1 มี.ค. 2023 เวลา 06:36 • กีฬา
สนามกีฬาเวมบลีย์

[โทรฟี่ที่รอคอยของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด]

ชัยชนะในค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาน่าจะเป็นอีกหนึ่งเกมที่ทำให้แฟนๆปีศาจแดงมีความสุขในแบบที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ เพราะหลายๆสิ่งที่เกิดขึ้นในเกมนี้ มันไม่ใช่แค่การคว้าถ้วยใบแรกในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่ฤดูกาล 2016/2017 แต่มันทำให้แฟนๆได้มีความสุขกับวิธีการเล่น ความทุ่มเทเพื่อสโมสร และแพสชั่นที่มีในเกมที่เหล่านักเตะแสดงออกมา มันทำให้แฟนๆทุกคนรู้สึกได้เลยว่า "นี่แหละ คือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด"
เกมนัดนี้มันเป็นเหมือนการจุดประกายความหวังของเหล่านักเตะ ทีมงานโค้ช และแฟนบอลซึ่งรวมไปถึงตัวผมเองที่ได้ดูแล้วรู้สึกกลับมามีไฟในการเขียนบทความให้เพื่อนได้อ่านกันอีกครั้ง
"ดาบิด เด เคอา นักเตะคนสำคัญที่แมนฯยูไนเต็ดขาดไม่ได้"
"ดาบิด เด เคอา" กลายเป็นผู้รักษาประตูที่เก็บคลีนชีทได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร (181 ครั้ง) แซงหน้าตำนานผู้รักษาประตูอย่าง "ปีเตอร์ ชไมเคิล" (180 ครั้ง) พร้อมกับการคว้าแชมป์ EFL คัพ คงเป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิด แต่แฟนๆทุกคนคงรู้ถึงความสำคัญของเขาอยู่แล้ว เพราะ "ดาบิด เด เคอา" แสดงให้ทั้งโลกได้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของเขา หลายต่อหลายครั้งที่เซฟของเขาช่วยกระตุ้นให้เพื่อนไม่ยอมแพ้ และหลายต่อหลายครั้งที่เซฟของเขาช่วยให้ยูไนเต็ดยังอยู่ในเกม และยังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์อีก 3 รายการ
"ลิซานโดร มาร์ติเนซ และราฟาเอลวาราน คู่เซนเตอร์ที่ทำให้แนวรับของแมนฯยูไนเต็ดลงตัว"
ลิซานโดร "เดอะ บุชเชอร์" มาร์ติเนซ หรือ "ลิช่า" กองหลังที่ถูกปรามาสตั้งแต่เขายังไม่ลงเล่นเกมแรกในอังกฤษว่า "เขาตัวเล็กเกินไปกว่าจะเล่นกองหลังได้" แต่ผลงานของเขาได้ทำให้ทุกคนเห็นความจริงแล้วว่ามันเป็นแบบไหน
การเล่นของ"ลิช่า"แสดงให้แฟนๆเห็นถึง ความดุดัน ความทุ่มเท และแพสชั่นที่ถูกส่งต่อไปสู่เพื่อนร่วมทีม การเข้าบอลที่ดูดุดันของเขาทำให้ทุกคนได้รู้ว่าทำไมเขาถึงได้ฉายาว่า "เดอะ บุชเชอร์" ความทุ่มเทของเขาที่ให้กับยูไนเต็ด ไม่ว่าจะคิ้วแตกเลือดไหลขนาดไหน ไม่ว่าเขาจะต้องเจ็บแค่ไหนแต่เขาไม่ยอมที่จะให้ทีมต้องเสียประตู รวมถึงอารมณ์ร่วมกับเกมที่คอยกระตุ้นเพื่อนๆให้ตื่นตัวเสมอ
"ลิช่า"ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาทุ่มเทเพื่อสโมสรมากขนาดไหน และผมเชื่อว่าไม่มีแฟนปีศาจแดงคนไหนจะไม่หลงรักชายคนนี้
"ราฟาเอล วาราน" กองหลังที่จับคู่กับลิช่าแล้วแสดงให้เห็นถึงความลงตัว การประสานงานที่ยอดเยี่ยม และจิตวิญญาณของผู้ชนะของเขาที่ถ่ายทอดให้กับเพื่อนร่วมทีม อีกทั้งเขายังเป็นผู้นำในแนวรับคอยสั่งการให้แนวรับอยู่ในตำแหน่งที่ควรอยู่
การที่ "วาราน" ที่เคยประสบความสำเร็จมากมายกับ เรอัล มาดริด มาแล้ว ย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมกับประสบการณ์มากมายตั้งแต่ฤดูกาลก่อน เขาทำให้แนวรับของยูไนเต็ดดูมีมาตรฐานที่สูงขึ้น และในฤดูกาลนี้ที่มี "ลิช่า" เข้ามาเติมเต็มจนกลายเป็นคู่เซนเตอร์ที่ดูลงตัวที่สุดของยูไนเต็ดชุดนี้ และทำให้แฟนๆย้อนนึกถึงคู่เซนเตอร์ในตำนานของทีมอย่าง "ริโอ-วิดิช"
"ดิโอโก้ ดาโล่ต์ ฟูลแบคฝั่งขวาของแมนฯยูไนเต็ด ที่กลับมาฟอร์มร้อนแรงอีกครั้งในยุคของ เอริค เทน ฮาก"
"ดิโอโก้ ดาโล่ต์" นักเตะที่เหมือนจะหมดอนาคตกับยูไนเต็ดด้วยฟอร์มที่ไม่ค่อยคงเส้นคงวาของเขา แต่การเข้ามาของกุนซือชาวดัตช์กลับทำให้แฟนๆรู้สึกเหมือนได้แบคขวาคนใหม่ จากที่ฟอร์มการเล่นแบบ เกมรุกก็ไม่ค่อยดี ส่วนเกมรับนี่เป็นจุดอ่อนเลย กลายเป็นแบคขวาที่ "เทน ฮาก" ไว้ใจและปรับการเล่นของเขาให้เข้ากับแทคติกของตนเอง
แม้ว่าในเกมนัดชิงชนะเลิศ EFL คัพ ฟอร์มการเล่นของ"ดาโล่ต์"อาจจะไม่ได้เป็นที่น่าพอใจเท่าไร แต่ในฤดูกาลนี้เราได้เห็นพัฒนาการของเขา ทั้งฟอร์มและรูปแบบการเล่นของตัวเองที่ดูดีขึ้นกว่าฤดูกาลที่แล้ว เกมรุกที่ดูเฉียบคมมากขึ้น การวิ่งตัดเข้ากลางสนามที่คอยซัพพอร์ตเพื่อนร่วมทีม และการเปิดบอลที่ดูหวังผลได้มากขึ้น และความพยายามในการปิดจุดอ่อนในเกมรับของตัวเขาเองก็ทำได้ดีมากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่แฟนๆก็สามารถไว้ใจได้ว่าเรื่องความใจสู้ และทุ่มเทของเขาก็ไม่น้อยไปกว่าใครในทีมเลย
"ลุค ชอว์ จากนักเตะที่เกือบจะเลิกเล่นฟุตบอลเพราะอาการบาดเจ็บหนัก สู่นักเตะที่กลับมาเล่นในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมอีกครั้งด้วยใจของนักสู้"
ลูกเปิดฟรีคิกของ"ลุค ชอว์"ในนาทีที่ 33 ของเกมเมื่อคืนวันอาทิตย์ได้แสดงให้ทุกคนได้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของเขาในฤดูกาลนี้ ทั้งฟอร์มการเล่นที่คงเส้นคงวา บวกกับการเซอร์ไพร์สด้วยการลงเล่นในตำแหน่ง เซนเตอร์แบคฝั่งซ้ายของเขา หลังจากบอลโลก ทำให้แฟนๆได้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของเขา
หลายต่อหลายครั้งในฤดูกาลนี้ที่ลูกเปิดจากริมเส้นของเขากลายเป็นแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีมได้ยิงประตู และเขาได้ทำให้ทุกคนได้เห็นอีกครั้งในนัดชิงชนะเลิศ EFL คัพ
พัฒนาการด้านเกมรับของ"ลุค ชอว์"ทุกคนคงได้เห็นแล้วจากการเล่นหลายๆนัดในฤดูกาลนี้ไม่ว่าจะในตำแหน่งฟูลแบคฝั่งซ้ายที่คุ้นเคย หรือเซนเตอร์แบคที่เราไม่เคยเห็นจากเขาในระบบ 4-2-3-1 "ชอว์"อาจจะไม่ใช่คนที่เข้าสกัดได้หนักหน่วงหรือดุดันเหมือน"ลิช่า"แต่การเข้าสกัดในจังหวะที่ถูกต้องของเขาแสดงให้เห็นถึงความนิ่งและการอ่านเกมที่ยอดเยี่ยม
คงไม่มีใครคิดว่านักเตะที่เจ็บหนักจนเกือบจะต้องแขวนสตั๊ตอย่าง"ลุค ชอว์"จะกลับมากลายเป็นหนึ่งในแบคซ้ายที่ดีที่สุดเกาะอังกฤษได้
"กาเซมิโร่ นักเตะคนสำคัญที่แมนฯไนเต็ดขาดไม่ได้"
"กาเซมิโร่"หรือที่แฟนชาวไทยชอบเรียกกันว่า"เกษมวิโรจน์" นักเตะใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามาในฤดูกาลนี้ด้วยค่าตัว 70 ล้านยูโร มาพร้อมกับคำดูถูกมากมาย "อายุตั้ง 30 แล้ว คงย้ายเอาแต่เงินช่วงปลายอาชีพ", "ค่าตัว 70 ล้านกับวัย 30 ปีเนี่ยนะ ไม่คุ้มเลย" แต่เขากลับแสดงให้ผู้คนเหล่านั้นเห็นแล้วว่าทำไมเขาถึงค่าตัว 70 ล้านกับวัยที่เหมือนจะเลยจุดพีคมาแล้ว
คลาสบอล ประสบการณ์ ความกระหายชัยชนะ และความเป็นแชมเปี้ยน ทุกอย่างที่กล่าวมารวมอยู่ในตัวชายคนนี้ที่ชื่อว่า "กาเซมิโร่" เขาเป็นคนที่ทำให้เกมรับของยูไนเต็ดไม่ต้องเจองานยากแบบ 2-3 ฤดูกาลก่อนที่ยังใช้เป็นคู่กองกลางอย่าง "แม็ค-เฟรด" เขาแสดงให้เห็นถึงความเก๋า รู้จังหวะการตัดบอล การอ่านเกม ความดุดัน และที่สำคัญคือการทรานซิชั่นเปลี่ยนจังหวะเกมจากโดนบุกอยู่กลายเป็นสวนกลับเร็ว
สิ่งเหล่านี้มันบ่งบอกเราได้ถึงความสำคัญของ"กาเซมิโร่" ยิ่งกับเกมที่ยูไนเต็ดขาดเขาไป ทำให้เกมรับดูจะต้องเจองานยากบ่อยครั้ง รวมถึงการขึ้นเกมที่กองกลางไม่สามารถสร้างสรรค์เกมได้เลย การเข้ามาของเขามันเหมือนกับการได้ส่วนผสมที่ลงตัว ทุกอย่างดูกลมกล่อมและมีทิศทางที่ดีทั้งฟอร์มการเล่น และแพสชั่นที่"กาเซมิโร่"ได้ส่งต่อให้เพื่อนร่วมทีม
"เฟรด นักเตะที่เปรียบเสมือนมดงาน"
"เฟร็ด" เป็นนักเตะอีกหนึ่งคนที่ผมรู้สึกว่าเกมนี้เขาอาจจะไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด แต่ความขยันวิ่งไล่เพรสซิ่งของเขามันทำให้ผมรู้สึกว่า ถึงเขาจะไม่ได้มีคิลเลอร์พาสหรือลูกยิงไกลสวยๆให้เราเห็นบ่อยๆ แต่การวิ่งของเขามันทำให้นักเตะของคู่แข่งไม่มีเวลาในการครองบอลมากต้องพยายามออกบอลเร็ว
ถึงแม้ฟอร์มการเล่นของ"เฟร็ด"ในเกมนี้อาจจะไม่ใช่เกมที่เขาโชว์ฟอร์มวิ่งเพรสซิ่งแบบตัวต่อตัว (Marking) ได้แบบเกมก่อนๆแต่วิธีการวิ่งของเขาดูเปลี่ยนไปเป็นการวิ่งตัดทางบอล (Cut the passing line) ที่คอยบีบให้คู่แข่งมีตัวเลือกน้อยที่สุด
ในฤดูกาลนี้"เฟร็ด"ได้ลงเล่นบ่อยขึ้นเมื่อ"คริสเตียน อีริคเซ่น"ห้องเครื่องชาวเดนมาร์กตัวสำคัญของยูไนเต็ดได้รับอาการบาดเจ็บยาว สำหรับของ"เฟร็ด"ทุกคนคงทราบดีอยู่แล้วว่าฟอร์มการเล่นของเขาคาดเดาไม่ได้เดี๋ยวดีเดี๋ยวแย่ แต่ในเกมที่สำคัญอย่างนัดชิงชนะเลิศ"เอริค เทน ฮาก"ไว้ใจและส่งเขาลงเล่นในฐานะ 11 ตัวจริง และเขาก็ไม่ทำให้ผิดหวัง การวิ่งของเขาที่คอยบีบใส่กองกลางคู่แข่งและความขยันของเขาที่ทำอย่างสุดความสามารถ
"บรูโน่ เฟอร์นันเดส จอมทัพที่คอยสร้างสรรค์โอกาสให้กับแมนฯยูไนเต็ดหลายต่อหลายครั้ง"
"บรูโน่ เฟอร์นันเดส" นักเตะคนสำคัญของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทั้งบทบาทกัปตันทีมที่คอยสั่งการและกระตุ้นเพื่อนร่วมทีม เมื่อเพื่อนร่วมทีมมีปัญหาคนแรกที่เราจะเห็นวิ่งเข้าไปก็คือเขาคนนี้ หลายครั้งที่เราเห็นเขาพยายามโต้เถียงกับกรรมการเพื่อให้ทีมได้ประโยชน์ หรือจะในบทบาทของเพลย์เมคเกอร์ของทีมเขาก็ทำให้แฟนๆได้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของเขาในการพาบอลไปข้างหน้าให้ไวที่สุด
สถิติของเขาในการจ่ายบอลอาจจะไม่ได้ดูดีเหมือนกับกองกลางหลายๆคน แต่นั้นก็เพราะความกล้าที่จะเสี่ยงจ่ายแบบคิลเลอร์พาสให้เพื่อนร่วมทีมหลุดไปทำประตู
ไม่ว่าจะในบทบาทไหนเขาก็เป็นที่รักของแฟนๆปีศาจแดตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่ลงเล่น การลงสนามของเขาให้กับยูไนเต็ดที่พลาดการลงเล่นเพียงไม่กี่นัด การเพรสซิ่งของเขาที่วิ่งบีบจนสุดปากประตูทุกครั้ง การกระทำของเขาล้วนได้ใจแฟนๆอย่างมาก
ในเกมนัดชิงชนะเลิศ EFL คัพนี้ฟอร์มการเล่นของเขาก็ยังคงอยู่ในมาตรฐาน แม้บทบาทในฤดูกาลนี้ของเขาจะดูเปลี่ยนไปในบางเกมแต่ความทุ่มเทและความกระหายของเขานั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลง
สิ่งที่ได้กล่าวไปเหล่านี้คงเป็นคำตอบว่า ทำไมแฟนปีศาจแดงถึงรักชายคนนี้
"แอนโทนี่ ปีกขวาแซมบ้าที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ"
การลากเลื้อยของ"แอนโทนี่"ในเกม EFL คัพนัดชิงชนะเลิศ คงแสดงให้เห็นแล้วว่าทำไมกุนซือชาวดัตช์ถึงต้องการนักเตะคนนี้มาก การโชว์ลีลาและเทคนิคการกระชากในชนิดที่ปั่นป่วนแนวรับฝั่งซ้ายของคู่แข่งจน "โจเอลินตัน"กองกลางของนิวคาสเซิลน็อตหลุดวิ่งมาหวดใส่"แอนโทนี่"เต็มๆ การที่เขาโดนหวดแบบนั้นก็ทำให้เขามั่นใจได้แล้วว่าสิ่งที่เขาทำอยู่มันถูกต้องและพัฒนาไปในทิศทางที่ดี การทำใ้คู่ต่อสู้หัวเสียและสมาธิหลุดจากเกมนัดสำคัญแบบนี้ก็มีส่วนทำให้การจบสกอร์ของนิวคาสเซิลดูไม่ได้น่าลุ้นเท่าครึ่งเวลาแรก
ในฤดูกาลนี้ฟอร์มการเล่นของเขาในช่วงแรกดูไม่ค่อยดีมากเท่าไร แต่พอได้ลงเล่นกันเพื่อนร่วมทีมบ่อยๆบวกกับการยิงประตูได้ก็เริ่มดีขึ้น แสดงให้เห็นถึงพัฒนาารและการปรับตัวของเขาที่ดีขึ้นเรื่อย ต่อจากนี้แฟนๆปีศาจแดงก็จะคอยให้กำลังใจเขาต่อไป
"มาร์คัส แรชฟอร์ด หนึ่งในนักเตะที่ฟอร์มร้อนแรงที่สุดใน 5 ลีคใหญ่ของยุโรปหลังจากนัดชิงชนะเลิศบอลโลก"
ในเวลานี้"มาร์คัส แรชฟอร์ด"ถือได้ว่าเป็นนักเตะที่ฟอร์มยอดเยี่ยมและคงเส้นคงวาที่สุดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ว่าได้ จากผลงานการลงสนาม 38 นัด มีส่วนร่วม 34 ประตู (ยิง 25 ประตู แอสศิสต์ 9 ครั้ง) หลายประตูของเขาทำกลายเป็นประตูชัยของทีม เขาไม่ใช่แค่ปีกซ้ายที่ชอบเลี้ยงฝ่าแบบฝืนๆ การเข้าทำของเขาที่พัฒนาขึ้นจากเดิมมาก ทั้งการเทคตัวโหม่งหรือเขาชาร์จจ่อๆ หรือการตัดสินใจในจังหวะสุดท้ายที่เฉียบคม บวกกับความมั่นใจที่ทำให้เขาทำอะไรก็ดูดีไปหมดในสายตาแฟนๆปีศาจแดง
ในนัดชิงชนะเลิศ EFL คัพเขาก็ทำให้แฟนๆเห็นแล้วว่าเขายอดเยี่ยมขนาดไหน จังหวะเลี้ยงไลน์ กระชากบอล หรือจบสกอร์มันดูเฉียบคมไปทุกจังหวะ ทำให้ในรายการ EFL คัพนี้เขาจบด้วยการลงเล่น 6 นัด มีส่วนร่วมไป 8 ประตู (ยิง 6 ประตู แอสซิสต์ 3 ครั้ง) พร้อมกับตำแหน่งดาวซัลโวของรายการ อีกทั้งเขาเป็นนักเตะเพียงคนเดียวที่ยิงได้ตั้งแต่รอบแรกจนถึงนัดชิงชนะเลิศ
ฤดูกาลนี้คงเป็นฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมและดีที่สุดของ"แรชชี่"แล้ว ด้วยฟอร์มการเล่นและสถิติต่างๆ คงเป็นเพราะสมาธิและความมั่นใจของเขาที่ทำให้การเล่นของเขาออกมายอดเยี่ยมได้ขนาดนี้ หวังว่า"แรชชี่"จะรักษาฟอร์มการเล่นของเขาแบบนี้ได้ต่อไปเรื่อยๆ
"เว้าท์ เว็กฮอร์สท์ กองหน้าชาวดัตช์ที่ย้ายมาในตลาดหน้าหนาวด้วยสัญญายืมตัว คว้าโทรฟี่แรกในชีวิตของเขาในวัย 30 ปี"
ผมเชื่อว่าคงไม่มีแฟนปีศาจแดงคนไหนไม่รักชายที่ชื่อ"เว้าท์ เว็กฮอร์สท์"คนนี้ เขาอาจจะไม่ใช่คนที่ยิงประตูได้มากมายแบบ"แรชชี่" แต่การเล่นของเขาในแทคติกของ"เอริค เทน ฮาก"แสดงให้เห็นแล้วว่า ถึงเขาจะไม่ใช่เพชฌฆาตในกรอบเขตโทษแบบกองหน้าหลายๆคน แต่เขาคือมดงานที่วิ่งไล่บอลแดนบนไม่หยุดตลอดเวลาที่เขาอยู่ในสนาม
บางเกม"เว็กฮอร์สท์"ก็ถูกวางไว้ในตำแหน่งกองกลางตัวพักบอล ถึงแม้จะไม่ใช่ตำแหน่งที่เขาถนัดแต่เขาก็ทำให้แฟนๆเห็นว่าเขาเล่นในตำแหน่งที่แปลกใหม่นี้ได้ราวกับเขาเล่นมาทั้งชีวิต แต่ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งไหนที่เขาลงเล่นเขาก็จะวิ่งเพรสซิ่งตลอด เขาอาจจะไม่ใช่นักเตะที่วิ่งเร็วเพียงแต่เขาเป็นนักเตะที่วิ่งไม่หยุด และหลายต่อหลายครั้งที่เขาแย่งบอลคืนให้กับทีมได้
ในเกมนัดชิงชนะเลิศ EFL คัพ เขาก็แสดงความขยันที่เขาทำมาตลอดให้แฟนๆได้เห็นอีกครั้ง รวมถึงการมีส่วนร่วมกับประตูที่ 2 ของทีม ด้วยการทำชิ่งจังหวะเดียวให้"แรชชี่"หลุดเข้าไปทำประตู
สุดท้ายแล้วภาพที่แฟนปีศาจแดงเห็นแล้วคงจะดีใจไปกับเขาคือภาพที่เขานั่งมองการฉลองของแฟนๆบนอัฒจันทร์ เหมือนกับเขาต้องการที่ซึมซับบรรยากาศของการเฉลิมฉลองแชมป์นี้ให้ได้มากที่สุด และถ้วย EFL ที่เขาได้ชูนี้เป็นถ้วยแรกในชีวิตของเขา กับนักฟุตบอลอายุ 30 ปีที่คงไม่ต้องการอะไรไปมากกว่าการคว้าแชมป์รายการไหนสักรายการหนึ่ง และเขาทำมันได้แล้วในวันนี้
"สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ หากถูกใจ ฝากกดไลก์ กดแชร์ และกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจในการเขียนต่อด้วยครับ ขอบคุณครับ 😊"
โฆษณา