เรื่องสั้น ชุด บาปบริสุทธิ์

เทวทัต
จอมมาร หรือ บาปบริสุทธิ์
หลายคน หลายแหล่ง
ให้คำจำกัดความ เกี่ยวกับ เทวทัต
หรือ พระเทวทัต เป็น ซาตาน
จอมมาร คู่อริ องค์พระ
สัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่ง ก่อนบวช
เรียกว่า **เจ้าชายสิทธัตถะ**
เทวทัต เป็น ญาติ ลูกพี่ลูกน้อง
ของ เจ้าชายสิทธัตถะ
พระเจ้าสุทโทธนะ ผู้เป็น
พระราชบิดา ของเจ้าชาย
สิทธัตถะ ปกครองเมืองกบิลพัศดุ์
ซึ่ง พระเจ้าสุทโทธนะ มี
พระเชษฐา ที่ไม่ต้องแก่งแย่ง
ราชบัลลังก์กัน(Game of throne)
และได้มอบหมายให้ พระเชษฐา
เป็น ที่ปรึกษาสูงสุด
(Supreme consultant)
พระเชษฐาของพระเจ้าสุทโทธนะ
ผู้มีศักดิ์เป็นลุงของเจ้าชายสิทธัตถะ
มีลูกชาย 1 คน คือ เทวทัต
เมื่อตอนที่ เทวทัต เกิด เขาเป็น
ขวัญใจของครอบครัว
พระเจ้าสุทโทธนะ และพระนาง
สิริมหามายา ครองชีวิตมาหลายปี
อยากได้ลูก แต่ มียาก
จึง นำเอา เทวทัต มาเลี้ยงดูบ้าง
ตั้งแต่แบเบาะ ไปงานหรือเที่ยว
ที่ไหนก็เอาไปด้วย
จนกระทั่ง พระนางสิริมหามายา
คลอด เจ้าชายสิทธัตถะ จึงทำให้
ครอบครัว ห่างเหิน จาก เทวทัต
 
เทวทัต ก็ยังไปช่วยเลี้ยงน้อง
เล่นกับน้อง อยู่ จนมารดาของ
เทวทัต ไม่ปล่อย เทวทัต
มาเล่นที่ บ้านสิทธัตถะ เช่นเคย
 
ด้าน มารดาของเทวทัต นั้น
ก็คอยกรอกหูเทวทัต ว่า
สิทธัตถะจะมาแย่ง ความรัก
และทุกๆสิ่ง ไปจาก เทวทัต
 
และยังลามปามไปถึง ด่าผัว ว่า
บัลลังก์ ก็ไม่เอา ยังโดนน้องกด
เกียรติยศ บารมี อีก
 
ยุให้ เทวทัต จงเกลียดจงชัง
เจ้าชาย สิทธัตถะ
ในความเป็นจริง หาก มารดา ของ
เทวทัต อบรมเทวทัตกรอกหู
เทวทัต เรื่อง ความรัก
ความสามัคคีในเครือญาติ
 
ก็คงจะไม่มี พญามารที่ชื่อ
เทวทัต เป็นแน่แท้
 
 
เมื่อ เข้าสู่วัยเรียน ก็เรียน ร่วมกัน
หลายๆวิชา จาก อาจารย์
คนเดียวกันบ้าง ต่างกันบ้าง
ที่มีทีมงานช่วยเหลือการสอน
 
มีลูกขุนนาง เข้าร่วมด้วย
กลายเป็น Class
 
ซึ่ง การเรียน ของ ตระกูลปกครอง
กบิลพัศดุ์ เป็นไป แบบ
การบูรณาการข้ามศาสตร์
(Transdisciplinary)
 
โดยเน้น คัมภีร์ไตรเวท ของ
ฮินดู เป็นหลัก
เจ้าชายสิทธัตถะ เรียนรู้
ไตรเวท อย่างแตกฉาน เมื่อ
อายุไม่ถึง 15 ปี
 
จึงได้ศึกษา คัมภีร์ลัทธิเต๋า ซึ่งมี
แนวคิดตามหลักธรรมชาติ และ
เป็นคัมภีร์ ที่ฮิตในจีน ก่อนยุค
พระพุทธเจ้า ประมาณ 4-500 ปี
 
ส่วนเทวทัต ก็เรียนจนจบไตรเวท
แต่คงไม่หาอ่าน คัมภีร์ลัทธิเต๋า
เพราะ คงหาเวลายาก อีกทั้ง
การศึกษาคัมภีร์ลัทธิเต้า เจ้าตัว
ต้องมี ความตั้งใจเรียนรู้เองด้วย
 
อีกทั้ง เทวทัต ทำตัวเป็นหัวโจก
เพื่อนเยอะด้วย ทำให้
ไม่มีเวลามากพอ
เทวทัต โดนกรอกหูจากมารดา
เป็นประจำ จึงทำให้ เกิด
การเปรียบเทียบ เลยเถิดไปถึง
การแข่งขัน(Competition)
กับ สิทธัตถะ ในทุกๆ เรื่อง
 
เทวทัต ชอบกลั่นแกล้ง สิทธัตถะ
ทั้งทางกาย วาจา และใจ รวมถึง
สิทธัตถะจะประกอบการอะไร
ก็ ขัดขวาง กลั่นแกล้ง
จวบจน สิทธัตถะขึ้นครองราชย์
เทวทัตก็ยังหาเรื่องกลั่นแกล้ง
ขัดขวาง ทั้งใน Lifestlyle
และ หน้าที่ การงาน
 
สิทธัตถะเริ่ม ตระหนัก
งานประจำของตัวเอง และ
ของ ครอบครัว ที่เป็นอยู่ ทำอยู่
โดยมี ทัศนคติแห่งตน ไม่ชอบ
จึง สละราชสมบัติ และออกบวช
เทวทัต ครองราชย์แทน จาก
การแย่งชิงราชบัลลังก์
(Game of throne.) ที่เทวทัต
ต่อสู้เพื่อได้มา อย่างยากลำบาก
 
และต้องรักษาไว้ เพื่อ ตนเอง
รวมถึงพวกพ้อง อันดับ รองๆ ลงไป
จัดการและออกกฎ รักษาตำแหน่ง
ของตัวเอง เพื่อไม่ให้เกิด
Game of throne ของตำแหน่ง
เป็นการ สั่นคลอนอำนาจของพวกตน
 
ซึ่ง กิจกรรม เหล่านี้ เพิ่มพูน จาก
เทวทัต วัยเด็ก วัยเรียน จากมารดา,
พวกพ้อง และ community
 
พอกพูน กิเลส(ego) รวมถึง
นิสัยที่เห็นแก่ตัวมากขึ้น
ธรรมชาติ ของมนุษย์ ที่ผ่าน วัฎฎะ
(หมุนเวียนแบบวงกลมขดลวด
Helical circle, Loop) แห่ง
 
การพัฒนาการของโลก หลาย
พันล้านปี และ วิวัฒนาการของ
มนุษย์หลายร้อยล้านปี
 
เป็นสัตว์เซลเดียว ตะกายจาก
น้ำสู่บก เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ
ในยุคปลายของไดโนเสาร์
(ครีเอเทียส)จวบจน วิวัฒนาการ
มาเป็น สัตว์บก กลายเป็น Apes
(ลิงไม่มีหาง) จนกลายมาเป็น
โฮโมเซเปียนส์ ในที่สุด
(ยุคนีโอคลาสสิค มีผู้บัญญัติศัพท์
เรียกมนุษย์ว่า Human beings)
สิ่งมีชีวิตบนโลก ย่อมเห็นแก่ตัว
เพื่อ รักษาเผ่าพันธุ์
ความเห็นแก่ตัว มันเป็นธรรมชาติ
ของ สรรพสิ่งมีชีวิตทั้งหลายบนโลก
 
สิ่งที่ ทำให้มนุษย์ แตกต่างจาก
สิ่งมีชีวิตทั่วไป นั้น มนุษย์ จะเรียก
ตัวเองเป็นสัตว์ประเสริฐ และให้
สัตว์ทั่วไปเป็น เดรัจฉาน
 
คือ **Super ego** โดย
แตกไลน์ มาเป็น ภูตผี เทวดา
เทพเจ้า มาจนเป็น **ศาสนา**
ทฤษฎีจิตวิเคราะห์เบื้องต้น ของ
ดร.ซิกมันด์ ฟรอยด์ ที่แบ่ง
จิต ออกเป็น 3 ระดับ
1id - ความต้องการ
พื้นฐานของสิ่งมีชีวิต
บนโลก กิน ขี้ ปี้ นอน
2ego - ส่วนประสบการณ์
พอกพูนความรู้แก่มนุษย์
3super ego - ส่วนที่
เป็นศึลธรรม ยับยั้งชั่งใจ
ของมนุษย์
โดยทั่วๆไป มนุษย์ส่วนใหญ่ เขาจะ
หลงใหล ใน อำนาจ ราชบัลลังก์
 
แต่ เทวทัต เหมือนกับเป็นคน
โรคจิต ชนิดหนึ่ง
กลับไม่พอใจในราชสมบัตินั้น
 
คิดถึงแต่ น้องที่เคยกลั่นแกล้งมา
ตั้งแต่เล็กจนเป็นผู้ใหญ่วัยทำงาน
เทวทัต ครองราชสมบัติได้ไม่กี่ปี
จึง สละราชสมบัติ เพื่อ
 
ออกบวช ตามหาน้อง ที่ไปบวช
ตามที่ตน ได้ข่าวมา
จากนั้น เมื่อประสบพบเจอ กับ
น้องสุดที่รัก ที่เทวทัต ยอม
สละราชสมบัติ ออกบวช ตามหา
น้อง เพื่อ กลั่นแกล้ง ซึ่ง
กระทำมาตั้งแต่เด็ก จนกลายเป็น
ความเคยชิน และพอกพูนขึ้น
 
มันก็ปรากฎ จากเรื่องราว
บันทึกต่างๆ รวมทั้ง พระไตรปิฎก
, เตภูมิกถา , ความรู้เกี่ยวกับพุทธ
เรื่องราวที่เป็นของเทวทัต นี้
จาก เด็ก คนหนึ่งที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว
เติบโตมา จากการอบรม และ
Community ให้ เห็นแก่ตัว
ขี้อิจฉา ชอบบุลลี่ ตามธรรมชาติ
ของ เดรัจฉาน ที่ไม่มี
super ego คอยยับยั้งชั่งใจ
 
นิสัยเหล่านี้ เมื่อไม่มี super ego
หรือ ส่วนที่เป็นศีลธรรม ก็
เติบโตมาพร้อมกับ ร่างกาย
ของ เทวทัต
โฆษณา