หน้ากากเสือ หรือ ไทเกอร์มาสค์ (ญี่ปุ่น: タイガーマスク; โรมาจิ: Taigā Masuku) เป็นมังงะที่เขียนโดยอิคคิ คะจิวะระ วาดภาพประกอบโดยนะโอะกิ ทซึจิ ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์โคดันฉะ โดยช่วงปี ค.ศ. 1968 ถึง 1969 ลงในโบคุระแม็กกาซีน และย้ายมาลงในโชเน็นแม็กกาซีนรายสัปดาห์ ช่วงปี ค.ศ. 1970 ถึง 1970 ตีพิมพ์รวมเล่มทั้งสิ้น 14 เล่ม
Date Naoto
ต่อมาถูกนำมาสร้างเป็นอนิเมะโดย
โตเอแอนิเมชัน จำนวน 105 ตอน ฉายทางโทรทัศน์สถานีโยมิอูริ ระหว่างปี ค.ศ. 1969-ค.ศ. 1971 และภาคสอง จำนวน 33 ตอน ฉายทางทีวีอาซาฮีเมื่อปี 1981 หน้ากากเสือเคยถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่องยาว ออกฉายในปี ค.ศ. 1970 ส่วนในประเทศไทยได้ฉายในปี พ.ศ. 2524
เนื้อเรื่อง
เนื้อเรื่องกล่าวถึงนักมวยปล้ำอาชีพ ที่สวมหน้ากากรูปหัวเสือปิดบังใบหน้าขึ้นต่อสู้บนเวที ในชีวิตปกติเขามีชื่อจริงว่า นะโอะโตะ ดะเตะ (ญี่ปุ่น: 伊達 直人; โรมาจิ: Date Naoto) เป็นเด็กกำพร้าในสมัยเด็กของเขาได้รับการเลี้ยงดูมาจากบ้านเด็กกำพร้า
ในวันหนึ่งเขาได้ไปที่สวนสัตว์แล้วได้เห็นเสือ ก็เลยเอ่ยออกมาว่า "ฉันอยากจะแข็งแกร่งเหมือนเสือ"และวิ่งหนีแต่ขณะวิ่งหนีไปนั้นก็ไปพบกับองค์กรลับที่ชื่อว่า "ถ้ำเสือ" จึงได้เป็นนักมวยปล้ำของถ้ำเสือและใช้ชื่อว่า หน้ากากเสือ และมีฉายาว่าปีศาจเหลือง (ญี่ปุ่น: イエロー・デビル; โรมาจิ: Ierō Debiru)ต่อมานะโอะโตะ ดะเตะด้วยไม่มีเงินจ่ายให้"ถ้ำเสือ"เขาจึงถูกตามล่าโดยส่งนักสู้จากถ้ำเสือมาต่อสู้ด้วย โดยหมายจะสังหารหน้ากากเสือต่อหน้าผู้ชมบนสังเวียนต่อสู้
ในช่วงปลายปี ค.ศ. 2010 ต่อต้นปี ค.ศ. 2011 ได้เกิดปรากฏการณ์บริจาคหน้ากากเสือ ในประเทศญี่ปุ่น ได้มีผู้นำอุปกรณ์การศึกษามาบริจาคให้กับสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า โดยระบุชื่อผู้บริจาคว่า "นะโอะโตะ ดะเตะ" เมื่อมีสื่อมวลชนจำได้ว่าชื่อนี้เป็นชื่อจริงของหน้ากากเสือ และนำมาเสนอข่าว ทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบไปทั่วประเทศ มีผู้นำสิ่งของไปบริจาคโดยระบุชื่อนี้ให้กับสถานเลี้ยงเด็กทั่วประเทศญี่ปุ่น ที่มีอยู่กว่า 500 แห่ง
การเคลื่อนไหวเริ่มต้นขึ้นเมื่อมีคนทิ้งกระเป๋าเป้มูลค่า 30,000 เยน (ประมาณ 360 ดอลลาร์สหรัฐฯ) จำนวน 10 ใบภายใต้ชื่อ "นาโอโตะ ดาเตะ" ไว้ที่ศูนย์แนะแนวเด็กในจังหวัดกุนมะในเช้าวันคริสต์มาส นี่คือรายงานล่าสุดบางส่วนในวันอังคาร:
Taigā Masuku
ปรากฏการเรื่องของการบริจาคในญี่ปุ่น
การส่งต่อความรัก ความเอื้ออาทร เเละการเเบ่งปัน
เชื่อมั้ยว่าการ์ตูนเรื่องนี้ ทำให้ผมนึกถึง อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของประธานาธิบดีแฟรงกรินด์ ดี. รูสเวลต์ (Franklin D. Roosevelt) กับคำกล่าวของเธอ อนาคตย่อมเป็นของเรา ผู้ที่เชื่อมั่นในความฝันของเราเอง
อนาคตย่อมเป็นของเรา ผู้ที่เชื่อมั่นในความฝันของเราเอง
Eleanor Roosevelt
Eleanor Roosevelt
ขอบคุณข้อมูลจาก
- Wikipedia
1ถูกใจ
103รับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      • 10 Facts สนุก ๆ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน #214
      ✨ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในห้างที่ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และเป็นดั่ง destination ระดับโลก จะไม่มีตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ Sun Vending ตั้งอยู่ได้ไง !
      • หรืออารยธรรมแอตแลนติสในตำนาน มีต้นแบบมาจากอารยธรรมที่มีอยู่จริง
      ชีวิตที่น่าเศร้าของอัจฉริยะผู้พูดได้ถึง 25 ภาษา “วิลเลียม ซีดิส (William Sidis)” เป็นเด็กอัจฉริยะ ผู้เชี่ยวชาญในด้านการคำนวณและสามารถพูดได้หลายภาษา
      ดูทั้งหมด