เงินบาทเปิดตลาด 35.75 บาทต่อดอลลาร์อ่อนค่าลง หลังเกิดสถานการณ์ระบาดโควิด-ประท้วงในจีน มองแนวโน้มผันผวนหลังตลาดการเงินปิดรับความเสี่ยง
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 35.75 บาทต่อดอลลาร์“อ่อนค่าลง”จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 35.54 บาทต่อดอลลาร์ โดยนวโน้มค่าเงินบาท ผันผวนอย่างเห็นได้ชัดจากประเด็นสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 และการประท้วงในจีน ทำให้เรามองว่า แรงกดดันฝั่งอ่อนค่ายังคงมีอยู่ในระยะสั้น หากบรรยากาศในตลาดการเงินอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยงต่อไป
นอกจากนี้ โฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำในจังหวะย่อตัวก็มีส่วนที่กดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลง (เงินบาทเคลื่อนไหวสอดคล้องกับทิศทางราคาทองคำถึง 88%) อย่างไรก็ดี เงินบาทอาจไม่ได้อ่อนค่าหนักมากจนทะลุ โซนแนวต้านแถว 36.00-36.10 บาทต่อดอลลาร์ ได้ง่ายนัก เนื่องจากบรรดานักลงทุนต่างชาติก็ยังไม่ได้เทขายทำกำไรสินทรัพย์ไทยอย่างที่เราเคยคาดการณ์ไว้ กลับกันบรรยากาศปิดรับความเสี่ยงของตลาดยังได้หนุนให้ผู้เล่นต่างชาติบางส่วนเดินหน้าซื้อบอนด์ระยะยาวของไทยเพิ่มเติมในวันก่อนหน้า
ทั้งนี้ เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดอาจยังไม่รีบปรับเปลี่ยนสถานะถือครองที่ชัดเจน เพื่อรอลุ้นถ้อยแถลงของประธานเฟด Jerome Powell ในวันพุธนี้ ซึ่งเรามองว่าอาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ตลาดการเงินมีการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนมากขึ้นได้
สำหรับการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ผันผวนสูงในช่วงที่ผ่านมาได้สะท้อนถึงความจำเป็นของการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น ทำให้เราคงแนะนำ ผู้ประกอบการควรใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่หลากหลายมากขึ้น
โดยเฉพาะการใช้ Options ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงได้ดีในช่วงที่ตลาดผันผวนหนักมองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35.65-35.90 บาท/ดอลลาร์
ส่วนบรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ พลิกกลับมาอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง โดยดัชนี S&P500 ปรับตัวลดลงกว่า -1.54% ท่ามกลางความกังวลสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ในจีนที่ล่าสุดส่งผลให้มีผู้ประท้วงต่อต้านมาตรการ Zero COVID ในหลายเมืองใหญ่
โดยความกังวลดังกล่าวได้กดดันให้ราคาหุ้น Apple ปรับตัวลดลงต่อเนื่องกว่า -2.6% หลังการผลิตไอโฟนอาจได้รับผลกระทบรุนแรงจากปัญหาการระบาดของ COVID-19 และการประท้วงในจีนดังกล่าว
นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดยังกังวลว่า สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ในจีนที่ยังน่ากังวลอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจและความต้องการใช้พลังงาน กดดันให้ราคาหุ้นกลุ่มพลังงานต่างปรับตัวลดลง (Exxon Mobil -3.0%, Chevron -2.9%)
ส่วนทางด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ของยุโรป ก็พลิกกลับมาปรับตัวลดลง -0.65% ตามภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดจากความกังวลสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 และการประท้วงในจีน ซึ่งส่งผลให้หุ้นกลุ่มพลังงานของยุโรปต่างปรับตัวลงเช่นเดียวกันกับในฝั่งสหรัฐฯ (Total Energies -1.2%, Equinor -1.1%)
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังเผชิญแรงกดดันจากถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) Christine Lagarde ที่ยังคงออกมาสนับสนุนการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องของ ECB จนกว่า ECB จะสามารถคุมปัญหาเงินเฟ้อสูงได้
 
ในฝั่งตลาดค่าเงิน ภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินได้หนุนให้ผู้เล่นในตลาดต่างเลือกที่จะถือเงินดอลลาร์เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในระยะสั้น ส่งผลให้เงินดอลลาร์พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 106.6 จุด
ทั้งนี้ แม้ว่าตลาดจะอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง แต่การแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ได้กดดันให้ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค.) ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 1,740 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ซึ่งเรามองว่าการปรับตัวลงของราคาทองคำใกล้โซนแนวรับดังกล่าว อาจส่งผลให้มีโฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำในจังหวะย่อตัวของผู้เล่นในตลาด ซึ่งโฟลว์ธุรกรรมดังกล่าวก็มีส่วนช่วยหนุนการอ่อนค่าของเงินบาทได้
 
สำหรับวันนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 และการประท้วงต่อต้านมาตรการควบคุมการระบาดในจีน โดยจุดที่น่าสนใจ คือ ท่าทีของรัฐบาลต่อสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า หากการประท้วงทวีความรุนแรงมากขึ้น ทางการจีนก็อาจส่งสัญญาณประนีประนอม
โดยอาจมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดเพิ่มมากขึ้นได้ หรือ การผ่อนคลายมาตรการ Zero COVID อาจเกิดขึ้นได้เร็วกว่าคาดภายในต้นปีหน้า อย่างไรก็ดี ผู้เล่นในตลาดบางส่วนยังคงกังวลว่า สถานการณ์การระบาดที่ยังคงน่ากังวลและอัตราการฉีดวัคซีนในจีนที่ไม่สูงมากนัก (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัคซีนเชื้อตาย) อาจทำให้การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดมากขึ้น ยิ่งส่งผลให้สถานการณ์การระบาดในจีนเลวร้ายลงได้
“เงินบาทอ่อน” หลังโควิดระบาดหนักในจีน
1แชร์
145รับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      Google ซุ่มทดสอบ 'Apprentice Bard' Chatbot ตัวใหม่ หวังสู้ ChatGPT Google กำลังทดสอบการใช้งาน Apprentice Bard เครื่องมือ Chat ถามตอบ คล้ายของ ChatGPT พร้อมพ่วงเครื่องมือ Search engine และฟีเจอร์ที่ ChatGPT ยังไม่มีเข้าไปด้วย ด้านผู้บริหารระดับสูงยังมั่นใจในจุดแข็งและการเป็นผู้บุกเบิกด้าน AI ของบริษัท
      5 เทรนด์อาหารที่มาแน่!!! ประจำปี 2023 นอกจากแฟชั่นจะเป็นเรื่องของเสื้อผ้าหน้าผม กระเป๋ารองเท้า อีกหนึ่งแวดวงที่น่าจับตาก็คือแฟชั่นฟู้ด เหล่าอาหารน่าหม่ำทั้งหลาย ที่สำคัญคือพฤติกรรมการกินที่มาแรง
      ซีพีเปิดตัว "ปลาหยก" ทำความรู้จักที่นี่ "ปลาหยก" คืออะไร ทำความรู้จักที่นี่ หลัง ซีพี เปิดตัวอย่างเป็นทางการคลิกอ่านด่วน ฐานเศรษฐกิจรวบรวมข้อมูลไว้ให้แล้ว
      เมื่อ จีฮโย Twice ต้องรอคิวกว่า 1.30 ชั่วโมง เพื่อกินไข่เจียวปูร้านดังในไทยแลนด์ หลังจากที่เธอกินแล้วเธอก็ถึงกับจบการรีวิวแบบเร็ว ๆ และทิ้งท้ายว่า
      ดูทั้งหมด