4 มี.ค. 2023 เวลา 13:00 • ไลฟ์สไตล์

คดีแพ่ง VS คดีอาญา แตกต่างกันยังไง

บทความนี้ JusThat ขอเล่าเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างคดีแพ่งและคดีอาญา คดีทั้ง 2 แบบนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร และมีที่มาจากไหน ทำไมจึงต้องกำหนดมีคดีแพ่งและคดีอาญาแยกจากกัน บทความนี้มีคำตอบ
คดีแพ่ง
คดีแพ่ง คือ คดีที่มีการโต้แย้งสิทธิ หน้าที่กันระหว่างบุคคล 2 ฝ่าย (เอกชนกับเอกชน) เรียกคดีประเภทนี้ว่า คดีมีข้อพิพาท หรือเป็นคดีที่มีการร้องขอต่อศาลให้ศาลรับรองสิทธิบางอย่างให้ เรียกว่า คดีไม่มีข้อพิพาท
คดีมีข้อพิพาท มีการโต้แย้งสิทธิ หน้าที่กันระหว่างเอกชนกับเอกชน เช่น
  • ฟ้องให้จ่ายหนี้
  • ฟ้องผิดสัญญาซื้อขาย
  • ฟ้องเรียกค่าเสียหายเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
  • ฟ้องเรียกค่าปรับคืน(เบี้ยปรับ)
  • ฟ้องเรียกค่านายหน้า
คดีไม่มีข้อพิพาท เป็นคดีที่จะต้องร้องขอให้ตัวเองมีสิทธิอย่างใดอย่างหนึ่งจากศาล แต่ถ้ามีคนยื่นขอคัดค้าน จากคดีไม่มีข้อพิพาทก็สามารถกลายเป็นคดีมีข้อพิพาทได้เหมือนกัน เช่น
  • ขอเป็นผู้จัดการมรดก
  • ขอเป็นผู้ปกครองผู้เยาว์
  • ขอทำนิติกรรมแทนผู้เยาว์
  • ขอให้ศาลสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถ เสมือนไร้ความสามารถ หรือสาบสูญ
  • ขอแสดงสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์
  • ขอสิทธิการเลี้ยงดูบุตร
การดำเนินคดีแพ่งจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อมีการฟ้องศาล เพราะคดีแพ่งเป็นเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัวของแต่ละบุคคล ที่สามารถตกลงกันเองได้โดยไม่ต้องให้รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้ เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ หรือมีความจำเป็นต้องให้ศาลรับรองสิทธิอย่างใดอย่างหนึ่ง ต้องมีการฟ้องคดีต่อศาลก่อนกระบวนการต่าง ๆ จึงจะเริ่มต้นขึ้น
คดีอาญา
คดีอาญา คือ คดีที่มีผู้กระทำความผิดที่มีโทษทางอาญา การดำเนินคดีอาญาจะเป็นไปเพื่อพิสูจน์ความผิดและให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษเพื่อชดใช้สิ่งที่ได้ทำลงไป
  • ติดคุก
  • โดนปรับ
  • ถูกกักขัง
  • โดนริบทรัพย์สิน
  • ประหารชีวิต
การดำเนินคดีอาญาจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์สำหรับคดีอาญาอันยอมความได้ โดยต้องรีบแจ้งความภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องและรู้ตัวคนทำผิด ส่วนคดีอาญาแผ่นดินเป็นคดีอาญาประเภทที่ยอมความไม่ได้ การดำเนินคดีจะเริ่มต้นขึ้นทันทีที่มีการกระทำความผิด เพราะคดีประเภทนี้เป็นคดีที่มีความเสียหายต่อประชาชนโดยรวม และรัฐเป็นผู้เสียหายโดยตรงที่มีอำนาจในการดำเนินคดีได้ การดำเนินคดีจึงเริ่มต้นได้ทันทีโดยไม่ต้องมีผู้เสียหายไปแจ้งความร้องทุกข์
ถูกดำเนินคดีอาญา ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด ไม่เท่ากับ เป็นผู้กระทำความผิด
เนื่องจากการดำเนินคดีอาญาเป็นระบบกล่าวหา คือ มีการแยกอํานาจหน้าที่สอบสวน ฟ้องร้อง และหน้าที่พิจารณาพิพากษาคดีออกจากกัน โดยพนักงานสอบสวนมีอำนาจหน้าที่สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน พนักงานอัยการมีอำนาจหน้าที่ตรวจสำนวน ฟ้องคดีต่อศาล และศาลมีอำนาจหน้าที่พิจารณาคดี พิพากษาว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิดหรือไม่ ต้องได้รับโทษอย่างไร
และในระหว่างดำเนินคดีผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดจะได้รับผลกระทบในด้านสิทธิและเสรีภาพ จึงต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีการพิสูจน์ว่าทำผิดจริง และศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำความผิด
รู้หรือไม่?! ฟ้องศาลด้วยตัวเองได้ ไม่ต้องจ้างทนาย!
JusThat บริการฟ้องด้วยตัวเอง
ค่าบริการปรึกษาเริ่มต้น 1,500 บาท
ประหยัดค่าทนายความได้หลายหมื่นบาท
- แอดไลน์ @justhatapp
- เช็คโอกาสชนะและค่าใช้จ่าย
- หากต้องการ ส่งฟ้องได้ทันที
โฆษณา