19 ก.พ. 2023 เวลา 12:34 • นิยาย เรื่องสั้น

ออฟฟิศที่ผมเช่า...

เรื่องมีอยู่ว่า ผมได้เข้าทำงานที่บริษัทแห่งนึง ซึ่งเป็นบริษัททำเกี่ยวกับการจัดการสินค้าออนไลน์ หน้าที่ของผมจะเป็นการหาพนักงานพาร์ทไทม์มาทำหน้าที่ตรวจสอบออเดอร์สินค้า ซึ่งจะเป็นหน้าที่ที่ต้องทำการติดต่อกับคนจำนวนมาก และคอยดูแลพนักงานพาร์ทไทม์ที่มาทำงานให้กับบริษัทในแต่ละวัน การทำงานของผมนั้น ช่วงเช้าจะต้องติดต่อกับพนักงานพาร์ทไทม์ที่จะเข้ามาทำงานในแต่ละวัน และคอยสอนงานและควบคุมการทำงานตลอดทั้งวันจนทุกคนเสร็จงาน ช่วงเวลาทำงานจะเริ่มต้นประมาณ 9:30-21:30
ช่วงแรกนั้นผมได้ทำงานอยู่ที่บริษัทเป็นระยะเวลา 3 เดือนกว่าๆ จนถึงช่วงต้นเดือน พฤศจิกา ปี 2565 ผมกับพี่สาวได้ตัดสินใจย้ายสาขาไปเปิดใหม่ ใกล้ๆบ้านของผม ในช่วงวันหยุดผมจึงได้เดินทางไปตามหา
สถานที่ ที่จะใช้ในการเปิดเป็นออฟฟิศ ผมแนะนำให้พี่สาวของผมใช้เป็นอาคารพาณิชย์ เพื่อที่จะได้งานต่อการจัดสถานที่และเปิดออฟฟิศ แต่พี่สาวของผมมีความคิดเห็นว่า ควรจะเช่าเป็นบ้าน เพื่อลดต้นทุนในการเช่าและให้สอดคล้องกับรายรับรายจ่าย ผมก็ไม่ได้ติดขัดปัญหาอะไรจึงได้สำรวจสถานที่กันไปเรื่อยๆ
จนได้เจอบ้านหลังหนึ่งที่มีราคาและทำเล ตรงตามใจของพี่สาวของผม ครั้งแรกที่ผมได้เข้ามาดูบ้านครั้งแรก ผมรู้สึกไม่โอเคตรงสีและการตกแต่งภายในบ้าน ซึ่งอาจจะเป็นเพราะความรู้สึกของผมเอง เพราะผมเป็นคนไม่ชอบสีสันฉูดฉาด แต่เวลาของเรามีเหลือในการจัดหาสถานที่ไม่มากนัก เลยได้ตกลงทำสัญญาและเช่าที่นั้น
วันสุดท้ายที่ผมได้ทำอยู่ที่บริษัทเป็นวันศุกร์ และในคืนวันนั้นผมก็ได้ทำการเรียกรถขนของเพื่อที่จะย้ายและเปิดที่ใหม่ได้เลยภายในวันถัดไป พอเสร็จงานวันศุกร์ ผมก็ได้ทำการย้ายของมาที่ออฟฟิศใหม่ และจัดออฟฟิศจนเสร็จ ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ 5 ทุ่มกว่าๆ
พี่สาวของผมได้เอ่ยปากชวนให้ไปดื่มฉลองกัน แต่ผมกับพนักงานอีกคนที่เป็นเพื่อนผมได้ปฏิเสธไป เนื่องจากความเหนื่อยล้า และไหนจะตัองตื่นมาทำงานในวันถัดไปอีก ผมจึงได้ขอเลื่อนพี่สาวไปก่อน และในคืนนั้น ผมได้ชวนให้เพื่อนของผมนั้นไปพักที่บ้านผมก่อนในคืนแรก
วันเสาร์ เปิดออฟฟิศวันแรก
วันแรกเปิดมาด้วยความปวดหัว ผมกับเพื่อนมาถึงออฟฟิศช่วงเวลาประมาณ 9 โมง เจอพนักงานพาร์ทไทม์ที่นัดไว้ทำงานอยู่แค่ 3 คน จากที่ผมนัดประมาณ 12-13 คน ซึ่งเป็นเรื่องที่แย่มาก เพราะจะทำให้บริษัทนั้นเสียรายได้ แต่ถือว่าเป็นวันแรกจึงไม่ได้มีปัญหาอะไรมาก วันแรกในการทำงานนั้นผ่านไปได้ด้วยดีจนทั้งพนักงานพาร์ทไทม์ทั้ง 3 คนได้ทำงานจนเสร็จ เป็นเวลาช่วงประมาณ 1 ทุ่ม ผมเห็นว่าวันนี้งานเสร็จไวจึงชวนพี่สาวและเพื่อนไปดื่มฉลองและพูดคุยเรื่องการเปิดออฟฟิศใหม่วันแรก
ผมได้ไปดื่มกับพี่สาวแฟนพี่สาวและเพื่อนผมกัน 4 คนพูดคุยกันจนเวลาล่วงเลยไปถึงเวลาประมาณ เที่ยงคืนครึ่ง ผมจึงได้ตัดสินใจแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน ผมได้ให้เพื่อนไปพักที่บ้านผมอีกหนึ่งคืน พี่สาวกับแฟนของพี่สาวได้ไปพักที่ออฟฟิศเนื่องจากบ้านของพี่สาวผมนั้นอยู่ค่อนข้างไกลจากออฟฟิศ คืนนั้นก็จบด้วยกันแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน
วันอาทิตย์ เปิดออฟฟิศวันที่สอง
ผมตื่นเช้ามาด้วยอาการมึนๆนิดหน่อยหลังจากที่ได้ไปดื่มกันมาเมื่อคืน แต่ก็ทำงานกันปกติ จนถึงช่วงเวลาประมาณ 11 โมง ผมรู้สึกมึนหัวมากจึงได้บอกเพื่อนอีกคนว่าขอไปพักสายตาสักครู่ บอกก่อนว่าบ้านที่ผมเช่าทำออฟฟิศนั้นเป็นบ้าน 2 ชั้น 3 ห้องนอน ผมได้ใช้ห้องชั้น 2 ในการทำงานและผมได้เข้าไปพักสายตาที่ห้องข้างๆ หลังจากที่ผมนอนหลับตาอยู่ประมาณ 5 นาที ผมได้ยินเสียง ครืด.. ครืด.. ครืด.. เสียงคล้ายๆกับมีคนกำลังลากอะไรอยู่บนพื้นเป็นระยะ
ผมคิดว่าคงจะเป็นเสียงใครลากเก้าอี้หรือโต๊ะจากห้องข้างๆ ผมจึงจะลุกไปเตือนว่าอย่าทำเสียงดัง แต่เสียงนั้นก็ยังดันอยู่เรื่อยๆ ผมคิดว่าใครจะลากเก้าอี้ไปเรื่อยๆ เลยคิดซะว่าอาจจะเป็นเสียงของข้างบ้านก็ได้จึงไม่ได้สนใจ และผ่านไปประมาณ 5 นาทีเสียงก็ยังดังอยู่ในหูตลอด และจู่ๆก็มีคนโทรเข้ามือถือของผมเพื่อจะคุยรายละเอียดเกี่ยวกับงานผมจึงเลิกสนใจเสียงนั้นและลุกไปทำงานต่อ จนเสร็จงานของวันนี้ โดยที่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจและไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง
(คืนวันนี้เป็นคืนแรกที่เพื่อนผมนอนค้างที่ออฟฟิศ)
วันจันทร์ จุดเริ่มต้นเรื่องประหลาด
ผมได้มาเปิดออฟฟิศช่วงเวลา 9 โมงเหมือนปกติ แต่ที่แปลกไปคือ เพื่อนผมนั้นดูเหมือนคนที่ไม่สบายอย่างหนัก ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นอะไรมาก่อน และเพื่อนผมไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ผมจึงได้ให้เพื่อนลางานและเข้าไปพักผ่อนในห้องที่ผมได้เข้าไปนอนเมื่อวาน จากนั้นผมก็ได้ทำงานจนถึงช่วงสายๆผมเห็นว่ายังไม่มีปัญหาอะไรในการทำงานทุกคนทำกันได้ปกติ ผมจึงได้เดินเข้าไปดูอาการของเพื่อนที่นอนพักอยู่ เมื่อผมเปิดประตูเข้าไป
เจอเพื่อนผมที่นอนเหงื่อท่วมตัวและตัวสั่น แต่ยังไม่หลับ ผมจึงได้เข้าไปถามว่าโอเคไหม ต้องการอะไรหรือป่าว เพื่อนผมไม่ได้ตอบอะไรแค่พูดเบาๆว่า ไม่เป็นไร ผมจึงได้นั่งอยู่กับเพื่อนอยู่ช่วงนึง และผมก็ได้เอ่ยถามเพื่อนว่าทำไมถึงไม่หลับ ไม่พักผ่อน เรื่องงานไม่ต้องห่วงเพราะว่าผมทำคนเดียวได้ เพื่อนผมได้พูดขึ้นมาว่า จริงๆอยากจะหลับตั้งนานแล้ว แต่ได้ยินเสียงอะไรไม่รู้ เสียงดัง ครืด.. ครืด.. ครืด.. และเพื่อนได้นำเล็บขูดกับพื้นห้องเพื่อทำเสียงให้ฟัง เมื่อผมได้ยินผมถึงกับพูดไม่ออก
เพราะเสียงที่เพื่อนบอกและทำท่าทางนั้น เป็นเสียงเดียวกันกับที่ดังเข้ามาในหูผมเมื่อวาน
โปรดติดตามต่อ......
แสดงความคิดเห็นหรือติชมได้นะครับ
โฆษณา