24 ธ.ค. 2022 เวลา 08:40
หัวข้อ
สถานที่ท่องเที่ยวตำบลจุมจังในอนาคต
สวัสดีค่ะเพื่อนๆทุกคนเราเชื่อว่าเพื่อนๆก็คงชื่นชอบในการไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆเหมือนกันใช่ไหมค่ะ? แน่นอนว่าเราก็เป็นคนนึงที่ชื่นชอบในการท่องเที่ยวมาก!! และวันนี้เราอยากจะมาแนะนำสถานที่ ในเขตตำบลจุมจังของเราที่น่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวภายในอนาคตและสามารถทำรายได้อย่างมหาศาลให้กับตำบลจุมจังของเราได้ ถ้าเพื่อนๆพร้อมแล้วเราไปดูกันเลยยย
1.วัดป่านาคำ
สำหรับสถานที่แรกที่เราอยากจะแนะนำเลยก็คือวัดป่านาคำ สำหรับวัดป่านาคำนั้น ที่อยู่ 240 หมู่ที่ 6 บ้าน โคกกลาง ตำบล จุมจัง อำเภอ กุฉินารายณ์จังหวัด กาฬสินธุ์ รหัสไปรษณีย์ 46110 วัดป่านาคำเป็นวัดที่มีพระอุโบสถสวยงามโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนวัดอื่นๆ
ภาพพระอุโบสถวัดป่านาคำ
และยังอนุรักษ์ต้นไม้นานาพันธ์ ไว้มากมาย เมื่อเดินเข้าไปแล้วจะสัมผัสได้ถึงความร่มรื่นเย็นสบายชื่นใจ
อีกทั้งยังเป็นวัดตัวอย่างที่น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้และยังมีการจัดอบรมณ์ให้ความรู้ชาวบ้านเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงอีกด้วย แถมยังนำพาชาวบ้านจัดทำโครงการต่างๆ เพื่อสังคม เช่น ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและสุภาวะวิถีพุทธ , ต้นแบบหลุมพอเพียง
สำหรับศูยน์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและสุภาวะวิถีพุทธ
จุดเด่นของศูนย์
การทำเกษตรธรรมชาติ เกษตรอินทรีย์ย์ ยาสมุนไพร และอาหารเพื่อสุขภาพ การจัดการศูนย์ฯ บ้านดิน นวัตกรรมการพึ่งพาตนเองหลายๆ ด้าน ปัจจุบันที่โดดเด่นมากคือ หลุมพอเพียง คือการปลูกพืชหลายอย่างในหลุมเดียว
   ศูนย์พัฒนาคุณธรรม วัดป่านาคำ จำนวนพื้นที่ของศูนย์ฯ 80 ไร่ ประเภทกิจกรรมทางการเกษตร : เกษตรอินทรีย์ย์และวนเกษตร ศูนย์ฯเริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2547 บนที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของวัดโดยมีแนวคิดว่า กระบวนการทางชีวภาพแบบพึ่งตนเองเป็นทางเลือกเพื่อการอยู่รอดและทำให้อาชีพเกษตรกรรมไทยรอดได้
เริ่มจากโครงการหมู่บ้านเปลี่ยนวิถีคืนคนดีสู่สังคม สงเคราะห์ผู้ติดยาเสพติดโดยใช้เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเครื่องมือ จนกระทั่งได้องค์ความรู้มาเผยแพร่และสร้างเครือข่ายแกนนำเศรษฐกิจพอเพียงทุกตำบล
กรกฎาคม 2561
หลักสูตรที่จัดอบรม
ชื่อหลักสูตร "สร้างเครือข่ายปราชญ์เกษตร ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง" ประกอบด้วยการเข้าถึงคุณธรรมขั้นพื้นฐาน ซึ่งจะเป็นฐานในการดำเนินชีวิต (ศีล 5) การเข้าถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การรู้แจ้งเห็นจริงในเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยผ่าน การเรียนรู้ตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่เกษตรอินทรีย์ย์จนถึงปลายทาง คือ เกษตรธรรมชาติ การรู้จักลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้ทั้งระดับครัวเรือนและชุมชน การรู้จักกำหนดแผน และรู้จักการเชื่อมต่อกับภาคีในพื้นที่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
ความพร้อมของศูนย์
โครงสร้างพื้นฐาน ถนนทางเข้าศูนย์ เป็นถนนลูกรัง ห่างจากถนนลาดยาง ประมาณ 300 เมตร มีแหล่งน้ำอุปโภค - บริโภค ใช้น้ำประปาภายในศูนย์ มีไฟฟ้าเข้าถึง สถานที่ฝึกอบรม ห้องอบรมเป็นศาลาการเปรียญขนาดใหญ่ สามารถรองรับผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้ประมาณ 150 คน ที่พักชายใช้บริเวณด้านข้างของห้องอบรมรองรับได้ประมาณ 100 คน ที่พักหญิงเป็นลักษณะบ้านพักสองชั้น รองรับได้ประมาณ 50 คน ห้องน้ำชาย จำนวน 10 ห้อง ห้องน้ำหญิง จำนวน 20 ห้อง ลักษณะโรงอาหาร ที่รับประทานอาหารจะใช้บริเวณสวนหย่อมใต้ร่มไม้
มีโต๊ะ เก้าอี้นั่งรับประทานอาหาร สื่อ/อุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกอบรม ประกอบด้วย คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค โปรเจคเตอร์ เครื่องขยายเสียง กระดานฟลิปชาร์ท โดยมีวิทยากร จำนวน 10 คน
ต้นแบบหลุมพอเพียง
ศูนย์พัฒนาคุณธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ วัดป่านาคำ ได้นำเอาเครื่องมือที่มีชื่อว่า หลุมพอเพียง มาใช้ในการทำการเกษตรแบบพอเพียง 1 ไร่ไม่ยากไม่จน ประสบผลสำเร็จอย่างงามขณะนี้ได้ขยายผลไปยังชุมชนและสถานศึกษารวมกว่า 4,000 รายแล้ว
พระมหาสุภาพ พุทธวิริโย เจ้าคณะตำบลจุมจัง ศูนย์พัฒนาคุณธรรม จ.กาฬสินธุ์ วัดป่านาคำ หมู่ 6 บ้านโคกกลาง ต.จุมจัง อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ เจ้าของแนวคิดหลุมพอเพียง พร้อมด้วยนายประจักร ลือฉาย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลจุมจัง ได้นำสื่อมวลชน ซึ่งประกอบด้วย ทีมข่าวสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้สื่อข่าวเอ็มทีเคเบิ้ลทีวี
และผู้สื่อข่าวเจมส์เคเบิ้ลทีวีเดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง หรือ จุมจังโมเดล ของนายผจญ ธุระพันธุ์ บ้านจุมจัง หมู่ที่ 1 ต.จุมจัง ซึ่งเป็นแปลงเกษตรประณีต 1 ไร่ไม่ยากไม่จน ที่นำเอาเครื่องมือที่มีชื่อว่า หลุมพอเพียง มาใช้ในการทำการเกษตรแบบพอเพียงจนประสบผลสำเร็จอย่างงาม จากนั้นได้ไปเยี่ยมชมหลุมพอเพียงของโรงเรียนจุมจังพลังราษฎร์ ซึ่งเป็นอีกสถานศึกษาหนึ่งที่นำโครงการไปขยายผลจนประสบผลสำเร็จเช่นกัน
พระมหาสุภาพ พุทธวิริโย เจ้าคณะตำบลจุมจังกล่าวว่า ได้เริ่มโครงการศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง มาตั้งแต่ปี 2540 ด้วยการลองผิดลองถูกแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ จนมาในปี 2547 จึงได้มาค้นพบจุมจังโมเดล 1 ไร่ยากไม่จน และในปี 2552 จึงได้ตกผลึกมาเป็นหลุมพอเพียง ซึ่งหลุมพอเพียงเป็นนวัตกรรมและเครื่องมือหนึ่งที่ทรงพลังเท่าที่เคยพบมา
ซึ่งโครงการศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงเริ่มต้นที่วัดป่านาคำ และได้ขยายผลไปยังชุมชน และสถานศึกษาต่างๆ ปัจจุบันมีเกษตรและสถานศึกษาใน ต.จุมจัง ทำการเกษตร 1ไร่ไม่ยากไม่จนแล้ว 700 กว่าราย และขยายผลไปยังตำบลอื่นของอำเภอกุฉินารายณ์ 1,000 กว่าราย รวมทั้งได้ขยายไปสู่อำเภอเขาวง ราย และอำเภออื่นๆของจังหวัดกาฬสินธุ์รวมแล้วกว่า 4,000 ราย
พระมหาสุภาพ พุทธวิริโย เจ้าคณะตำบลจุมจังกล่าวเพิ่มเติมว่า การทำเกษตร 1 ไร่ยากไม่จนด้วยเครื่องมือที่มีชื่อว่าหลุมพอเพียงทำได้ไม่ยาก ด้วยพืช 4 ชนิดมาผสมผสานกัน มีกล้วยซึ่งเป็นไม้พี่เลี้ยง มีพืชอ่อนแอหรือที่สอนชาวบ้านว่าพืชปัญญาอ่อนเช่น พริก มะเขือ ผักต่างๆ มีพืชฉลาดก็คือพืชที่เข้มแข็ง เช่น มะละกอ ผักพื้นเมืองต่างๆเป็นต้น และพืชที่สี่คือไม้ยืนต้น ซึ่งเป็นความคาดหวังจริงๆของหลุมพอเพียง
เป็นไม้ยืนต้นเพื่อการใช้สอยเช่น ยางนา ไม้สักทอง สะเดา ยางพารา มะพร้าว มะนาว ส้มโอ ทั้งนี้ถ้าเราไปรอผลผลิตจากไม้ยืนต้นอย่างเดียวต้องรอ 3-10 ปีจึงจะได้ผล ในขณะเดียวกันถ้าเราปลูกแต่พืชอ่อนแออย่างเดียวซึ่งมีอายุสั้นก็จะปลูกตลอดไป แต่ถ้าเราปลูกผสมผสานกันโดยมีกล้วยเป็นพืชพี่เลี้ยงก็จะทำให้พืชทั้ง 4 ชนิดโตขึ้นได้พร้อมกันอย่างสมดุล และที่สำคัญทำให้มีอยู่มีกิน มีรายได้จากหลุมพอเพียงตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มปลูก
หลุมพอเพียง เป็นแนวคิดแบบบูรณาการบริหารจัดการให้มีกินมีใช้แบบประหยัดทุนประหยัดเวลา
ที่เรียกว่าหลุมพอเพียงก็คือวิธีการบริหารจัดการสิ่งที่อยู่ในหลุมเริ่มจากเตรียมพื้นที่ตามขนาดที่กำหนด แล้วก็ปลูกหญ้าแฝกเป็นรูปวงกลมหรือเป็นล็อกสี่เหลี่ยม จากนั้นปลูกไม้ในหลุมนี้ ลงได้ถึง ๔ ๕ ประเภทในหลุมเดียว เพื่อลดภาระการรดน้ำปลูกซ้ำ และเกื้อต่อการกำจัดศัตรูพืชเพราะให้ทุกอย่างเกื้อกูลอันเอง
วิธีการทำหลุมพอเพียง คือ การปลูกพืชหลายอย่างในหลุมเดียว
หลุมที่ว่านี้ไม่ได้สภาพเป็น หลุมลึก ๆ แต่เป็นการปลูกพืชเป็นกลุ่ม ขนาดที่น่าลองทำคือขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร อันนี้ว่ากันถึงคนที่อยากจะลองสัก หลุมหนึ่งแบบขำ ๆ ก่อน แต่สำหรับคนที่มีพื้นที่ว่าง เพื่อเตรียมปลูกพืช ก็น่าจะทำหลายๆหลุมหน่อย ขนาดที่กำลังพอแรง คือขนาดกว้าง ๘๐ ๑๐๐ เซนติเมตร จะทำวงกลมหรือสี่เหลี่ยมล็อกก็ได้ ระยะห่างระหว่างหลุม ๔x๔ เมตร ถ้ามีพื้นที่ ๑ ไร่ จะได้ ๑๐๐ หลุม หรือถ้าไม่มีที่เป็นผืน ก็สร้างหลุมไว้ตามหัวไร่ปลายนา
มุมบ้าน หลังครัว ขอบบ่อน้ำ ริมทางเดิน ได้หมด
ต้นไม่ที่จะปลูกในหลุมแบ่งเป็น ๕ ประเภท
  • 1.ไม้พี่เลี้ยง เป็นไม้ที่ให้ร่มเงา เก็บน้ำ เก็บความชื้นโดยเฉพาะช่วงร้อนหรือหน้าแล้ง เช่น กล้วยน้ำว้ากล้วยหอม ควรปลูกทางทิศตะวันตก เพราะช่วยบังแสงช่วงบ่ายที่อากาศร้อนจัด เป็นพี่เลี้ยงให้พืชที่ไม่ชอบแดดจัดมาก ได้กล้วยเครือแรกเมื่อปลูก ๑ ปี ก็ตัดทิ้ง ปล่อยหน่อใหม่ให้ทำงาน
  • 2.ไม้ฉลาด เป็นไม้ข้ามปี เป็นไม้ที่เอตัวรอดได้ดี เก็บผลได้นานพอสมควร เช่น ชะอม ผักหวาน มะละกอ ผักติ้ว ผักเม็ก เริ่มเก็บกินได้ตั้งแต่ ๑เดือนไปเรื่อยๆ
  • 3.ไม้ปัญญาอ่อน หรือ ไม้รายวัน เป็นไม้ล้มลุกปลูกง่าย ตายเร็ว ต้องคอยปลูกใหม่ ดูแลรดน้ำทุกวัน แต่เก็บผลได้เร็ว ได้ทุกวัน เช่น พริก มะเขือ กะเพรา โหระพา ตะไคร้ ข่า ฟักทอง แตงไทย แตงกวา ผักบุ้งจีน คะน้า ฯลฯ เริ่มเก็บกินได้ตั้งแต่ ๑๕ วัน
  • 4.ไม้บำนาญ เป็นไม้ผลยืนต้น ใช้เวลาปลูก ๒ – ๔ ปี แต่เมื่อให้ผลผลิตแล้ว เก็บกิน เก็บขายได้เรื่อย ๆ เช่น ขนุน มะม่วง มะนาว กระท้อน เงาะ ทุเรียน มังคุด ยางพารา เป็นต้น ในหลุมหนึ่งก็เลือกปลูกแค่ประเภทเดียว
  • 5.ไม้มรดก เป็นกลุ่มไม้ใช้สอยที่อายุยืน ใช้เวลาปลูกนาน เก็บไว้เป็นมรดกให้ลูกหลาน ตัดขาย ก็ได้สตางค์ก้อนใหญ่หรือจะเอาไว้ใช้ซ่อมแซมบ้านก็ได้ เช่น ประดู่ สักทอง ยางนา สะเดา พะยูง ชิงชัน ไม้พวกนี้เป็นไม้ใหญ่ ปลูกฝั่งตรงข้ามกับต้นกล้วย
จบกันไปแล้วสำหรับการแนะนำสถานที่ท่องเทียวต่างๆในเขตตำบลจุมจังของเรา เพื่อนๆคิดว่าในอนาคตสถานที่เหล่านี้จะสามารถถูกพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้ไหม? เราคิดว่าถ้าผู้คนในชุมชนให้ความสำคัญและอยากพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวจริงๆจะต้องทำได้อย่างแน่นอนเพราะว่าในเขตพื้นที่ตำบลจุมจังของเราเป็นชุมชนที่มีบรรยากาศดี และมีทัศนียภาพที่สวยงามน่าอยู่น่าเที่ยว สามารถเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวได้อีกและยังมีสินค้าอื่นๆที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านแบะสิ่งเหล่านี้ถ้าได้รัยการสนับสนุน
และได้รับการพัฒนาจะต้องสร้างรายได้อย่างมหาศาลให้กับผู้คนในตำบลจุมจังของเราอย่างแน่นอน ขอบคุณค่ะ
โฆษณา