Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Sonso
•
ติดตาม
22 ม.ค. 2023 เวลา 08:49 • นิยาย เรื่องสั้น
พวกเขาเป็นอะไรกัน?
ในฐานะที่ฉันเป็นเด็กใหม่ ฉันรู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากที่ได้มาเรียนที่นี่ ฉันเตรียมตัวเตรียมใจมาอย่างดีเลยและหวังว่าจะได้เจอเพื่อนใหม่ ๆ เพื่อนร่วมชั้นดี ๆ แต่มันไม่เป็นอย่างที่คิดน่ะสิ…
ขอย้อนไปในวันที่สอบเข้า ฉันรู้สึกประหม่ามาก ผู้คนมากมายรอบตัวฉัน ยืนรอสอบเต็มหน้าอาคาร ซึ่งฉันเองก็ไม่รู้จักใครสักคน พอเดินเข้าไปในห้องสอบ สายตาฉันก็เหลือบไปเห็นใครบางคน เธอคนนั้นดูมีอัธยาศัยดี ใบหน้าเป็นมิตรจนฉันอยากเข้าไปพูดด้วย แต่สุดท้ายก็ไม่กล้า
จนกลับถึงบ้าน ฉันเปิดใบรายชื่อของห้องสอบขึ้นมา แล้วเริ่มไล่หาชื่อเฟซบุ๊กของเพื่อน ๆ ทีละคน
ใช่ค่ะ 40 คน ฉันก็หา 40 คนไปเลยย เพราะอยากเห็นหน้าเพื่อนในห้องทุกคน และอยากรู้ว่าเธอคนนั้นคือใคร
ฉันไม่รอช้าที่จะทักไปหาเธอ
เราคุยกันครั้งแรก ก็รู้เลยว่าคุยกันถูกคอ จึงได้เป็นเพื่อนกันจนถึงทุกวันนี้ (รักมาก มาก จ้าา)
เอาล่ะ…เข้าเรื่องกันดีกว่า :)
สัปดาห์แรกของการมาเรียนถือว่าผ่านไปได้ด้วยดี…อยู่นะ ถึงแม้เพื่อนในห้องบางกลุ่มไม่ค่อยเปิดใจคุยกันเท่าไหร่ ได้คุยและเล่นกับเพื่อนแค่ไม่กี่คน แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีเพื่อนเลย ไม่คิดไรมากหรอก เข้ามาใหม่ ๆ น่าจะเป็นแบบนี้อยู่แล้วค่อย ๆ เรียนรู้ ค่อย ๆ ปรับตัว
และฉันก็ยังเชื่อว่า วันหนึ่งมิตรภาพดี ๆ จะค่อย ๆ เข้ามาหาเอง
มาถึงสัปดาห์ที่สอง เป็นสัปดาห์ที่ฉันต้องตั้งคำถามว่าพวกเขาเป็นอะไรกัน
โต๊ะที่ฉันนั่งเรียนเป็นประจำนั้นกระจัดกระจาย ราวกับมีใครตั้งใจรื้อเล่น สมุดหนังสือวางเกลื่อนพื้น ตอนแรกไม่เอะใจเพราะไม่คิดว่าใครมันจะมาทำอะไรแบบนี้ แต่พอวันถัดมา ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม หรืออาจแย่กว่าเดิม
บนโต๊ะมีแต่ขยะ ซองขนม ทิชชู่ใช้แล้วกองพะเนิน
และใช่…มีเพียง โต๊ะเดียวเท่านั้น ที่เป็นแบบนี้
ฉันไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำ ไม่มีหลักฐาน ไม่มีชื่อ
มีแต่ความรู้สึกบางอย่าง ทำให้ในหัวตอนนั้นคิดอยู่แค่กลุ่มเดียว…
1
ก่อนถึงวันครู พวกเราต้องช่วยกันทำพาน ระหว่างที่ฉันนั่งทำดอกไม้อยู่เงียบ ๆ เสียงจากกลุ่มเดิมก็ดังขึ้นมาพูดอ้อม ๆ แล้วค่อย ๆ บิดเรื่องเข้ามาใส่ฉัน ซึ่งฉันเองก็ไม่รู้เรื่องอะไร เสร็จแล้วไม่พอ กลัวฉันไม่รู้ ตบท้ายด้วยคำพูดเหยียด ๆ อย่างตั้งใจ ตอนนั้นฉันพูดไม่ออกเลย ทั้งมือที่กำลังจับดอกไม้ก็ค่อย ๆ สั่น มันไม่ใช่แค่เพราะอายหรือเสียหน้า
แต่มันเจ็บจากการที่ถูกด่าว่าต่อหน้าคนมากมาย ทั้งที่ฉันพึ่งเข้ามา และไม่แม้แต่จะรู้จักเขาด้วยซ้ำ
ฉันทำอะไรไม่ได้เลย
นอกจากนั่งนิ่ง…ก้มหน้าจัดดอกไม้ต่อไป
สักพักหนึ่ง
คนในกลุ่มนั้นเดินถือตะปูเข็มผ่านหน้าฉัน
แล้วไม่รู้ไปทำอีท่าไหน ตะปูถึงมาหล่นใส่ฉัน เธออ ถ้าตั้งใจจริงคือมันแรงไปไหม ตะปูเลยนะนั่น ไม่ใช่เศษกระดาษ ฉันไม่ทันคิดไร ยังอุตส่าห์ไปช่วยเขาเก็บอีก
(คนดีเหลือเกินแม่)
เพียงไม่กี่สัปดาห์ก็อัดมาเต็มแม็ก เจอมรสุมขยะ ทิชชู่ถล่ม โต๊ะถูกรื้อ คนถูกเหยียด ตะปูเข็มหล่นใส่อย่างกับลูกเห็บกลางพายุ ทั้งยังโดนเอาหมากฝรั่งมาแปะไว้เก้าอี้ที่ฉันนั่งประจำอีก และใช่… ฉันนั่งไปเต็ม ๆ พอใจเธอรึยัง
นี่แหละที่เขาเรียกว่า ชีวิตจริง ยิ่งกว่าในละคร
ในวันเดียวกันนั้น หลังจากที่กลับถึงบ้าน
ฉันนั่งนิ่งอยู่พักใหญ่
ในหัวมีแต่คำถามว่า จะเล่าให้พ่อกับแม่ฟังดีไหม เรื่องราวมากมายถาโถมเด็กคนหนึ่ง แต่ถ้าไม่เล่า มันก็คงทรมานใจอยู่แบบนั้น… สุดท้ายฉันก็เลือกที่จะเล่า เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ ที่ฉันพูดถึงเรื่องปัญหาเกี่ยวกับเพื่อนให้พ่อกับแม่ฟัง
เสียงฉันสั่น พูดไปก็สะอื้นไป น้ำตาไหลไม่หยุด
ฉันถามออกไปทั้งที่ยังร้องไห้
“ทำไมกันนะ…พวกเขาถึงไม่ชอบฉัน ฉันทำอะไรให้ไม่พอใจ ต้องทำกันขนาดนี้เลยเหรอ”
ฉันเล่าทุกอย่างให้พ่อกับแม่ฟังจนหมด ท่านก็รับฟังและปลอบใจฉันอย่างดี แม่ดูจะสะเทือนใจกับสิ่งที่ฉันเจอไม่น้อย
น้ำตาของแม่ซึมออกมาเงียบ ๆ ขณะฟังฉันสะอื้น
แม่ถามด้วยความเป็นห่วงว่า
“ย้ายห้องไหมลูก ถ้าอยู่แล้วไม่สบายใจ”
ฉันนิ่งไปพักหนึ่ง…คิดทบทวนกับตัวเอง
เพราะตอนนี้ก็ผ่านมาเกือบเดือนแล้ว
การย้ายห้องในช่วงนี้คงวุ่นวายไม่น้อย
และที่สำคัญ…เพื่อนในกลุ่มฉันก็น่ารักกันมาก ๆ
ถ้าย้ายไป จะมีโอกาสได้เจอเพื่อนดีแบบนี้ไหม
บางทีสิ่งที่ต้องทำอาจไม่ใช่การหนี
แต่เป็นการทน กับคนบางประเภท
ที่เลือกจะไม่เข้าใจใครเลย นอกจากพวกตัวเอง
หลังจากเดือนแรกผ่านไป
ชีวิตในรั้วโรงเรียนก็เริ่มกลับเข้าสู่จังหวะที่เรียกว่า “ปกติ”
จะมีก็เพียงบางครั้ง ที่คนกลุ่มนั้นยังคงแสดงพฤติกรรมบางอย่าง แต่ฉันเลือกที่จะไม่ใส่ใจอีกแล้ว เพราะตอนนี้สิ่งที่ฉันหันมาให้ความสำคัญมากที่สุด คือ เรื่องเรียน
ฉันทุ่มเทกับการเรียนในเทอมแรกอย่างเต็มที่
และผลลัพธ์ที่ได้ก็คุ้มค่ากับทุกความพยายาม
มันฟินสุด ๆ ไปเลยยย
พอเทอมสอง ก็เลยทำให้ชีวิตฉันพลิกหน้ามือเป็นหลังมือเลย จากคนที่เคยยืนด่าว่าฉันตอนนั้นกลับทักมาถามงาน ลอกงานและถึงขั้นทักมายืมเงิน เมื่อก่อนครูสั่งงานกลุ่มสมาชิกกลับไม่ครบ แต่ตอนนี้เกิน 10+ เลยค่ะ
เกิดอะไรขึ้นนะ เอิ่ม…ฉันแกล้งเป็นไม่รู้แล้วกัน
จากภาคเรียนที่แล้ว มันสอนให้ฉันได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง… ทั้งเรื่องคน เรื่องใจ (เรื่องคนโรคจิต) ขอบคุณตัวเอง…ที่ยังยืนหยัดมาได้ แม้จะรู้สึกแย่แค่ไหน ขอบคุณครอบครัวและเพื่อน ๆ ที่อยู่ข้างกัน ในวันที่ฉันไม่รู้จะหันหน้าไปหาใคร ขอบคุณที่ไม่ปล่อยให้ฉันล้มเพียงลำพัง
ขอบคุณมากจริง ๆ
วันนี้ฉันมีความสุขมากพอ… ที่จะไม่ต้องพิสูจน์อะไรให้คนที่เคยเหยียดฉันเห็นอีกต่อไป
นางสาวนันทิชา สอนโส
๒๒/๐๑/๒๕๖๖
1 บันทึก
5
26
1
5
26
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย