25 ม.ค. 2023 เวลา 01:05 • ข่าวรอบโลก

เรื่องราวของหญิงสาวชาวญี่ปุ่นที่ใส่แบรนด์เนมทั้งตัว

เพื่อป้องกันการถูก Sexual Harassment จากเพื่อนร่วมงานและหัวหน้าในที่ทำงาน
1
ทั้งที่ในใจของเธอก็ไม่ได้ชอบใส่ขนาดนั้น
" คนในภาพมีชื่อว่า Miria Fujita ไม่ใช่เจ้าของเรื่องนะ
ยืมรูปเธอมาเป็นภาพประกอบเฉย ๆ "
1
เรื่องราวดังกล่าวเป็นเรื่องราวของพนักงานออฟฟิศสาวคนหนึ่ง เธอได้ออกมาเล่าเรื่องราวนี้ให้กับรุ่นน้องผู้ชายในที่ทำงานฟัง หลังจากที่รุ่นน้องคนนั้นถามเธอว่า
"กระเป๋าของรุ่นพี่ดูน่ารักและดูแพงมากเลยนะครับ"
พนักงานออฟฟิศสาวคนนั้นจึงตอบกลับไปว่า "มันคือการแต่งคอสเพลย์น่ะ"
ทำไมต้องแต่งคอสเพลย์ ? เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นยังไง ไปอ่านกันครับ
//ต่อไปจะเรียกพนักงานออฟฟิศสาวคนนี้ว่า คุณ K นะครับ
แรกเริ่มเดิมทีในตอนที่ คุณ K เข้ามาทำงานใหม่ ๆ เธอก็เป็นเหมือนพนักงานออฟฟิศทั่ว ๆ ไป เธอไม่ชอบการแต่งตัวด้วยแบรนด์เนมหรือเสื้อผ้าราคาแพง
1
ด้วยสังคมชายเป็นใหญ่ที่ยังหลงเหลืออยู่ในญี่ปุ่น คุณ K ก็มักจะถูกรุ่นพี่ที่ทำงานหรือหัวหน้างานคอยลวนลามเสมอ เช่น ทำมาเป็นแตะเนื้อต้องตัว ถูกโอบจากด้านหลัง
2
บางครั้งหลังเลิกงานพวกเขาจะไปดื่มสังสรรค์กัน คุณ K ก็จะถูกบังคับให้ไปร่วมวงด้วย โดยเหตุลผลที่พวกเขาชวนคือ ต้องการให้มีผู้หญิงอยู่ในโต๊ะและคนรินเบียร์ให้พวกเขา
4
คุณ K บอกว่า ถึงมันจะดูเล็กน้อยสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับเธอแล้ว เธอมองว่าการกระทำเหล่านั้นมันน่ารังเกียจมาก
2
จากนั้น คุณ K ก็เริ่มเก็บเงินจากการทำงานและนำไปทุ่มให้กับการแต่งตัวด้วยของแบรนด์เนม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง ทุกอย่างที่เธอนำมาใช้-สวมใส่ จะต้องเป็นของแบรนด์เนมทั้งหมด
คุณ K ให้เหตุผลว่า การใส่แบรนด์เนมก็เหมือนเป็นการซื้อเกราะป้องกันให้ตัวเอง เพราะ มันทำให้คนที่ใส่อยู่ดูแพง เข้าถึงยาก และดูมีสถานะทางสังคมที่สูงขึ้น
ผลที่ตามมาคือ เพื่อนร่วมงาน รุ่นพี่ หรือกระทั่งหัวหน้าที่ปกติมักจะเข้ามาลวนลามเธอ ได้ปฏิบัติตัวกับเธอราวกับว่าเป็นคนละคน
คนพวกนั้นไม่กล้าเข้ามาทำอะไรลุ่มล่ามใส่เธออีกและก็ไม่เคยบังคับให้เธอไปสังสรรค์กับพวกเขาหลังเลิกงานด้วย
1
ตั้งแต่นั้นมา คุณ K ก็ใช้ชีวิตอยู่ในบริษัทได้แบบไม่มีใครกล้ามาทำอะไรไม่ดีใส่อีกเลย .. และนี่คือเหตุผลว่าทำไม คุณ K ถึงเปรียบการแต่งตัวด้วยแบรนด์เนมเป็นการแต่งคอสเพลย์นั่นเอง
เรื่องราวนี้ได้รับความสนใจจากชาวเน็ตเป็นอย่างมาก
หลายคนก็เข้ามายืนยันอีกเสียงว่า การแต่งตัวด้วยแบรนด์เนมให้ตัวเองดูดีขึ้นมันช่วยให้ไม่มีใครกล้ามาทำอะไรไม่ดีใส่จริง ๆ
แต่ถึงอย่างนั้นก็มีชาวเน็ตอีกไม่น้อยที่มองว่า เรื่องนี้มันต้องไปตำหนิที่คนเริ่มลวนลามสิ ทำไมเราต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อป้องกันนิสัยแย่ ๆ ของคนอื่นด้วย
3
ซึ่งก็มีหลายคนที่เข้าใจมุมมองนี้ แต่พวกเขาก็แย้งว่า โลกความจริงมันก็โหดร้ายแบบนี้ล่ะ ระหว่างรอให้พวกนั้นเปลี่ยน สู้เราเอาเวลาไปเปลี่ยนตัวเองจะเห็นผลเร็วกว่า
5
ส่วนใครคิดเห็นยังไงก็มาแชร์กันในคอมเมนท์นะครับ
ส่วนใครอยากติดตามผู้หญิงในภาพปกก็กดได้ที่ลิงค์ด้านล่างนะครับ
อ้างอิง
โฆษณา