29 ธ.ค. 2022 เวลา 00:00 • ประวัติศาสตร์
กรุงธนบุรี
เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ เสด็จขึ้นครองราชย์ทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานีเมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๑ โปรดเกล้าฯ ให้ขยายเมืองธนบุรีจากเดิม จนกลายเป็นเมืองรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าด้านยาวในแนวเหนือใต้ขนานไปกับลำแม่น้ำเจ้าพระยาไปทางทิศเหนือจนจรดคลองบางกอกน้อย พร้อมกับสร้างกำแพงเมืองตามแนวคลองขุดใหม่มีชื่อเรียกเป็นตอนๆ ต่อมาว่า คลองบ้านขมิ้น คลองบ้านช่างหล่อ คลองบ้านหม้อ คลองวัดท้ายตลาด ซึ่งถูกถมกลายเป็นถนนและตรอกซอยต่างๆ ในยุคกรุงเทพฯ ซึ่งในแผนที่ พ.ศ. ๒๔๗๔-๒๔๗๕ ก็ยังพอเห็นร่องรอยคูเมืองเหล่านี้อยู่
พื้นที่ของกรุงธนบุรีฝั่งตะวันตกเริ่มตั้งแต่ริมคลองบางกอกใหญ่ไปจนถึงบริเวณหลังวัดบางหว้าน้อยหรือวัดอมรินทรารามริมคลองบางกอกน้อย ภายในกำแพงเมืองธนบุรีตั้งแต่ริมคลองบางบอกใหญ่เป็นที่ตั้งของป้อมวิไชยประสิทธิ์ พระราชวังกรุงธนบุรี ฉางเกลือที่ “วัดโมฬีโลกหรือวัดท้ายตลาด” พื้นที่ย่านอยู่อาศัยของขุนนางมุสลิมและสุเหร่าพร้อมกุโบร์หรือสถานที่ฝังศพ ปัจจุบันเรียกว่ามัสยิดต้นสน “วัดมะกอก” หรือวัดอรุณราชวราราม วัดบางหว้าใหญ่หรือวัดระฆังโฆษิตาราม
หมู่เรือนที่พักของขุนนางข้าราชบริพาร เช่น บ้านของพระยาจักรี โรงช้าง และวัดบางหว้าน้อยหรือวัดอมรินทรารามริมคลองบางกอกน้อย มีคลองขุดสองสามแห่งแยกจากแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นคลองท่อผ่ากลางเมืองไปออกไร่นาสวนนอกเมืองทางตะวันตก คือ “คลองวัดแจ้งหรือคลองนครบาล” “คลองมอญ” ที่ผ่ากลางเมือง แล้วให้ขุดที่สวนเดิมเปลี่ยนเป็นท้องนานอกคูเมืองทั้ง ๒ ฟากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเรียกว่า “ทะเลตม” ไว้สำหรับทำนาใกล้พระนคร
เมืองธนบุรีกลายเป็นเมืองสองฝั่งแม่น้ำราว พ.ศ. ๒๓๑๓ ทางฝั่งตะวันออกก็ขุดคูน้ำคันดินซึ่งปัจจุบันคือแนวคลองเมืองชั้นในกรุงเทพฯ เมื่อขุดคลองแล้วจึงนำดินพูนเป็นเชิงเทินปักแนวไม้ทองหลางทั้งต้น เป็นกำแพงตั้งแต่มุมกำแพงเมืองเก่าไปจนถึงวัดอมรินทร์ฯ
โดยเกณฑ์คนไปรื้ออิฐกำแพงเก่าที่เมืองพระประแดงและกำแพงค่ายพม่าที่โพธิ์สามต้น สีกุก และบางไทรขนบรรทุกใส่เรือมาใช้เวลาราวหนึ่งเดือน และขุดคูน้ำล้อมรอบพระนครทางฝั่งตะวันตก ทางปากคลองบางกอกน้อยยังเป็นที่ตั้งของป้อมปราการทางทิศเหนือของเมืองธนบุรี และจากการขุดค้นทางโบราณคดีบริเวณวังหลังพบว่าแนวป้อมปราการดังกล่าวมีการก่อสร้างคล้ายคลึงกับป้อมวิชัยประสิทธิ์
ติดตามบทความ วิดีโอ และรายการต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่
โฆษณา