16 ธ.ค. 2022 เวลา 01:08 • ธุรกิจ
รายได้การค้าของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ของโลกในปี 2021
อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งสาเหตุด้านมูลค่าทางตลาดที่ถูกคาดการณ์โดย McKinsey
ว่าจะขึ้นไปแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2030 (ข้อมูลล่าสุดปี 2021 มูลค่า 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ)
และอีกสาเหตุหนึ่ง คือ สินค้าหรือเทคโนโลยีสมัยใหม่เกือบทั้งหมดต้องอาศัยส่วนประกอบจากเซมิคอนดักเตอร์กันทั้งสิ้น
โดยในงานศึกษาของ Gary Cylde Hufbsuer และ Megan Hogan แห่งสถาบันวิจัย Peterson Institute for International Economics ได้ทำการศึกษาเรื่องเซมิคอนดักเตอร์ไว้ได้อย่างน่าสนใจ และมีส่วนที่รวบรวมรายได้ของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ของประเทศผู้ผลิตสำคัญไว้
ซึ่งจะเห็นได้ว่า บริษัทอเมริกาครองส่วนแบ่งมากที่สุดราวครึ่งนึงของทั้งตลาดโลก ซึ่งถือว่าเป็นประเทศมีสัดส่วนตลาดมากที่สุดในโลกมากกว่า 20 ปีแล้ว
1
โดยสหรัฐฯ มีบริษัทในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่มีรายได้มากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐกว่า 6 บริษัท และบริษัทสหรัฐฯ ที่ครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด คือ “Intel” มีรายได้การขายราว 7.25 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
1
อย่างไรก็ดี Intel ยังไม่ใช่บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ที่มียอดขายสูงที่สุดในโลก แต่ตำแหน่งนั้นตกเป็นของบริษัทเกาหลีใต้อย่าง “Samsung Electronics” ที่เป็นผู้ผลิตชิปความจำคนสำคัญของโลก ที่ปี 2021 ที่ผ่านมา มีรายได้การขายชิปราว 7.32 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
1
และบริษัทยอดขายอันดับสองของเกาหลีใต้อย่าง SK Hynix Incorporated ก็มีรายได้สูงมากเช่นกัน อยู่ที่ราว 3.63 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
อีกหนึ่งบริษัทสำคัญที่มีรายได้สูงมากเป็นอันดับ 3 ของโลก คือ Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. (TSMC) ที่มีครองส่วนแบ่งตลาดปี 2021 ไปกว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
1
โดย TSMC ยังมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้รับผลิตชิปให้กับบริษัทอื่นด้วย เพราะบางบริษัทอย่าง Qualcomm และ Nvidia ต่างไม่ได้มีโรงงานผลิตชิปของตนเอง ทำหน้าที่เพียงแต่เป็นผู้วิจัยและออกแบบ แล้วส่งต่อให้บริษัทอื่นผลิตให้
1
นอกจากนี้ บริษัทของประเทศจีนก็เริ่มมีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ แม้จะพึ่งเริ่มมามีบทบาทในการผลิตโลกหลังจากช่วงปี 2000 และปัจจุบันก็ยังครองส่วนแบ่งตลาดน้อยอยู่
1
แต่ด้วยนโยบายการสนับสนุนที่จริงจังและข้อได้เปรียบค่าจ้างที่ยังต่ำกว่าผู้ผลิตคนสำคัญอื่น จึงทำให้มีโอกาสที่บริษัทจีนจะก้าวมาเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมในอนาคตได้เช่นกัน ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับผลกระทบจากสงครามการค้าที่พวกเขากำลังงัดข้อกับสหรัฐฯ ด้วย
อีกสองกลุ่มเศรษฐกิจที่มีบริษัทอยู่ในห่วงโซ่อุปทานสำคัญของอุตสาหกรรม ก็คือ ญี่ปุ่น และ ทวีปยุโรป
ที่ในรายแรกสัดส่วนในตลาดโลกลดต่ำลงเรื่อยๆ จากที่เคยมีสัดส่วนตลาดสูงกว่าสหรัฐฯ ด้วยซ้ำในช่วงปี 1980
1
ส่วนในรายหลังก็มีบริษัทแยกกันอยู่ในหลายประเทศทั่วทั้งทวีป เป็นผู้ผลิตส่วนประกอบย่อยๆ เป็นสำคัญ แต่ก็ความพยายามที่จะยกระดับตนเองเป็นผู้ผลิตรายสำคัญกว่านี้ในอนาคตเช่นเดียวกัน
หมายเหตุ: ตารางรวบรวมข้อมูลไม่ครอบคลุมรายได้ทั้งหมดของทั้งอุตสาหกรรม (ข้อมูลที่รวบรวมจากบริษัทรวมราว 4.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ข้อมูลรายได้ทั้งหมดจริงมากกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) เป็นเพียงบริษัทสำคัญบางส่วนที่ทางงานศึกษารวบรวมมา
อาจจะยังมีบริษัทเซมิคอนดักเตอร์รายสำคัญบางรายที่ตกหล่นไปจากลิสต์ได้
ผู้เขียน : ณัฐนันท์ รำเพย Economist, Bnomics
ภาพประกอบ : จินดาวรรณ อรรถมานะ Graphic Designer, Bnomics
▶️ ติดตามช่องทางของ Bnomics ได้ที่
Line OA : @Bnomics https://bit.ly/3eYkTJC
Bnomics - Bangkok Bank Economics
'Be an Economist for Everyone'
วิเคราะห์ เจาะทุกประเด็นเศรษฐกิจ ให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ
References:
โฆษณา