13 ก.พ. 2023 เวลา 05:00 • ไลฟ์สไตล์

Intern รุ่นเก่า บอกต่อ Intern รุ่นใหม่

รวมแนวคิดดี ๆ ของรุ่นพี่จากอดีตเด็กฝึกงาน ปัจจุบันก้าวมาสู่การเป็นพนักงานจริงที่ MFEC ไม่ว่าจะเป็นสาย Tech หรือสาย Non-Tech พี่ ๆ ได้ออกมาแชร์ประสบการณ์ในกิจกรรม “The Next Wave 2022 พลัง(เวทย์) Intern ให้รุ่นน้อง Intern ได้ฟัง และสามารถนำแนวคิดดี ๆ เหล่านี้ไปปรับใช้ในการทำงานจริงในอนาคต
แนวคิดของพี่ ๆ แต่ละคน จะโดนใจเหล่าน้อง ๆ Intern มากน้อยแค่ไหน จะมีประสบการณ์ที่ Challenge อย่างไรบ้าง ตามไปอ่านกันได้เลย
📌 ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวที่ https://www.facebook.com/mfecpeople
💻 สมัครหรือดูตำแหน่งว่างได้ที่ https://career.mfec.co.th/
“ตอนพี่ได้มาฝึกงานที่ MFEC ด้วยความที่ Network มีความละเอียดอ่อน ก็เลยยังได้จับงานที่ไม่ได้ใหญ่มาก แต่พอเราเป็นพนักงานประจำ เราได้ชื่อว่าเป็น Engineer ‘คุณคือ Engineer ของ MFEC’ สิ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ก็คือ แรงกดดัน” พี่นนท์ ได้เล่าให้น้อง ๆ ได้เรียนรู้ถึงความแตกต่างระหว่างการฝึกงานกับการเป็นพนักงานจริง
“ตอนเป็นพนักงาน ลูกค้ามักคาดหวังในตัวเรา เขาไม่รู้หรอกว่า เรารู้มาก รู้น้อยเท่าไหร่ แต่เขาอยากได้ความช่วยเหลือจาก Engineer คนนี้ แล้วเราจะช่วยเขาได้มากแค่ไหน นี่คือความคาดหวังที่ลูกค้าให้มา และแรงกดดันที่มันทับเราอยู่ ในฐานะ Engineer คนหนึ่ง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต่างกันมากก็คือ ความรับผิดชอบ หน้าที่ และแรงกดดัน มันจะต่างกันอย่างชัดเจน“
ซึ่งพี่น้ำหอม (Moderator) ได้กล่าวเสริมว่า “พี่เป็นคนที่เห็นนนท์ตั้งแต่ฝึกงาน จนเป็นพนักงาน และได้มีโอกาสทำงานร่วมกันด้วย ในตอนแรกที่เห็นนนท์ช่วงฝึกงาน มีโทรมาถามพี่ พี่ยังต้องตามไปดูงานให้ แต่พอนนท์เริ่มทำงาน เป็นพนักงานจริง ๆ นนท์สามารถทำงานออกมาได้ดี สามารถสอนน้องต่อได้ พี่ก็ได้เห็นพัฒนาการของนนท์”
จากประสบการณ์ดังกล่าวที่พี่นนท์ได้ฝึกฝนในช่วงของการฝึกงาน ทำให้พี่นนท์ได้เติบโตมาเป็นพนักงานคนหนึ่งที่มีศักยภาพ และยังสามารถส่งต่อความรู้ต่าง ๆ ให้กับน้อง ๆ รุ่นใหม่ได้อีกด้วย
“เมื่อพูดถึงการตัดสินใจในการทำงานที่ MFEC จริง ๆ ชีวิตของผมมันมีจุดเปลี่ยนอยู่ 2 จุด คือ กลับไปอยู่บ้าน หรืออยู่ที่นี่ต่อ แต่ด้วยความปีนั้น Trend ของ Tech ในตัว Low-code กำลังมา ซึ่งเราก็มองเห็นถึงความเติบโต เราจึงเลือกมาทำงานตรงนี้ต่อ” พี่ต๋องได้เล่าถึงที่มาของการตัดสินใจ จากการเป็นเด็กฝึกงาน สู่การเป็นพนักงานจริงที่ MFEC
ทั้งนี้ พี่ต๋อง ยังได้เล่าให้น้อง ๆ ฟังต่อว่า “ตอนที่เราฝึกงานมันอาจจะยาก ด้วยความที่เราไม่รู้ในหลาย ๆ อย่าง เราจะรู้สึกอ่อนใจตั้งแต่แรกว่า ‘หรือมันไม่ใช่ทาง’ เพราะว่าจากที่เรามาเจอ ด้วยความเป็นอะไรที่ใหม่ และเราเองยังไม่ค่อยรู้ ฟังก์ชันการทำงานในแต่ละรูปแบบที่แตกต่างกัน
ช่วงเวลาในการฝึกงานนั้นเป็นช่วงที่เราสามารถลองให้เต็มที่ ถ้าเราคิดว่าสิ่งที่เราทำอยู่ไม่ใช่ทางจริง ๆ ลองย้อนกลับมามองว่า สิ่งที่เรากำลังศึกษาอยู่ เราศึกษาเต็มที่กับตรงนั้นมากพอหรือยัง เราตั้งใจเต็มที่แล้วหรือยัง จนกว่าที่เราจะมารู้สึกทีหลังว่า ‘เราไม่น่าจบแค่นี้เลย จริง ๆ มันไม่ได้ยากขนาดนั้น’
ตอนเรานั่งอยู่หน้างาน เราจะมองว่าพี่ ๆ เก่งจังเลย แต่พอผ่านระยะเวลาไปสักปีหนึ่ง เมื่อเราหันกลับไปมอง เราจะเห็นว่างานที่ทำก็ไม่ยากขนาดนั้น สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับว่าเราเต็มที่ในการศึกษาสิ่งเหล่านั้นมากพอหรือยัง”
"ช่วงที่เข้ามาฝึกงานตอนแรกพี่ได้เข้ามาฝึกงานในตำแหน่ง Creative Content ซึ่งต้องเริ่มทำความเข้าใจเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับองค์กรทั้งหมด เพื่อสื่อสารให้พนักงานทั้งภายใน และคนภายนอกองค์กรได้รู้จักกับ MFEC ถือว่าเป็นสิ่งที่ Challenge มาก ๆ
เพราะก่อนจะสื่อสารหรือผลิตคอนเทนต์ออกมาสักเรื่อง เราจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับสิ่งนั้นจริง ๆ ทำให้ต้องหมั่นอัปเดตข่าวสารต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา” พี่เจน ตัวแทนรุ่นพี่จากฝั่ง Non-Tech ได้มาเล่าถึงความท้าทายในช่วงที่ฝึกงาน
ด้วยประสบการณ์การฝึกงานจนได้ก้าวเข้ามาสู่ชีวิตการทำงานจริง พี่เจนยังได้ฝากไว้ว่า "ถ้าน้อง ๆ ได้ทำในสิ่งที่รู้สึกว่าทำแล้วสนุก ทำแล้วชอบ ‘น้องก็จะรู้สึกมี Passion’ แต่ถ้าวันหนึ่งที่น้องรู้สึกว่าทำแล้วติดปัญหา เริ่มรู้สึกเบื่อ หรือไม่ชอบในงานที่ทำ อย่าพึ่งหยุดทำ ณ ตอนนั้นเลย เพราะช่วงเวลานั้นอาจเป็นความรู้สึกที่เราคิดไปเอง เครียดไปเอง ทำให้เรารู้สึกไม่ชอบตรงนั้นไปด้วย
อยากให้ลองพยายามกับงานตรงนั้นให้เต็มที่ก่อน ต่อให้ไม่ชอบเราก็ลองฝืนทำให้สุดก่อน ลองทำให้สำเร็จสักครั้งหนึ่ง แล้ววันนั้นค่อยมาตอบกับตนเองอีกครั้งว่า พอทำสำเร็จแล้ว เรายังรู้สึกชอบที่จะทำอยู่หรือเปล่า แล้ววันนั้นน้องอาจจะได้คำตอบจริง ๆ”
โฆษณา