11 ก.พ. 2023 เวลา 07:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

เครื่องมือช่วยออมเงิน เพื่อวัยเกษียณ

วันนี้เราจะมาแนะนำตัวช่วยออมเงินเพื่อวัยเกษียณที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้และยังเป็นเครื่องมือที่อยู่ใกล้ตัวเราอีกด้วย
เชื่อว่าเกือบทุกคนก็อยากมีเงินใช้เพียงพอในช่วงวัยเกษียณ แต่อีกนานหลายปีกว่าจะเกษียณ จึงทำให้ไม่ได้รีบวางแผนเกษียณ รวมถึงไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นออมเงินเพื่อเกษียณยังไงดี
ตอนนี้มีใครวางแผนเกษียณให้ตัวเองแล้วบ้าง? ขอเสียงหน่อย!! แล้วมีใครรู้บ้างว่า จริงๆ แล้วตอนนี้หลายคนก็อาจจะเริ่มออมเงินเพื่อใช้ในวัยเกษียณไปแล้วโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะคนที่เป็นพนักงานประจำ ข้าราชการ อาชีพอิสระ รวมถึงคนที่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีด้วย
เครื่องมือทางการเงินที่นิยมใช้วางแผนเกษียณมีหลายตัว แต่ละตัวก็จะมีเงื่อนไขและจุดเด่นที่แตกต่างกัน มาทำความรู้จักกันเลย
#มนุษย์เงินเดือน
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)
คือ กองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้น ประกอบด้วยเงินที่ลูกจ้างจ่ายเงินสะสมและนายจ้างจ่ายเงินสมทบ ในอัตรา 2%- 15% ของเงินเดือน และจะได้รับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพคืนเมื่อสมาชิกสิ้นสุดลง
กรณีเกษียณอายุ สามารถเลือกได้ว่า จะถอนออกบางส่วน หรือรับเงินเป็นงวด หรือรับเงินทั้งก้อนได้ (ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด)
- กองทุนประกันสังคม (มาตรา 33)
เมื่อเกษียณอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน สามารถขอรับสิทธิเงินบำเหน็จหรือเงินบำนาญกรณีชราภาพ ตามเงื่อนไขและระยะเวลาการส่งเงินสมทบ ดังนี้
1. กรณีชำระเงินสมทบครบ 180 เดือน จะได้รับเงินบำนาญเป็นรายเดือนตลอดชีวิต คิดเป็นอัตราร้อยละ 20 ของเงินค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย
2. ถ้าชำระเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน จะได้รับเป็นเงินบำเหน็จ รับเป็นเงินก้อนครั้งเดียว
#ข้าราชการ
- กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
คือ กองทุนที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เพื่อเป็นหลักประกันการจ่ายบำเหน็จบำนาญและให้ประโยชน์ตอบแทนการรับราชการแก่ข้าราชการเมื่อออกจากราชการ โดยข้าราชการจ่ายเงินสะสม 3% ของเงินเดือน + ออมเพิ่ม ตามความสมัครใจ และรัฐส่งเงินสมทบ 3% + เงินชดเชย 2%
เมื่อเกษียณอายุราชการ สามารถเลือกรับบำเหน็จหรือบำนาญ เมื่ออายุ 50 ปี ขึ้นไป และมีอายุราชการ 10 ปี ขึ้นไป
#ฟรีแลนซ์
- กองทุนประกันสังคม (มาตรา 40) สำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ พนักงาน ลูกจ้างที่ยังไม่มีระบบสวัสดิการอื่นๆ
สามารถเลือกจ่ายเงินสมทบประกันสังคมได้ 3 รูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็จะได้เงินชราภาพต่างกัน ดังนี้
ทางเลือกที่ 1 จ่ายเงินสมทบ 70 บาท/เดือน - ไม่ได้รับสิทธิชราภาพ
ทางเลือกที่ 2 จ่ายเงินสมทบ 100 บาท/เดือน - ได้รับเงินบำเหน็จ (เงินสมทบ 50 บาท คูณ จำนวนเดือนที่จ่ายเงินสมทบ บวก เงินออมเพิ่ม)
ทางเลือกที่ 3 จ่ายเงินสมทบ 300 บาท/เดือน - ได้รับเงินบำเหน็จ (เงินสมทบ 150 บาท คูณ จำนวนเดือนที่จ่ายเงินสมทบ บวก เงินออมเพิ่ม)
- กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)
คือ กองทุนที่ส่งเสริมการออมเพื่อการเกษียณ สำหรับคนไทยผู้ประกอบอาชีพอิสระ รวมถึงนักเรียนนักศึกษา ออมขั้นต่ำ 50 บาทต่อครั้ง และรัฐสมทบเงินเพิ่ม 50-100% สูงสุดไม่เกิน 1,200 บาทต่อปี
เมื่อครบอายุเกษียณ 60 ปี ก็จะจ่ายเงินบำนาญรายเดือน โดยเงินบำนาญต่อเดือน ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินออมของสมาชิกและอัตราผลตอบแทนการลงทุนในวันที่คำนวณ เริ่มต้น 600 บาท/เดือน สูงสุดถึง 7,200 บาท/เดือน
#คนที่ลดหย่อนภาษี
- กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)
คือ กองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ ต้องลงทุนอย่างต่อเนื่องหรือปีเว้นปี ไม่มีกำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำต่อปี (ลงทุนสูงสุด 15% ของเงินได้พึงประเมินไม่เกิน 500,000 บาท เมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กบข., ประกันชีวิตชนิดบำนาญ, กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน)
สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้เมื่อลงทุนอย่างน้อย 5 ปีต่อเนื่อง และอายุครบ 55 ปี โดยจะได้รับเป็นเงินก้อนพร้อมผลตอบแทนจากการลงทุน
- ประกันบำนาญ
คือ ประกันชีวิตที่เน้นการออมเงิน โดยผู้เอาประกันต้องชำระเงินค่าเบี้ยตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ อย่างต่อเนื่องจนถึงอายุเกษียณ
จะได้รับเงินคืนเป็นจำนวนที่แน่นอน ในรูปแบบของเงินบำนาญ จนถึงอายุ 85 หรือ 90 ปี (แล้วแต่แบบประกัน)
ติดตาม Cashury ผ่านช่องทางอื่นๆ ได้ที่
โฆษณา