ในเดือนพฤษภาคม 2020 มีธนาคารกลางเพียง 35 แห่งทั่วโลกที่กำลังพัฒนา CBDCs (เงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง) แต่ในปัจจุบันมันเพิ่มขึ้นมาเป็น 114 แห่ง คิดเป็น 58% ของธนาคารกลางทั่วโลก และหนึ่งในนั้นอย่างทีมนักวิเคราะห์คริปโตเคอร์เรนซีของธนาคารแห่งอเมริกา (Bank: of America: BofA) ก็เชื่อมั่นในเทคโนโลยีนี้อย่างมาก
“สกุลเงินดิจิทัล ยังไงก็เป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้น” รายงานล่าสุดจาก BofA สรุป “เรามองว่า distributed ledgers และสกุลเงินดิจิทัลอย่าง CBDC หรือ Stablecoin เป็นวิวัฒนาการทางธรรมชาติของระบบการเงินในปัจจุบัน”
นักวิเคราะห์ยังชี้ให้เห็นถึงโครงสร้างพื้นฐานของระบบการเงินในปัจจุบันบางประเด็นว่าล้าสมัยและไร้ประสิทธิภาพ ซึ่งการพัฒนา CBDC อาจช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ เช่น การกำจัดตัวกลาง การทำธุรกรรมแบบเรียลไทม์ ความโปร่งใส และต้นทุนที่ต่ำลง
งานวิจัยชี้ว่าปัจจุบันธนาคารต้องฝากเงินประมาณ 4 ล้านล้านดอลลาร์เพื่อลดความเสี่ยงต่างๆ นี่เป็นการจัดสรรเงินที่ไม่มีประสิทธิภาพ เพราะเงินจำนวนมากขนาดนี้สามารถสร้างผลตอบแทนอย่างอื่นได้อีกมาก
นอกจากนี้ธนาคารขนาดเล็ก ทุนน้อย ยังอาจไม่สามารถให้บริการชำระเงินข้ามพรมแดนได้ รวมถึงใช้ระยะเวลานาน เพราะการชำระเงินไปต่างประเทศ ธนาคารต้องทำธุรกรรมผ่านธนาคารต่างๆ ประมาณ 2.6 แห่งโดยเฉลี่ย
การชำระเงินข้ามพรมแดนยังมีค่าใช้จ่ายมากกว่าการชำระเงินในประเทศถึงสิบเท่า
งานวิจัยยังชี้ว่า CBDC จะส่งผลดีต่อประชากรที่เข้าไม่ถึงธนาคารด้วย ซึ่งตามตัวเลขรายงานในปีที่แล้วมีประมาณ 1.4 พันล้านคนทั่วโลกเลยทีเดียว หาก CBDC ได้รับการพัฒนาจนสามารถให้บริการทางการเงินขั้นพื้นฐานได้ เช่น การถือหรือโอนเงิน การสร้างประวัติเครดิต ความเหลื่อมล้ำนี้ก็จะดีขึ้น
___
ติดตามข่าวอื่นๆ และบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่
___
1ถูกใจ
408รับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      “นาโต” พร้อมเผชิญหน้าโดยตรงกับ “รัสเซีย” ถ้าเข้าเงื่อนไขหนึ่งข้อนี้ 27 มกราคม พ.ศ. 2566: ได้มีการออกอากาศทางโทรทัศน์สำหรับการให้สัมภาษณ์พิเศษของ Rob Bauer “พล.ร.อ. ร็อบ เบาเออร์” ประธานคณะเสนาธิการทหารของนาโต กับ RTP TV ช่องข่าวของโปรตุเกส โดยไฮไลท์หรือประโยคเด่นที่เขากล่าวไว้คือ
      UBE เปิดบ้านต้อนรับผู้ว่าฯ อุบลราชธานี เยี่ยมชมการดำเนินธุรกิจด้านความยั่งยืน ตามหลัก BCG Model
      Stoicism เรียนรู้ที่จะยินดี ให้กับสิ่งเลวร้ายในชีวิต | MM EP.1746 “เราต่างทุกข์ทรมานในจินตนาการ มากกว่าทุกข์ทรมานในความเป็นจริง” คำกล่าวจาก เซเนกา นักปราชญ์คนสำคัญแห่งยุคโรมัน ผู้มีความเชื่อและมีวิถีชีวิตตามปรัชญา ที่มีชื่อว่า สโตอิก (Stoicism) ในปัจจุบัน ผู้คนมักมองเหล่าผู้มีแนวคิดแบบ Stoics ว่าเป็นคนที่มีจิตใจแข็งแกร่ง ไม่เอียงอ่อนต่ออารมณ์ ไม่รู้สึกโกรธแบบเป็นฟืนเป็นไฟ หรือตื่นตระหนกอย่างสุดขีด แต่แนวคิดดั้งเดิมที่อยู่เบื้องหลังปรัชญาสโตอิกนั้น ล้ำลึกกว่านั้นมาก ปรัชญาสโตอิกนั้นเป็นวิธีการมอง อธิบาย และทำความเข้าใจโลก มันเป็นวิถีชีวิตที่คงอยู่มาหลายศตวรรษ โดยที่ยังคงประโยชน์ของมันเอาไว้แบบไม่เปลี่ยนแปลง มาลองสำรวจแบบเจาะลึกกัน ถึงปรัชญาที่มีชื่อว่า สโตอิก และมันจะช่วยนำพาความสงบ เข้ามาสู่ชีวิตของเราอย่างไรได้บ้าง เชิญรับฟังพร้อมๆ กันได้ใน MM Podcast EP.1746 │ Stoicism เรียนรู้ที่จะยินดี ให้กับสิ่งเลวร้ายในชีวิต #missiontothemoon #missiontothemoonpodcast #inspiration แปลและเรียบเรียง : ​​http://bit.ly/3WpVSte
      โกษาปานพบแคสสินี ถอดรหัสดาราศาสตร์ ในสมัยพระนารายณ์ แห่งอยุธยา และฝรั่งเศส [ตอนที่ 1]
      ดูทั้งหมด