24 ก.พ. 2023 เวลา 03:13 • นิยาย เรื่องสั้น

#คืนสยองของไรเดอร์ #เรื่องสยองของทางบ้าน

พี่ชายของหนูชื่อ ‘กาย’ เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟังช่วงก่อนโควิดค่ะ ตอนนั้นพี่กายอยู่ในช่วงที่เรียกว่าวัยรุ่นสร้างตัว ขยันทำงานมากกกกกก ขับรถสองแถวรับจ้างตอนกลางวัน ตกเย็นเปลี่ยนอาชีพเป็นไรเดอร์ส่งอาหาร แต่ในจังหวัดที่เราอยู่ไม่ได้มีไรเดอร์เยอะแยะอะไรนะคะ
ช่วงแรกพี่ชายหนูเขาพยายามทำงานใกล้บ้าน แต่ไป ๆ มา ๆ ดันทะเลาะกับหัวหน้าเลยต้องย้ายถิ่นไปอีกอำเภอ แถวที่พี่ทำงานใหม่มีร้านอาหารเยอะ ส่วนใหญ่งานที่ได้ก็คือไปรับอาหารบริเวณตลาดใกล้เคียงเพื่อไปส่งลูกค้า
มาถึงตรงนี้ หนูเคยขู่พี่ชายว่า เคยฟัง The Ghost Radio ไหม ไรเดอร์เจอผีกันเยอะนะ แบบที่ขี่ไปส่งแล้วเจอเจ้าของบ้านเป็นผีบ้าง เจอคนรับเป็นผี ต้องปักธูปดอกเดียวลงบนอาหารบ้าง พี่กายเขาก็ไม่ได้กลัวอะไร ยังมาหัวเราะใส่ แถมบอกว่าจะแย่งข้าวผีกินให้ดู อันนี้หนูไม่รู้นะว่าพี่กายเขาจะกล้าจริงอย่างที่พูดไหม แต่หนูมั่นใจมากว่าพี่ไม่กล้า
จนถึงวันหนึ่งเรื่องก็เกิดขึ้น ครั้งนี้พี่กายได้งานร้านอาหารที่ค่อนข้างไกล แล้วก็เป็นที่ที่ไม่เคยไปมาก่อน พี่กายเป็นพวกขับรถเร็วและใจร้อน เวลารออาหารเนี่ยชอบนั่งสั่นขาเหมือนเจ้าเข้า บ่นนู่นนี่อยู่คนเดียว พอทางร้านเรียกปุ๊บแทบจะกระโจนไปรับอาหารแล้ววิ่งขึ้นมอไซค์ทันที พี่เคยบอกว่า ถ้าเอามอไซค์ไปจอดในร้านได้ก็คงทำแล้ว พอวันนี้ได้ร้านอาหารที่อยู่ไกล เจ้าตัวเลยเริ่มหงุดหงิดขึ้นมา
ทางลูกค้าโทรมาบอกว่า เขาไม่รีบและเห็นว่าฝนกำลังตกปรอย ๆ อยากให้ไรเดอร์ขับอย่างระมัดระวัง พี่กายบอกไปว่าขอบคุณแล้วก็รีบแว๊นออกไป
เท่าที่จำได้ ร้านที่ลูกค้าสั่งเป็นร้านอาหารตามสั่งธรรมดา ต้องขี่ผ่านทางสามแพร่ง แล้วจะมีซอยลัดเข้าไป ใช่ค่ะ ร้านนี้ไม่ติดถนนใหญ่ แต่เป็นถนน 2 เลนที่อนุญาตให้รถบรรทุกขับผ่าน เสียวกระจกข้างรถไม่พอ เสียวหลมอุกกาบาตบนพื้นด้วย
พี่กายหงุดหงิดพอดูจนไปถึงหน้าร้าน ร้านนี้มุงหลังคาสังกะสี ตั้งอยู่ริมถนนในจุดที่ไม่น่าตั้ง เพราะรถดูไม่น่าจอดแวะและไฟข้างทางก็ไม่มี พื้นลาดต่ำกว่าถนนแบบที่ฝนตกคงมีโอกาสท่วม สังเกตโดยละเอียด พี่กายบอกว่าเป็นร้านเล็ก ๆ ที่มีแค่ 3 โต๊ะ วันนั้นมีพนักงานโรงงานนั่งอยู่ 1 โต๊ะ มีลูกค้าที่เหมือนพนักงานออฟฟิศอีก 2 โต๊ะ รวม ๆ แล้วน่าจะเบียดกันอยู่ประมาณ 7 คน ไฟในร้านมีแค่ 2 ดวง ทุกคนนั่งกินข้าวกันอยู่ในความมืด แทบไม่เห็นหน้ากันเลยด้วยซ้ำ แต่พวกเขาดูจะไม่รู้สึกรู้สาอะไร
ก่อนเดินเข้าร้าน พี่กายเดินไปทักแม่ค้าที่กำลังตำส้มตำอยู่ว่า เขามารอรับอาหาร แม่ค้าหน้าตาดีอายุประมาณ 40 ปี บอกว่าให้นั่งรอก่อน พี่กายเลยเดินไปนั่งในร้านตามที่แม่ค้าบอก ระหว่างนั้นลูกค้าโทรมาถามความคืบหน้า พี่กายก็บอกว่าถึงร้านแล้ว ลูกค้าบอกว่า อยากเปลี่ยนหมุดที่ปักไปที่วัดแห่งหนึ่งแทน เพราะตอนนี้ทางบ้านกำลังไปงานศพกันอยู่ แน่นอนว่าพี่กายหงุดหงิดจนแทบจะตะคอกลูกค้า อีกฝั่งเลยบอกว่า ยินดีให้ทิปเป็นค่าเสียเวลา 200 บาท พี่กายได้ยินอย่างนั้นก็ตอบตกลง
ระหว่างนั่งรอ พี่กายบอกว่าเริ่มได้กลิ่นอะไรแปลก ๆ เลยทักแม่ค้าไปว่า ร้านพี่เริ่มมีกลิ่นแล้วนะ หัดทิ้งขยะบ้าง แม่ค้าถามว่าได้กลิ่นอะไร พี่บอกว่ากลิ่นเน่า ตอนแรกไม่ค่อยได้กลิ่น แต่ยิ่งฝนตกก็ยิ่งชัดขึ้น แม่ค้ายกทัพพีที่คนส้มตำขึ้นมาดม แล้วยื่นมาให้พี่กาย พี่กายดมแล้วแทบจะตกเก้าอี้ กลิ่นนี้ใช่เลย
แม่ค้าหัวเราะแล้วบอกว่า กลิ่นที่มึงบอกไม่หอม แต่ลูกค้ากูติดใจนะเว้ย แล้วแกก็หันไปขอความเห็นจากคนในร้าน แต่คนในร้านเงียบ เงียบแบบเงียบเลย เสียงคุยกันที่เบาอยู่แล้วแม่งเบากว่าเดิม
พี่กายรู้สึกแปลก ๆ เลยลุกขึ้นจะเดินออกไปนอกร้าน แต่กลับถูกแม่ค้าคว้าแขนเอาไว้ แล้วเอาช้อนจิ้มเข้าปาก แม่เจ้า! พี่กายคิดว่ามันเป็นส้มตำที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกิน แต่สิ่งที่น่าช็อคยิ่งกว่าความอร่อยคือ ตอนพี่กายเงยหน้าขึ้นมาอีกที หัวแม่ค้าก็หายไปแล้ว! พี่ชายหนูตกใจจนฉี่ราดกางเกง แม่ค้าไม่มีหัวยืนถือช้อนกับทัพพีอยู่อย่างนั้น
พี่รีบวิ่งกลับไปที่มอเตอร์ไซค์ขณะที่ฝนตกแรงขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างนั้นมีรถบรรทุกคันหนึ่งวิ่งมาพอดี ไฟรถส่องให้เห็นสภาพร้านที่เละตุ้มเป๊ะไม่เหลือชิ้นดี คนขับชะลอ เพราะเกือบชนพี่กาย
“เห้ย! เอ็งมาทำอะไรตรงนี้ เดี๋ยวก็ตายหรอก” คนขับตะโกนฝ่าสายฝนมาหาพี่ พี่ตะโกนกลับเสียงสั่นว่า “ผมเจอผี!”
ฝั่งคนขับรีบลงจากรถมาดูสภาพพี่ชาย “ปากเอ็งไปโดนอะไรมาวะ ทำไมมีดินติดปากด้วย เอ็งล้มหรอ”
“ไม่ได้ล้มครับ เมื่อกี้ผมกินอาหารของแม่ค้าไม่มีหัว!” คนขับตกใจสะดุ้ง รีบมองผ่านไหล่พี่กายไป
“เอ็งไปกินได้ยังไง แม่ค้าร้านนี้ตายแล้ว เมื่อสามวันก่อนรถบรรทุกเสียหลักพุ่งเข้าร้าน กวาดเรียบ เหยียบแม่ค้าหัวหลุด ส่วนลูกค้าทยอยตายในโรงพยาบาลกันหมด เอ็งเข้าไปนั่งได้ยังไง ไม่เห็นสภาพหรอว่าเละขนาดไหน” คนขับรถบรรทุกจับไหล่พี่ชายให้หันไปดู หลังคาสังกะสีพังลงมาบุบบู้บี้อยู่กับพื้น กระจกแตกกระจาย เก้าอี้หักไม่เหลือชิ้นดี จานชามกระจัดกระจายอยู่ในสภาพที่เกิดเหตุยังไงก็ยังอยู่อย่างนั้น
พี่บอกว่าตัวเองเป็นล้มไปตอนไหนไม่รู้ แต่คนขับรถบรรทุกเอาพี่กายและรถไปส่งไว้ที่โรงพยาบาล หนูไปรับพี่ในสภาพที่ซีดยิ่งกว่ากุ้งต้ม พี่กายกลับบ้านจับไข้ อ้วกไปอีก 7 วัน ทิป 200 ก็ไม่ได้ แถมยังสงสัยอีกว่า ไอสิ่งที่กินเข้าไปมันคืออะไรกันแน่
________________________________________
ภาพ: มัท The Ghost
เรียบเรียง: ทีมงาน The Ghost Radio
________________________________________
ข้อมูลที่นำเสนอ มีเนื้อหาเกี่ยวกับความเชื่อ
ซึ่งแต่ละบุคคล อาจมีความเชื่อที่แตกต่างกัน
ขอให้ท่านผู้อ่าน ใช้ดุลยพินิจและวิจารณญาณ
โปรดแสดงความคิดเห็น เพื่อให้ความรู้อีกแง่มุม
โดยที่ไม่ก้าวล่วง ความเชื่อความศรัทธาของผู้ใด
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
*#TheGhostRadio #TheGhostRadioOfficial*
และติดตามเรื่องเล่าสุดหลอนได้ในช่องทางต่อไปนี้
โฆษณา