลตัวเองให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด การเพิ่มสเกลการให้บริการไม่ง่าย
=====
#ให้ความรู้คนอื่น
การสอน (โดยเฉพาะออนไลน์) เป็นวิธีดีที่สุดทางหนึ่งในการเพิ่มรายได้และสเกลแบบก้าวกระโดด เพราะเราไม่ต้องใช้ต้นทุนเพิ่มเติมมากนักในการได้ลูกค้าเพิ่ม รายได้ไม่ขึ้นอยู่กับจำนวนชั่วโมง แต่เป็นเรื่องความสามารถของผู้สอน
ซึ่งจริง ๆ แล้วความสามารถอะไรก็ตามที่เรามีและคิดว่าคนอื่นอยากมีเหมือนเรา สามารถขายในรูปแบบการสอนได้หมด
=====
ข้อดี - สเกลรายได้ ๆ ง่าย
ข้อเสีย - มีคู่แข่งเยอะ ต้องแย่งลูกค้ากัน
=====
#ขายสินค้า
ถ้าการให้ความรู้คนอื่นไม่ใช่ทาง ลองมาคิดสินค้าต่าง ๆ สำหรับขายก็ได้ครับ
โดยโจทย์หลัก ๆ ที่เราต้องคิดคือเราจะให้ประโยชน์กับลูกค้าเราได้อย่างไรบ้าง ?
หรือสินค้าของเราสามารถแก้ไขปัญหาของลูกค้าได้อย่างไร ?
โดยที่ปัญหานั้นจะเป็นปัญหาแบบไหนก็ได้ ทั้งอารมณ์ สภาพจิตใจ ทางกายภาพต่าง ๆ ยิ่งคุณแก้ปัญหาให้คนหมู่กว้างได้เท่าไหร่
สินค้าของคุณจะยิ่งสามารถเพิ่มปริมาณการขายได้รวดเร็วเท่านั้น
ข้อดีคือการคิดสินค้าออกมาครั้งเดียว คุณสามารถทำออกมาขายซ้ำได้เรื่อย ๆ และหากสินค้านั้นเป็นสินค้าที่ขายแบบดิจิตอล จะทำซ้ำได้ปริมาณมากโดยที่ค่าใช้จ่ายแทบไม่เพิ่มขึ้น หากคุณโชคดีสินค้าของเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า คุณจะสามารถขายมันได้เรื่อย ๆ
ข้อเสียคือการ สร้างสินค้าเพื่อนำไปขายนั้น มักมีต้้นทุนเริ่มต้นที่สูงกว่าวิธีการเพิ่มรายได้อื่น ๆ
=====
ข้อดี - เพิ่มสเกลได้ง่าย ถ้าขายดีทำเพิ่มได้ซ้ำ ๆ และมากขึ้นเรื่อย ๆ
ข้อเสีย - มีการลงทุนเริ่มต้นที่สูง และมีปัจจัยเรื่องการตลาดมาเกี่ยวข้องสูง
=====
#เติบโตในหน้าที่การงาน
หากหนทางก่อนหน้านี้ยังไม่ถูกใจ ทางสุดท้ายที่ทำได้คือการเติบโตในหน้าที่การงาน
อันที่จริงงานประจำเนี่ยแหละ คือวิธีที่คนส่วนใหญ่ในโลกใช้สร้างความมั่งคั่งขึ้นมา
โดยจากสถิติพบว่า​เศรษฐีส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 32 ปีในการเติบโตในหน้าที่การงานจนก้าวข้ามขึ้นเป็นเศรษฐี
=====
ข้อดี - ได้พัฒนาความสามารถและประสบการณ์ มีความเสี่ยงที่น้อยกว่าในการทำให้รายได้เติบโต
ข้อเสีย - ไม่สามารถควบคุมเวลา หรือ เลือกสิ่งที่อยากทำได้
=====
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับวิธีในการเพิ่มรายได้วิธีต่าง ๆ ชอบวิธีไหนและมีความเห็นอย่างไรกันบ้างครับ
BottomLiner
5ถูกใจ
4แชร์
746รับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      ปิดตำนาน ม.กรุงเทพกล้วยน้ำไท จับตา กลุ่ม "โอสถานุเคราะห์"แปลงโฉมที่ 27 ไร่ ปิดตำนาน ม.กรุงเทพกล้วยน้ำไท บุคลากรโพสต์ภาพอำลา ตึกเก่าแก่ สัญลักษณ์ 'ความรู้ คู่ความดี' อาคาร ดร.เจริญ คันธวงศ์ จับตา กลุ่ม โอสถานุเคราะห์ แปลงโฉม 'ที่ดิน' พื้นที่ 27 ไร่ ทำเลกลางเมือง สู่ธุรกิจใหม่ ?
      รู้จัก ALLY REIT ช่องทางลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ในยุคนี้ ยุคนี้ใคร ๆ ก็สามารถเป็นเจ้าของศูนย์การค้า หรือคอมมูนิตี้มอลล์ได้ แม้จะมีเงินทุนในมือไม่มาก..
      คนจนไม่เสียภาษีจริงหรอ? เวลาพูดถึงสวัสดิการอะไรก็ตาม เราจะเจอคอมเมนต์ประมาณนี้บ่อยมาก คอมเมนต์ประมาณว่า “คนจนไม่ต้องเสียภาษีหนิ ก็ไม่สมควรต้องได้อะไรอยู่แล้ว” “ประเทศนี้คนรวยเลี้ยงคนจน” หรือไม่ก็ “ไว้คนจนจ่ายภาษีก่อน แล้วค่อยมาว่ากัน” แต่ว่าในความเป็นจริงคนจนก็เสียภาษี แล้วก็เสียไม่ใช่น้อยด้วย …เดี๋ยวพูดให้ฟัง ฝากติดตามทุกช่องทางของพูด: https://linktr.ee/pud_production
      สวยและรวยมาก‘ลิซ่า BLACKPINK’ ถือ‘แบล็คการ์ด’ซื้อบ้านหรู 200 ล้าน ‘ลิซ่า BLACKPINK’ ถือ‘แบล็คการ์ด’บัตรเครดิตลิมิเต็ดเอดิชั่น ที่มีผู้ครอบครองเพียง 1,000 คนเท่านั้นบนโลก ทั้งซื้อบ้านหรูไฮโซ ในเกาหลีใต้ มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท
      ดูทั้งหมด