4+1 สิ่งสำคัญที่ควรศึกษาก่อนเปิดร้านกาแฟ

ต้องยอมรับเลยว่าปัจจุบันใครหลาย ๆ คน มีความฝันที่จะเปิดคาเฟ่เป็นของตัวเอง โดยเฉพาะผู้คนที่หลงใหลในเสน่ห์และรสชาติของเครื่องดื่มสุดคลาสสิกอย่างกาแฟ ทำให้ทุกวันนี้ เราจะเห็นได้ว่าธุรกิจร้านกาแฟนั้นเริ่มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นสนามธุรกิจที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูง ที่ทั้งดุเดือดและเข้มข้น ดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงการเตรียมตัวก่อนเปิดร้านกาแฟกันว่า สิ่งที่ต้องศึกษาควรมีอะไรบ้าง
1. กลู่มลูกค้า
สิ่งแรกที่เราควรจะต้องศึกษาก็คือ กลุ่มลูกค้า เพื่อนำมาเป็นโจทย์ในการกำหนดวัตถุดิบ เพราะในแต่ละทำเลที่ตั้ง มักจะมีกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกันออกไป โดยศึกษากลุ่มลูกค้าจากปัจจัยต่างๆ เช่น อายุ รายได้ ความหนาแน่นของผู้คนในบริเวณนั้น ซึ่งข้อมูลข้างต้นจะเป็นตัวกำหนดความต้องการของลูกค้า ทำให้เราเห็นกำลังซื้อ หรือพฤติกรรมในการใช้จ่ายของลูกค้า และสามารถกำหนดราคาขายในอนาคตได้
อีกทั้งควรต้องมีความชัดเจนในตัวตนของร้านกาแฟ ว่าเราอยากเปิดร้านกาแฟแบบไหน ต้องการกลุ่มลูกค้าแบบใด และทำให้ชัดเจนกับกลุ่มลูกค้านั้นๆ เช่น ในย่านออฟฟิศ กลุ่มลูกค้าจะเป็นกลุ่มที่มีเวลาค่อนข้างจำกัด จึงเน้นเรื่องความรวดเร็วในการรับบริการ หรือเป็นลักษณะ Grab and go เพื่อความสะดวก และสามารถดื่มได้ทันที หรือเป็นอีกกลุ่มลูกค้า อย่าง ใกล้สถานศึกษา อาจจะต้องมีพื้นที่เพื่อให้ลูกค้าได้มานั่งอ่านหนังสือ หรือพูดคุยกันเป็นกลุ่มๆ เป็นต้น
1
2. คู่แข่ง
การศึกษาดูคู่แข่ง ถือเป็นอีกเรื่องที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มลูกค้าของคู่แข่ง ความโดดเด่น หรือการบริหารจัดการ เพื่อที่เราจะได้นำข้อมูลมาพัฒนาและต่อยอดภายในร้านของเราเอง แต่ทั้งนี้ทางร้านเองก็ควรมีจุดยืนในฉบับของตนเอง และมีความชัดเจนเพื่อสร้างภาพจำให้กับกลุ่มลูกค้าของเราด้วย
3. เครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำงาน
การศึกษาเครื่องมือและอุปกรณ์ อย่าง เครื่องชงกาแฟ เครื่องบดกาแฟ ก่อนทำการเลือกซื้อนั้นย่อมเป็นผลดี เนื่องจากปัจจุบัน ท้องตลาดมีเครื่องชงเครื่องบด ที่มีฟังก์ชันดีๆ พร้อมให้เลือกใช้งานอย่างหลากหลาย การกำหนดงบประมาณของราคาไว้คร่าวๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ และศึกษาข้อมูลของเครื่องในงบประมาณที่ตั้งไว้ จะทำให้สามารถเปรียบเทียบเครื่องมือที่เหมาะกับเราได้มากที่สุด และงบประมาณไม่บานปลายอีกด้วย
รวมไปถึงระบบจัดการ POS (Point of Sale) หรือ ระบบขายหน้าร้าน ที่จะช่วยให้เราทราบข้อมูลการขาย ทั้งยังบริหารจัดการวัตถุดิบ คุมสต๊อก จัดการต้นทุน ดูกำไร และสรุปยอดขายรายวัน-รายเดือนของหน้าร้าน เพื่อที่จะนำไปวิเคราะห์ และเพิ่มประสิทธิภาพในธุรกิจร้านกาแฟของเราต่อไปได้
4. วัตถุดิบ/เมนู
วัตถุดิบที่จะใช้ในร้านกาแฟค่อนข้างมีหลากหลาย ซึ่งในท้องตลาดมีให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ โดยแต่ละยี่ห้อ อาจมีรสชาติที่แตกต่างกันไม่มากนัก ขึ้นอยู่กับคุณภาพและเกรดของวัตถุดิบนั้นๆ หลักการคือให้เราเลือกใช้ตามความชอบและความต้องการของเรา หรือจะทำให้ง่ายขึ้น
คุณควรศึกษาความต้องการของกลุ่มลูกค้าของตัวเอง เพราะการเลือกใช้วัตถุดิบให้เหมาะสมจะทำให้สามารถควบคุมต้นทุนของวัตถุดิบได้ง่าย ซึ่งเราควรมีการจัดการควบคุมวัตถุดิบในแต่ละเดือนไม่ให้เกินกี่ % ของรายได้ เพื่อลดไม่ให้เกิดค่าใช้จ่ายที่บานปลายตามมา
+1 ตัวเราเอง
เนื่องจากธุรกิจร้านกาแฟ มีการแข่งขันที่สูงมาก ดังนั้นการวางแผนต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้นอาจยังไม่เพียงพอ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่อยากให้มองข้ามไปเลยนั่นก็คือ ผู้ที่เป็นเจ้าของธุรกิจจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่กำลังทำอยู่ กล่าวคือ เมื่อเราก้าวเข้ามาทำธุรกิจร้านกาแฟ เราควรต้องมีทักษะเกี่ยวกับการทำกาแฟให้ได้มากที่สุด ควรศึกษาข้อมูลต่างๆ ตั้งแต่วิธีการสกัดกาแฟ รสชาติของเครื่องดื่ม รวมไปถึงการรังสรรค์เมนูใหม่ๆ ร่วมด้วย
หากร้านกาแฟจะปังและอยู่รอดได้ ก็ต้องอาศัยกลุ่มลูกค้าประจำ และรสชาติของกาแฟที่มีความโดดเด่น ดังนั้นการมีเมนูที่น่าสนใจก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ร้านกาแฟจำเป็นต้องมี เพราะนอกจากจะทำให้ลูกค้าติดใจแล้ว ยังสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ให้เข้ามาได้อีกด้วย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
- โทร. 081-979-9565 ต่อ 2 Bluekoff Showroom
ช่องทางการสั่งซื้อสินค้า
ช่องทางติดตามข้อมูลข่าวสารอื่นๆ
#Bluekoff #Coffee #Bluekoffcoffee #Specialtycoffee #Coffeelover #Coffeetime #Cafe #Coffeeshop #Espresso
  • 3
โฆษณา