14 มี.ค. 2023 เวลา 02:11 • การศึกษา

ขนสมบัติข้ามชาติ

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน อาทิตตสูตร ว่า "เมื่อเรือนถูกไฟไหม้ เจ้าของเรือนขนเอาสิ่งใดออกไปได้ สิ่งนั้นย่อมเป็นประโยชน์แก่เขา ส่วนสิ่งใดที่ขนออกไปไม่ได้ ย่อมถูกไฟไหม้ ฉันใด
โลกคือหมู่สัตว์ อันชราและมรณะเผาแล้ว ก็ฉันนั้น ควรนำโภคทรัพย์สมบัติออก ด้วยการให้ทานเพราะทานวัตถุที่บุคคลให้แล้ว ได้ชื่อว่านำออกดีแล้ว
ทานวัตถุที่บุคคลให้แล้วนั้น ย่อมมีสุขเป็นผล ส่วนที่ยังมิได้ให้ ย่อมไม่เป็นเหมือนเช่นนั้น โจรยังปล้นไปได้ พระราชายังริบได้ ไฟยังไหม้ได้ หรือสูญหายได้
บุคคลจำต้องละร่างกาย พร้อมด้วยเครื่องอาศัยผู้มีปัญญารู้ชัดดังนี้แล้ว ควรใช้สอยและให้ทาน"
เมื่อบ้านเรือนถูกไฟไหม้ ถ้าเจ้าของบ้านรู้ว่าไม่มีทางที่จะดับไฟได้ทันแล้ว ก็จะรีบขนทรัพย์สินออกจากกองเพลิงให้ได้มากที่สุด เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในภายภาคหน้าเป็นทุนในการตั้งหลักปักฐานต่อไป ส่วนทรัพย์สมบัติอันใดที่นำออกมาไม่ได้ ก็จะถูกไฟไหม้เป็นเถ้าถ่านไป
มนุษย์เราก็เช่นเดียวกัน เกิดมาแล้วล้วนถูกไฟคือความแก่ ความเจ็บ และความตาย เผาลนอยู่ทุกอนุวินาที แม้เราจะไม่สามารถหลบหนีพ้น แต่เราทุกคนสามารถขนสมบัติที่หามาได้ ให้ติดตัวข้ามชาติไป
โดยต้องตัดความตระหนีในใจออกไปให้ได้เสียก่อน แล้วบริจาคทาน เปลี่ยนทรัพย์สมบัติหยาบ ให้เป็นทรัพย์ละเอียด คือบุญ ที่จะติดตามเราไปทุกภพทุกชาติ ถ้าตัดความตระหนี่ไม่ได้ เราย่อมไม่สามารถบริจาคทานได้เลยแม้น้อยนิด
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า "ทานกับการรบมีสภาพเสมอกัน"
พระพุทธเจ้า
นักรบผู้ชาญฉลาดแม้จะมีพวกน้อย ย่อมสามารถเอาชนะคนหมู่มากได้ ไทยธรรมของเรา แม้มีจำนวนน้อยแต่ถ้าใจเรายิ่งใหญ่ สามารถตัดกระแสความตระหนี่ ให้หลุดล่อนออกจากใจได้ บริจาคทาน ประกอบด้วยปัญญา เจตนาบริสุทธิ์ ย่อมสามารถชนะกิเลสมากมายได้เหมือนกัน
ยิ่งถ้าให้ถูกเนื้อนาบุญ อานิสงส์นั้นย่อมประมาณมิได้ มีผลอันไพศาล ยากที่จะนับคำนวณได้ว่ามีอานิสงส์มากมายเพียงใด
ผู้ให้ย่อมได้พบกับความสุขในปัจจุบัน แม้ละโลกไปแล้ว ก็มีความสุขต่อไปในโลกหน้า เพราะการบริจาค
ทานแม้มีจำนวนเล็กน้อย ขอเพียงมีใจใหญ่ กล้าคิดกล้าทำเหมือนดังชายหนุ่มผู้ตกยาก ซึ่งเลี้ยงชีวิตด้วยการขออาหารจากชาวบ้าน เมื่อตั้งใจทำบุญด้วยเจตนาอันแรงกล้า บุญก็ส่งผลทันตาเห็น ให้เป็นมหาเศรษฐี มีสมบัติใช้ไม่รู้จักหมดจักสิ้นทีเดียว
มหาทุคตะ
เรื่องราวของ "มหาทุคคตะ" ผู้มีปัญญา บุญเก่าตามมาส่งผล ทำให้ได้คิดว่า "ที่ตนยากจนอยู่ทุกวันนี้ ก็เพราะความตระหนี่แท้ๆ ที่ไม่มีเพราะไม่ได้ทำมา ดังนั้น ตนจะต้องทำบุญใหญ่ให้ได้"
ในที่สุดแล้วเขาก็ได้ถวายทานแก่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยใจที่อิ่มเอิบ เบิกบาน ด้วยใจที่เปี่ยมสุขของเขา
หลังจากที่พระพุทธองค์เสด็จกลับไปแล้ว สิ่งอัศจรรย์ได้เกิดขึ้นที่บ้านมหาทุคคตะในทันที ฝนรัตนะทั้ง เพชร นิล จินดา พลอย อัญมณีอันมีค่าได้ตกลงมามากมาย สูงท่วมถึงหัวเข่าทีเดียว
ด้วยอานิสงส์การถวายถวายทานด้วยเจตนาอันแรงกล้า ด้วยใจเบิกบาน ผ่องใส และได้ผู้รับทานเป็นทักขิไณยบุคคล คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นเนื้อนาบุญอันเลิศ จึงส่งผลทันตาเห็นเป็นที่น่าอัศจรรย์ เขาได้กลายเป็นมหาเศรษฐีในวันนั้นเอง
เมื่อได้เป็นเศรษฐีแล้ว เขาก็ไม่ได้ประมาทในชีวิต ตั้งใจทำบุญทำทานยิ่งๆ ขึ้นไปจนตลอดชีวิต เมื่อละโลกไปแล้ว ได้ไปบังเกิดในสวรรค์
ชาติสุดท้าย เมื่อลงมาเกิดเป็นมนุษย์ บุญส่งผลให้มาเกิดในตระกูลเศรษฐี ชื่อว่า "บัณฑิต" เพราะตั้งแต่มาอยู่ในครรภ์มารดา ทุกคนในบ้านได้กลายเป็นคนฉลาดกันไปหมด
เมื่ออายุได้ ๗ ขวบ บุญในตัวกระตุ้นเตือนให้อยากออกบวช พ่อแม่ก็ไม่ได้ขัดใจ กลับอนุโมทนาในความเป็นผู้มีใจเด็ดเดี่ยววของท่าน พอบวชได้ไม่กี่วัน ก็ได้บรรลุธรรมเป็นสามเณรอรหันต์
เราจะเห็นว่าทานกุศลที่ทำไปด้วยใจที่ใสสะอาด บริสุทธิ์ หวังบุญเป็นที่ตั้งล้วนๆ จะมีอานุภาพยิ่งใหญ่ ส่งผลให้สมปรารถนาทุกเรื่อง ตั้งแต่เบื้องต้น จนกระทั่งบรรลุมรรคผลนิพพาน
พระธรรมเทศนาโดยคุณครูไม่ใหญ่
รวมพระธรรมเทศนา (หน้า ๘๑-๘๗)
ภาพดีๆ ๐๗๒
โฆษณา