19 มี.ค. 2023 เวลา 07:00 • นิยาย เรื่องสั้น

EP 3 : ก่อกำเนิดศาสตราวุธ(1)

คำพูดที่ทิ้งท้ายไว้ของหลวงปู่ ...ของ 3 สิ่งจากกายคน 3 คน...แล้วมันคือสิ่งใด อีกทั้ง 3 คนนั้นเป็นใครหน้าตาเป็นอย่างไร แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นคนที่ตามหา คำถามร้อยแปดผุดขึ้นมา คิดวนไปไม่รู้จะหาคำตอบได้ที่ไหน พลันคิดขึ้นมาได้ว่า สนามพระของแต่ละถิ่นหน้าจะเป็นคำตอบได้ เริ่มจากสนามเมืองเก่า..อยุธยาเลย
เมืองกรุงเก่าแห่งนี้เขาเองก็มาหลายรอบเพราะเป็นสนามพระที่ใหญ่แถบภาคกลาง เขาเองกับลุงทิวก็มาจับพระดีๆ จากที่นี้ไปมากอยู่ เป็นสนามพระเก่าแก่หน้าวังจันทรเกษม แต่ผู้คนก็มากันจากทุกสารทิศเพื่อค้นหาสิ่งที่ตัวเองต้องการ นี้ก็อีก 3 วันกว่าจะถึงวันที่นัดเพราะสนามนี้มีเฉพาะวันอังคาร ค่ำนี้คงต้องหาที่พักก่อน
"มีห้องว่างไหม .." เขาถามเหมือนเป็นความหวังสุดท้าย ที่ริบหรี่เต็มที
"เหลืออยู่ห้องเดียว จ่ายเงินเลย" เฮียพลิกสมุดรายชื่ออยู่หลายครั้ง แล้วมือก็หยิบกุญแจจากลิ้นชักส่งให้เขา แล้วรีบรับเงินเก็บในลิ้นชักในทันที
"ชั้น 2 ห้องซ้ายมือสุดทางเดิน" เฮียแก่พูดไล่หลังตามมา สภาพโดยรวมของโรงแรมแลห้องพักก็ตามสภาพของเจ้าของโรงแรมที่ผ่านประสบการณ์มายาวนาน เดินขึ้นบันไดแคบๆ ที่สวนกันยังไม่ได้ เมื่อสุดทางเดินทางซ้าย เขามือเอื้อมพลางไขลูกกุญแจ หมุนลูกบิดแล้วผลักเข้าไป แรงปะทะของลมเข้ามาทันที ทั้งที่หน้าตามุ้งลวดก็อยู่ในสภาพไม่เคยเปิดใช้งานมานาน บนเพดานมีพัดลมหมุนตัวใหญ่ ที่นอนแม้ผ่านการทำความสะอาดแล้วก็ยังคงกลิ่นที่อับที่ไม่คุ้นชิน แน่นอนว่าเป็นกลิ่นที่สิ่งที่เขาสงสัย
สะดุ้งตื่นเหมือนมีสิ่งใดเย็บวูบขึ้นมาอยู่ที่ข้างเตียง แสงไฟที่สลัวจากด้านนอกสาดเข้ามากระทบกับผิวขาวราวกับหมอกจาง ๆ ของสาวที่ยิ้มอยู่ พลันลืมตาขึ้นเมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏเขาแทบไม่เชื่อสายตา กลิ่นที่สงสัยแรงจนชัดแจ้งแล้วว่ามาจากที่ใด เขาไม่ได้สะทกสะท้านกับสิ่งที่เห็นสักเท่าไร เขารู้ว่าสิ่งเหล่านี้มีอยู่จริง เพียงแต่สิ่งที่ปรากฏมันจะต้องมีเหตุมีผลของมันเอง
"มีอะไรก็ว่ามา สงสัยอยู่ว่าเป็นตนใด ตั้งแต่เข้ามาแล้ว พรุ่งนี้ก็จะไปแล้วไม่ได้มารบกวนมากใช่ไหม" กะว่าจะมาพักสัก 2-3 คืน สงสัยพรุ่งนี้เช้าคงต้องไปแล้ว หรือนี่คงเป็นเคราะห์ที่หลวงปู่กล่าวไว้หรือเปล่า เขาหลับตาลงแล้วเพ่งจิตไปที่ร่างนั้น ตอนนี้เขาเห็นร่างสาวนั้นกลับกลายเป็นสีเหลืองดั่งทองที่สุกสกาว หากแต่มีอะไรบางสิ่งสะกดร่างนั้นไว้ ไม่รู้เป็นอย่างนี้มานานแค่ไหน ก็สงสัยอยู่ว่าห้องนี้ทำไมเป็นห้องที่ยังว่างอยู่โดยไม่มีคนเข้าพัก เข้าใจแล้ว
"แล้วอยู่มานานแค่ไหนแล้ว ทำไมไม่ไปผุดไปเกิด เกิดอะไรขึ้นที่นี้หรือ ใครสะกดเธอไว้"  ก็ไม่รู้ว่าที่ถามไป ร่างนั้นจะเข้าใจหรือได้ยินเขาหรือไม่ แต่ก็พูดไป ร่างนั้นชี้ไปที่ด้านบนของหน้าต่าง เขาเปิดม่านออกพบผ้ายันต์ คาถาอักขระขอม เขาเอื้อมไปสัมผัสก็รู้ได้ทันทีว่าคนที่ลงอาคมไว้ จิตแข็งแกร่ง อาคมแกร่งกล้าแฝงไปด้วยความเหี้ยมตามแบบฉบับยันต์โบราณ ที่ต้องการสะกดวิญญาณไปชั่วกัปชั่วกัลป์ เขาสงสารร่างสาวนี้ขึ้นมาในบัดดล
หากร่างสาวนี้ที่ปรากฏขึ้นมาอยู่บ่อยครั้งให้คนพักในห้องนี้ได้เห็นเพียงเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่จะมีใครเข้าใจสิ่งที่เธอ คงต้องรีบเผ่นหนีไปก่อนจะทำความเข้าใจกับสิ่งปรากฏอยู่ตรงหน้า
หากการเดินทางในหาสิ่งของ 3 อย่างนั้นจะต้องทำให้เขาต้องช่วยเหลือผู้คน วิญญาณ หรือภูตตนใด มันอาจทำให้เคราะห์ที่ว่าร้าย กลายเป็นเบาไปก็ได้ แต่ด้วยกำลังที่เขามีในตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่าจะถอนคาถาอักขระที่ลงไว้ได้หรือไม่ คงต้องวัดกำลังกันดูแล้ว เขาพนมมือขึ้น พลางพึมพำที่มุมปาก .....นะโมเม สุขคะโต นะโมเม โสปัตติ นะโมสุคะโต โหติ......แล้วรายยาวจนจบบท
เมื่อท่องจนจบ เขาลืมตาขึ้น ทุกอย่างยังเป็นเหมือนเดิม สาวร่างขาวยังคงอยู่เหมือนเดิม ผ้ายันต์ยังอยู่ดี อะไรกัน ก็จำได้ขึ้นใจตามที่หลวงปู่สอนแล้ว ทำไมไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย ลองดูอีกครั้ง......
ทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิมแม้จะผ่านไป 3 รอบ เมื่อรู้ว่าไม่สามารถช่วยได้ดังที่คิด "เดี๋ยวพรุ่งนี้จะหาทางช่วย คืนนี้ไม่ไหวแล้วขอนอนก่อนแล้วกัน " โดยไม่ได้สนใจร่างนั้นอีกว่าเป็นอย่างไรต่อไป พร้อมกับหลับตา นอนลงบนเตียงด้วยความเพลีย
"หลับฝันดีไหมเมื่อคืน "เฮียถามเมื่อเขาเดินลงมาผ่านหน้าเคาน์เตอร์
"หลับสบายดี เดี๋ยวผมพักต่อนะเฮีย ฝากทำความสะอาดด้วยล่ะ " เขาพูดพร้อมส่งเงินค่าพักอีก 2 คืน แล้วหันหลังเดินจากไป เขาเดินพ้นโรงแรมที่พักมาได้ระยะหนึ่ง รู้สึกเหมือนมีใครเดินตาม พลันหลังกลับไปอย่างรวดเร็ว ก็ไม่เห็นใครหรือสิ่งใด คงคิดไปเอง..เขานึกในใจ แล้วรีบเดินต่อไป
"สวัสดีครับ พี่ต่อ"เขายกมือไหว้พร้อมยิ้มมาแต่ไกล พี่ต่อหรือฉายาในวงการ ต่อ อยุธยา ชายวัยกลางคนเป็นคนเก่าคนแก่ของพื้นที่นี้ จิตใจแกไม่ต้องพูดถึง นักเลงตามแบบฉบับกรุงเก่า ถิ่นนี้เป็นแหล่งพระชั้นดี อีกทั้งแกยังเป็นที่รู้จักของคนในวงการว่า..พูดตรง..ซื่อสัตย์ เป็นที่ตั้ง เลยเป็นที่เคารพนับถือในแถบย่านนี้ เมื่อแกได้ยินเสียงเขา แกก็ยกมือรับไหว้ เพ่งมองมาที่เขาราวกับถูกสะกด
"มีของมาด้วยหรือ " น้ำเสียงจริงจังไม่เหมือนเดิม แกพูดพร้อมเงย มองแบบเอียงตาเล็กน้อย แบบนักเลง
"เปล่าครับพี่ พอดีอยากรู้เรื่องอะไรเล็กๆ น้อยๆ  เพราะรู้ว่าคงไม่มีอะไรรอดสายตาพี่ไปได้หรอกครับ" ไม่ได้พูดยกยอเกินจริง พี่ต่อแก่อยู่ทุกวงการ สิ่งที่เขาต้องการรู้คือ เรื่องร่างพรายสาวที่อยู่ในห้องพักของเขาว่าเป็นมาอย่างไร แต่อดสงสัยไม่ได้ว่า คำพูดของแก่เรื่อง..ของ...มีนัยยะอะไรอีกด้วยหรือไม่
"ไม่ต้องพูดอะไรมาก เอาของออกมาให้ดูหน่อย ของดีนะเรา " เสียงแกพูดที่เล่นที่จริง แต่ก็พูดมาตรงได้ขนาดนี้ หากบ่ายเบี่ยงคงเสียน้ำใจกัน มือของเขาทั้ง 2 เลยถอดสร้อยที่แขวนหนุมานอยู่ออกมา วางบนมือของพี่ต่อ พี่ต่อรับไปพร้อมยกมือพนมขึ้นเหนือหัว แล้วหยิบกล้องส่องพระคู่ใจมาส่อง ผ่านไปในความเงียบได้สักพัก แกเงยหน้าขึ้น
"มาคราวนี้ของดีจริงๆ รุ่นนี้บอกก่อนเลยว่า พิมพ์ใช่เลย แต่เนื้อไม่คุ้นเลยว่ะ เอ็งนิยมหนุมานหรือ" แกถามเพราะไม่เคยเห็นเขาแขวนพระใดมาก่อน แกส่งสร้อยคืนให้เขา แล้วแกหันไปตะโกนบอกคนในบ้านว่าเดี๋ยวแกมา จะไปข้างนอก ว่าแล้วแกก็หยิบกุญแจรถ แล้วบอกให้เขาขึ้นรถ แกขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว โดยที่ผมเองก็ไม่ได้ถามพี่ต่อสักคำว่าจะไปไหน ได้แต่นั่งเงียบภายในรถ
ผ่านไปได้ไม่นานก็มาถึงบ้านริมน้ำเจ้าพระยาที่ใหญ่โต ทรงปั้นหยาสองชั้นยกพื้นสูง ปลูกสร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง มีความรู้สึกเย็นใจยิ่งทำให้เขาสบายใจและสงบยิ่งนัก เขาเดินตามพี่ต่อไปห่างๆ เพราะมัวแต่มองดูเรือนไม้และสิ่งรอบๆบ้านอย่างสนใจ
พี่ต่อยกมือไหว้ "อาจารย์ ไอ้หนุ่มนี้ มันมีของบางอย่างครับที่ผมคิดว่า อาจารย์คงรู้จักดี เลยพามันมาด้วยพร้อมกับของครับ" พี่ต่อเล่าเรื่องให้ชายชราคนนั้นฟัง พร้อมกวักมือเรียกเขา ที่ยังคงเดินดูรอบๆ บ้านอย่างพินิจพิเคราะห์ "มานี้ ไหว้อาจารย์สะสิ นี้อาจารย์พี่เอง" เขาหันไปมองชายชรารูปร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่บนแคร่ ผิวเข้มตามแบบฉบับคนไทยโบราณก็ไม่ปาน ยิ่งคุ้นตาเหมือนเคยเจอกันที่ไหน แต่จำไม่ได้
"ผมวายุครับ"

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา