เมื่อทุกคนได้เห็นศักยภาพของ AI การพัฒนาเทคโนโลยีนี้จึงมีแนวโน้มจะก้าวกระโดดมากยิ่งขึ้น และอาจถูกนำไปประสานเข้ากับเทคโนโลยีอื่น ๆ เพื่อยกระดับการทำงาน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือบล็อกเชน (Blockchain) นั่นเอง
ในบทความนี้ Bitkub Blog จะเล่าให้ฟังว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนที่อยู่เบื้องหลังคริปโทเคอร์เรนซีจะทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างไร และมีตัวอย่างอะไรเกิดขึ้นแล้วบ้าง ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จัก AI กันก่อนครับ
AI หรือ Artificial Intelligence แปลเป็นไทยได้ว่า “ปัญญาประดิษฐ์” ซึ่งถูกออกแบบให้มีระบบทำงานเหมือนกับการทำงานของสมองมนุษย์ นั่นหมายความว่า AI มีความสามารถในการเรียนรู้ วิเคราะห์ และแก้ปัญหาได้ในระดับเดียวหรือเหนือกว่าสมองของมนุษย์นั่นเอง
AI ถือเป็นเครื่องมือที่สามารถทำงานซ้ำซากแทนมนุษย์ได้เป็นอย่างดี จึงช่วยให้มนุษย์สามารถโฟกัสไปยังงานที่มีความซับซ้อนหรือต้องใช้ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ได้มากกว่าเดิม จึงสามารถช่วยลดต้นทุนให้กับองค์กรได้เป็นอย่างดี
บทความโดย IBM ได้ยกตัวอย่างคุณประโยชน์ในกรณีที่เรานำเทคโนโลยีบล็อกเชนกับ AI มาใช้ร่วมกันไว้ 3 ข้อดังนี้
1.ความถูกต้อง
ข้อมูลที่ถูกบันทึกลงบนบล็อกเชนเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถแก้ไขย้อนหลังและสามารถตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส นั่นจึงทำให้การนำมาใช้ร่วมกับ AI จะทำให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลที่ AI นำมาใช้วิเคราะห์ได้ หมายความว่าสิ่งที่ AI วิเคราะห์ออกมาจะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นนั่นเอง
2.การวิเคราะห์ข้อมูล
AI สามารถอ่าน ทำความเข้าใจ และเชื่อมโยงข้อมูลได้ด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ จึงเปรียบเสมือนการนำเทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงมาใช้กับธุรกิจที่เกี่ยวกับบล็อกเชน โดยเปิดให้ AI สามารถเข้าถึงข้อมูลมหาศาลจากทั้งในและนอกบล็อกเชน เพื่อทำให้ AI สามารถวิเคราะห์และนำเสนอวิธีแก้ปัญหาที่ดียิ่งขึ้น
3.การทำให้เป็นระบบอัตโนมัติ
AI และบล็อกเชนสามารถลดขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อนและต้องอาศัยความร่วมมือจากหลาย ๆ ฝ่ายให้มีความเรียบง่ายขึ้นได้ ยกตัวอย่าง AI ที่ฝังอยู่ในสัญญาอัจฉริยะ (Smart contract) บนบล็อกเชน สามารถวิเคราะห์ว่าสินค้าหมดอายุแล้วหรือยัง จากนั้นจึงดำเนินการสั่งซื้อใหม่และชำระเงิน ไปจนถึงสามารถวิเคราะห์เพื่อแก้ไขข้อพิพาทและเลือกเส้นทางขนส่งที่เหมาะสมที่สุดได้อย่างอัตโนมัติ เป็นต้น
ดูตัวอย่างการใช้ Blockchain กับ AI ที่เกิดขึ้นแล้วต่อได้ที่ Bitkub Blog