26 ก.พ. 2023 เวลา 11:04 • ข่าว

ร่วมหาคำตอบ "เครื่องที่จอดอยู่ ทำไมไม่เอามาใช้ หาใหม่ทำไม?"

จากข่าวการจัดหาเครื่องบินเพิ่มเติมของการบินไทย ที่ก่อนหน้านี้มีการเช่าระยะยาวเครื่องบินแบบ Airbus A350-900 จำนวน 2 ลำ ระยะเวลา 12 ปี ค่าเช่าเดือนละ 27 ล้านบาท รวมถึงการแถลงผลการดำเนินงานในปี 2565 ว่าจะมีการจัดหาเครื่องบินเพิ่มเติมโดยการเช่าดำเนินงานอีก 6 ลำ เป็น Airbus A350-900 ทั้งหมด นั่นหมายความว่า จะมีการจัดหาเพิ่มเติมอีก 4 ลำ นอกเหนือจาก 2 ลำดังกล่าว
ภายหลังจากมีข่าวการจัดหาเครื่องบินเพิ่มเติมออกมา มีหลายคนแสดงความเห็นทำนองว่า ปัจจุบันการบินไทยมีเครื่องบินที่ไม่ได้ใช้งานจอดอยู่หลายลำ ทำไมไม่นำกลับมาใช้ จะไปจัดหาใหม่ทำไม ซึ่งเราเห็นว่าการบินไทยได้ชี้แจงออกมามีน้ำหนักพอสมควร รวมถึงข้อมูลการบริหารฝูงบินที่เคยเผยแพร่มาก่อนหน้านี้ จึงขอรวบรวมและสรุปให้ได้อ่านกัน (บางส่วนเป็นการวิเคราะห์และความเห็นของผู้เขียนเท่านั้น)
📌ฝูงบินปัจจุบันของการบินไทย
ปัจจุบันการบินไทยมีเครื่องบินอยู่ในฝูงบินที่ให้บริการอยู่ทั้งหมด 64 ลำ (รวมไทยสมายล์) ประกอบไปด้วย
- Airbus A350-900 จำนวน 12 ลำ
- Boeing 777-300ER จำนวน 17 ลำ
- Boeing 777-200ER จำนวน 4 ลำ
- Boeing 787-8 จำนวน 6 ลำ
- Boeing 787-9 จำนวน 2 ลำ
- Airbus A330-300 จำนวน 3 ลำ
- Airbus A320 (ไทยสมายล์) จำนวน 20 ลำ
สำหรับการใช้งานเครื่องบิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 การบินไทยและไทยสมายล์ มีอัตราการใช้ประโยชน์ของเครื่องบิน (Aircraft Utilization) 10.4 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าอยู่ในมาตรฐานการใช้งานของสายการบิน แต่ยังสามารถเพิ่มขึ้นได้อีก เมื่อเทียบกับสถิติเก่า ๆ
📌ที่จอดอยู่มีรุ่นไหน และสถานะเป็นอย่างไรบ้าง
แน่นอนว่าในตอนนี้ การใช้งานเครื่องบินของการบินไทยยังไม่ใช่ 100% จากฝูงบินเดิมที่เคยมีก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงการเข้าแผนฟื้นฟูกิจการ สำหรับเครื่องบินที่ยังคงจอดเก็บรักษาไว้มีหลายรุ่น กระจายจอดไว้ทั้งที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และอู่ตะเภา ได้แก่
อู่ตะเภา
✈Boeing 777-200ER จำนวน 2 ลำ
มีการระบุในคําอธิบายผลการดําเนินงานล่าสุดว่า จะนำ Boeing 777-200ER ทั้ง 2 ลำนี้กลับมาให้บริการเร็ว ๆ นี้ นั่นหมายความว่า เครื่องบินรุ่นนี้ทั้งหมด 6 ลำที่เคยมี จะกลับเข้าสู่ฝูงบินของการบินไทยครบทุกลำ
✈Boeing 777-200 จำนวน 6 ลำ
ปัจจุบันมีการประกาศขายอยู่ทั้งหมด 6 ลำ ได้แก่ ทะเบียน HS-TJA, TJB, TJC, TJD, TJG และ TJH ส่วนอีก 2 ลำที่เหลือ ได้ขายไปก่อนหน้านี้แล้วในปี 2016 ทั้งนี้ การบินไทยได้รับมอบเครื่องบินรุ่นนี้ลำแรกเมื่อ 27 ปีที่แล้ว ถือเป็นเครื่องบินที่ค่อนข้างเก่า มีอายุการใช้งานมานาน รวมถึงมีผลิตภัณฑ์บนเครื่องบินที่ไม่ทันสมัยและสะดวกสบายเท่าที่ควร (เก้าอี้รุ่นเก่า ระบบความบันเทิงรุ่นเก่า เป็นต้น) ไม่สามารถนำมาแข่งขันในตลาดปัจจุบันได้ การนำกลับมาใช้งานย่อมเป็นทางเลือกที่ไม่เหมาะสมนัก
✈Boeing 777-300 จำนวน 6 ลำ
ปัจจุบันมีการประกาศขายอยู่ทั้ง 6 ลำ ได้แก่ ทะเบียน HS-TKA, TKB, TKC, TKD, TKE และ TKF ส่วนการนำกลับมาใช้อีกครั้ง เหตุผลคล้ายกับ Boeing 777-200 นั่นคือมีอายุการใช้งานที่นาน การบินไทยรับมอบลำแรกมาเมื่อ 25 ปีที่แล้ว ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ บนเครื่องไม่สามารถแข่งขันได้เช่นกัน (ชั้นธุรกิจจัดที่นั่งแบบ 2-3-2 ที่นั่งรุ่นเก่า ระบบความบันเทิงรุ่นเก่า เป็นต้น) รวมถึงการนำไปปรับปรุงก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดี เพราะใช้เงินลงทุนมหาศาล กับอายุการใช้งานที่เหลืออีกไม่นานนัก
1
✈Boeing 747-400 จำนวน 10 ลำ
สำหรับ Boeing 747-400 นั้น การบินไทยได้มีแผนการปลดประจำการมาตั้งแต่ก่อนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ โดยการบินไทยเคยมีเครื่องบินรุ่นนี้อยู่ในฝูงบินจำนวน 18 ลำ ปัจจุบันจอดอยู่ 10 ลำ เนื่องจากมีบางส่วนที่ได้ขายออกไปก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย
- HS-TGH, TGJ ปัจจุบันสังกัด ROM Cargo Airlines ประเทศโรมาเนีย
- HS-TGK, TGL, TGM, TGN จอดอยู่ที่ทะเลทราย Mojave สหรัฐอเมริกา
- HS-TGT, TGR ขายโครงเครื่องในประเทศไทย
HS-TGM ที่ทะเลทราย Mojave ภาพจาก Alejandro Hndez/Jetphotos
ส่วนอีก 10 ลำที่เหลือ ปัจจุบันขึ้นสถานะ “Sold out” ในเว็ปไซต์ขายเครื่องบินและอุปกรณ์ของการบินไทย คาดว่าอยู่ในขั้นตอนรอส่งมอบให้เจ้าของใหม่ต่อไป โดยในปี 2565 ที่ผ่านมา การบินได้ได้รายงานผลกำไรจากการขายเครื่องบินเพิ่มเติมแบบ Boeing 747-400 จํานวน 3 ลํา
✈Airbus A330-300 จำนวน 7 ลำ
สำหรับ Airbus A330-300 การบินไทยได้นำเครื่องที่มีการปรับปรุงห้องโดยสารใหม่จำนวน 3 ลำ (รหัส 33R ทะเบียน HS-TEN, TEO, TEP) กลับเข้าฝูงบินเรียบร้อยแล้ว ส่วนลำอื่น ๆ ได้มีการทยอยส่งคืนผู้ให้เช่า หรือเจ้าของใหม่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น HS-TBC, TBD, TBF, TBG ยังเหลือจอดรอขาย และคืนบริษัทผู้ให้เช่าอยู่ 7 ลำด้วยกัน
A330 บางส่วนทยอยเปลี่ยนทะเบียนเตรียมส่งคืน
เครื่องบินรุ่นนี้ การบินไทยได้ระบุในแผนฟื้นฟูกิจการว่าจะปลดประจำการทั้งหมด ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยโดยการนำกลับเข้าฝูงบินอีก 3 ลำ ปัจจุบันได้ดำเนินการแล้วเสร็จแล้ว รวมถึงทางบัญชี ที่การบินไทยได้โอนสินทรัพย์ดังกล่าวจากสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่จัดประเภทเป็นสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขายไปยังที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ มูลค่าตามบัญชีสุทธิ จำนวน 724 ล้านบาท
✈Airbus A380 จำนวน 6 ลำ
สำหรับเครื่องบินขนาดใหญ่ Airbus A380 จำนวน 6 ลำที่จัดหามาด้วงวงเงินงบประมาณกว่า 50,000 ล้านบาทนั้น ปัจจุบันยังคงจอดอยู่ โดยก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าจะนำกลับมาใช้งาน แต่ผู้บริหารของการบินไทยก็ได้ออกมาปฏิเสธว่ายังไม่มีแผนในปัจจบัน จากทั้งตลาดการบิน รวมถึงต้นทุนที่สูง นอกจากนี้ยังใช้คำว่า “จอดรอการขาย” อยู่
ความเคลื่อนไหวล่าสุดคือ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 การบินไทยได้ปรับปรุงรายการสินทรัพย์สิทธิการใช้ ตามข้อตกลงกับกลุ่มผู้ให้เช่าเครื่องบินในการรับโอนกรรมสิทธิ์เครื่องบิน A380 จำนวน 4 ลำ มูลค่า 30,116 ล้านบาท กลับเข้ามาอยู่ในส่วนของ ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์
2
ทั้งนี้ สายการบินต่าง ๆ ทั่วโลกที่มีเครื่องบินรุ่นนี้ในฝูงบิน มีการดำเนินการที่แตกต่างกันออกไป ทั้งที่นำกลับมาบินแบบเต็มรูปแบบอย่าง Emirates หรือทยอยนำกลับมาบิน อาทิ Lufthansa, Etihad, Korean Air เป็นต้น รวมถึงการประกาศปลดประจำการไปเลย อาทิ Malaysia Airlines, China Southern Airlines เป็นต้น
✈เครื่องบินรุ่นอื่น ๆ ที่ปลดประจำการไปก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ เครื่องบินที่จอดอยู่ ยังเป็นเครื่องบินรุ่นอื่น ๆ ที่ปลดประจำการไปก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็น Airbus A340-500/600, Airbus A300-600 และ Boeing 737-400 ซึ่งปัจจุบันในเว็ปไซต์ thaiaircrafttrading ได้ขึ้นสถานะ "Sold out" ไปทั้งหมดแล้ว
📌จากการติดตามความเคลื่อนไหวของการบินไทย รวมถึงอุตสาหกรรมการบินที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วหลังการแพร่ระบาด เรามองว่า เครื่องบินที่จอดอยู่ของการบินไทย ใครผ่านไปผ่านมาเห็นก็อาจจะรู้สึกได้ว่า “ทำไมไม่เอากลับมาบิน” แต่เมื่อลองมองลึกเข้าไป ก็จะเจอสาเหตุว่าทำไม ไม่ว่าจะเป็น
1. จอดรอส่งคืนผู้ให้เช่า รอส่งมอบเจ้าของใหม่
2. จอดรอขาย (เราเห็นด้วยในส่วนนี้ เนื่องจากเป็นเครื่องบินที่ไม่สามารถนำมาแข่งขันได้แล้วในปัจจุบัน)
3. สภาพตลาดไม่เหมาะสมต่อการนำกลับมาใช้งาน
4. การซ่อมบำรุงกลับใช้งบประมาณสูง ไม่เหมาะกับช่วงนี้ที่ยังอยู่ในแผนฟื้นฟูกิจการ และต้องได้รับการเห็นชอบจากศาลและเจ้าหนี้
ต้องบอกว่า เราค่อนข้างเห็นด้วยกับการจัดหาเครื่องบินเพิ่มเติม โดยเป็นการจัดหาเครื่องบินรุ่นใหม่ มีผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ทัดเทียมกับสายการบินคู่แข่ง รวมถึงเป็นการจัดหาในรูปแบบเช่าดำเนินงานระยะยาว ตราบใดที่การจัดหานั้นโปร่งใส และอยู่บนพื้นฐานของความต้องการของตลาดที่แท้จริง
ใครมีความเห็นอย่างไร สามารถแบ่งปันกันได้เลย....😎
📒ข้อมูลจาก
- หมายเหตุประกอบงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย
- เว็ปไซต์ลงขายเครื่องบินและอุปกรณ์ thaiaircrafttrading
- ข้อมูลเครื่องบินรวบรวมโดยผู้เขียน อาจมีข้อมูลคลาดเคลื่อน รวมถึงเปลี่ยนแปลงไปแล้วในปัจจุบัน
โฆษณา