Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Wealthy Thai
•
ติดตาม
17 มี.ค. 2023 เวลา 05:12 • หุ้น & เศรษฐกิจ
จาก CEO “เงินติดล้อ” ถึงผู้ถือหุ้น 5.9 หมื่นราย
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ที่น่าจดจำในวงการตลาดหุ้นไทย และถือเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ถือหุ้นของบริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR ได้ไม่น้อย
หลังจากที่ “คุณปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล” กรรมการผู้จัดการใหญ่ของ TIDLOR ได้เขียนจดหมายถึงผู้ถือหุ้นของ TIDLOR ซึ่งการที่ผู้บริหารส่งหนังสือถึงผู้ถือหุ้นเพื่อชี้แจงรายละเอียดของผลการดำเนินธุรกิจของบริษัทในงวดสิ้นปีนั้นถือเป็นเรื่องปกติและไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะเป็นธรรมเนียมปฎิบัติที่ผู้บริหารจะต้องส่งสารถึงผู้ถือหุ้น
แต่สิ่งสำคัญที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ถือหุ้น TIDLOR ก็คือการที่คุณปิยะศักดิ์ เขียนจดหมายถึงผู้ถือหุ้น ด้วยความยาวทั้งหมด 29 หน้า ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ยังไม่เคยมีผู้บริหารคนไหนทำมาก่อน เพราะถึงแม้ว่าจะมีการเขียนจดหมายถึงผู้ถือหุ้นในแต่ละปีที่เป็นปกติอยู่แล้วนั้น จะมีความยาวของจดหมายแค่เพียง 4-5 หน้าเท่านั้น
แล้วที่มาของการเขียนจดหมายฉบับนี้คืออะไร และใจความสำคัญที่คุณปิยะศักดิ์ เขียนจดหมายถึงผู้ถือหุ้นของ TIDLOR มีอะไรบ้าง Wealthy Thai จะพาไปหาคำตอบ
โดยในเนื้อหาบางช่วงบางตอนของคุณปิยะศักดิ์ ระบุว่า ต้องการเขียนจดหมายถึงผู้ถือหุ้นของ TIDLOR เพราะตั้งใจที่จะอธิบายองค์ประกอบต่างๆ ในธุรกิจของบริษัทให้มากขึ้น ซึ่งจดหมายฉบับนี้จะกล่าวถึงหัวข้อต่างๆ เช่น 1. ข้อสังเกตถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมและผลกระทบต่ออุตสาหกรรมและธุรกิจ 2. ผลการดำเนินงานของธุรกิจสินเชื่อ 3. ผลการดำเนินงานของธุรกิจนายหน้าประกันภัย 4. มุมมองเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยง เทคโนโลยี และข้อมูลในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 5. มุมมองในอนาคต
ข้อแรก คุณปิยะศักดิ์ได้ตั้งหัวข้อเอาไว้ คือ ข้อสังเกตถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมและผลกระทบต่ออุตสาหกรรมและธุรกิจ ซึ่งเริ่มต้นหัวเรื่องว่า “ยุคข้าวของราคาถูก เงินที่หาง่าย และอัตราเงินเฟ้อระดับต่ำ ดูเหมือนว่าจะจบสิ้นลงแล้ว”
คุณปิยะศักดิ์ มองว่า จากแนวโน้มปัจจุบันที่ธนาคารกลางทั่วโลกทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้นักลงทุนต่างเริ่มเรียกร้องอัตราผลตอบแทนจากความเสี่ยงที่สูงขึ้น โดยเฉพาะจากผู้ออกตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือทางเครดิตอยู่ในระดับที่ต่ำ
ทั้งนี้ด้วยเหตุผลหลายประการ ในช่วงเวลาที่อัตราดอกเบี้ยตึงตัว สภาพคล่องในตลาดลดลง และเศรษฐกิจที่คาดว่าจะตกต่ำ บริษัทของท่านจึงมีแนวโน้มในการเผชิญหน้ากับสภาวการณ์นี้ได้ดีกว่าผู้ประกอบการรายอื่นๆ
ด้วยนโยบายคือการหลีกเลี่ยงการมีอายุของสินทรัพย์และหนี้สินที่แตกต่างกัน (Duration Mismatches) โดยหลักการนี้หมายความว่าหากอายุสัญญาเงินกู้เฉลี่ยของเรากับผู้บริโภคมีระยะเวลา 24 เดือน เราจะออกหุ้นกู้ที่มี ระยะเวลา 24 เดือนซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยคงที่ตรงกับอายุการให้กู้ยืมของเรา ซึ่งจะช่วยให้เรา "ล็อก" ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIMs) ของสินเชื่อตลอดอายุตั้งแต่ที่เริ่มทำสัญญาให้สินเชื่อ
คุณปิยะศักดิ์ ยังบอกด้วยว่า สภาวะการแข่งขันของอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนแปลงและเพิ่มขึ้น จากการเข้ามาของผู้เล่นในอุตสาหกรรมใกล้เคียง ยกตัวอย่าง เช่นธนาคารต่างๆ เริ่มเข้ามาในธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ โดยในช่วง 18 ถึง 24 เดือนที่ผ่านมา
โดยเราได้เห็นธนาคารเอกชน และธนาคารของรัฐประกาศแนวความคิดที่จะเข้ามาให้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ซึ่งการมีผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ตลาดไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เรายังรักษาความเป็นผู้นำตลาดไว้ได้มาตลอด
ขณะเดียวกัน การที่ผู้ให้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถกำลังเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน คุณปิยะศักดิ์ มอง TIDLOR ในแบบของตัวเองว่า เราต้องมั่นใจในความสามารถในการดำเนินการก่อนที่จะบุกตลาดใหม่ และสร้างความมั่นใจรวมถึงความเข้าใจเชิงลึกในธุรกิจใหม่ โดยใช้เวลาในการเรียนรู้ผ่านการทดลองผลิตภัณฑ์จนกว่าจะแน่ใจว่าสามารถรับมือกับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นและได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมกับความเสี่ยงนั้น
โดยคุณปิยะศักดิ์ ยอมรับว่า เราอาจจะขยับตัวไม่เร็วเท่ากับผู้เล่นรายอื่น ที่รับผิดชอบทั้งในฐานะของเจ้าของและคนบริหารงาน เราไม่ได้มีความตั้งใจ ที่จะเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในตลาด จึงไม่จำเป็นจะต้องเป็นผู้เล่นที่ขยับตัวเร็วที่สุด เป้าหมายของเราคือการทำให้ “เงินติดล้อ” เป็นผู้ให้บริการทางการเงินที่คลอบคลุมและดีที่สุดในระยะยาว
เราชอบวิธีที่อาจจะน่าเบื่อแต่สม่ำเสมอ เริ่มต้นจากก้าวเล็กๆ ผ่านการทดลองและเรียนรู้ โดยเชื่อว่ากระบวนการทดลอง ที่มีการควบคุมหลายครั้ง จะช่วยให้ค้นพบนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ถัดไป ซึ่งกระบวนการนี้ทำให้สามารถส่งมอบประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับลูกค้า
ควบคู่ไปกับการพัฒนาวิธีการบริหารความเสี่ยง เทคโนโลยี และความเป็นเลิศ ในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยเราอยากหลีกเลี่ยงการออกแบบผลิตภัณฑ์ “ที่ฉาบฉวย” ที่มักจะสร้างความตื่นเต้น ให้กับนักลงทุนในระยะสั้น แต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ยั่งยืน
อีกหนึ่งหัวข้อที่สำคัญคือ การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบและมาตรฐานการบัญชีก่อน ระหว่าง และหลังโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อแข่งขันในอุตสาหกรรมและความโปร่งใสในผลการดำเนินงาน ซึ่งคุณปิยะศักดิ์อธิบายว่า หลังจากนี้ในเรื่องการบริหารความเสี่ยง จะเน้นย้ำถึงนโยบายหลักบางประการที่บริษัทได้วางเอาไว้และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด รวมไปถึงการใช้เครื่องมือที่หน่วยงานกำกับดูแลมีให้ ซึ่งจะช่วยให้ท่านประเมินประสิทธิภาพการดำเนินงานของเงินติดล้อได้ดียิ่งขึ้น
ทั้งนี้ คุณปิยะศักดิ์สรุปว่า จากสภาวะอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบัน การแข่งขันที่สูงขึ้น กฎหมายและกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้น และ สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ ภาคบริการทางการเงินของไทย ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมสินเชื่อจำนำทะเบียนรถอาจประสบกับช่วงที่มีความผันผวนสูงในระยะสั้นถึงระยะกลาง ย่อมส่งผลต่อการเติบโต และผลตอบแทนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในช่วงระยะเวลานี้ เราเชื่อว่าวิธีที่ดีที่สุดในการเผชิญกับความไม่แน่นอนที่คาดว่าอาจจะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบมาก และมีความซับซ้อนสูง คือ การสร้างความมั่นใจว่าเราสามารถรักษางบดุลที่แข็งแกร่งและมีทีมผู้บริหารที่มีความตระหนักรู้ ถึงความเสี่ยงต่างๆ และมีความสามารถในการปรับตัวได้ดี
ทั้งนี้ คุณปิยะศักดิ์ ยังได้กล่าวเชื่อมโยงไปถึงผลการดำเนินงานของธุรกิจสินเชื่อในช่วงปี 2565 ที่ผ่านมาว่า เติบโตเป็นอย่างมาก โดยพอร์ตสินเชื่อคงค้าง รวมเติบโตถึงร้อยละ 32 หรือเพิ่มขึ้น กว่า 20,000 ล้านบาท ทำให้พอร์ตสินเชื่อคงค้างของเรา ณ สิ้นปี 2565 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 81.3 พันล้านบาท
โดยในปีที่ผ่านมา ได้ปล่อยสินเชื่อใหม่มากกว่าปี 2564 ถึงร้อยละ 28 และมีลูกค้ารายใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 286,500 ราย ณ สิ้นปี 2565 เรามีจำนวนลูกค้าที่มีสถานะบัญชีที่มีการใช้งาน (Active) อยู่ทั้งสิ้น 882,000 ราย
ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย เราได้ขยายช่องทางการให้บริการทุกช่องทางอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปีที่ผ่านมาเราเปิดสาขาใหม่ถึง 342 สาขา และ ณ สิ้นปีนี้ เรามีจำนวนสาขาที่ให้บริการเต็มรูปแบบถึง 1,628 สาขา และมียอดสินเชื่อคงค้างเฉลี่ยสูงถึง 50 ล้าน บาทต่อสาขา นับว่าเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในอุตสาหกรรมและห่างจากผู้เล่นรายอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้คุณปิยะศักดิ์ ระบุว่าปัจจัยภายนอกมีผลให้คุณภาพของพอร์ตสินเชื่อของบริษัทแย่ลงกว่าที่เราคาดการณ์ไว้เช่นเดียวกับผู้เล่นรายอื่นๆ ในอุตสาหกรรม แต่เราจะยังคงมีระเบียบวินัยในกระบวนการการปล่อยสินเชื่อและการตั้งสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
ขณะเดียวกันยังมีประเด็นที่น่าสนใจที่คุณปิยะศักดิ์ ระบุคือ ผลการดำเนินงานของธุรกิจนายหน้าประกันภัย ธุรกิจนายหน้าประกันภัยมีความสำคัญกับผลการดำเนินงานรวมของเรามากขึ้นเรื่อย ๆ และช่วยกระจายความ เสี่ยงของผลกำไร
โดยรายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยของบริษัทคิดเป็นประมาณร้อยละ 10 ของรายได้ทั้งหมด ซึ่งเรามีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 2 โดยค่านายหน้าที่ได้รับจากการขายประกันวินาศภัยที่เราจำหน่ายยังคงเป็นแหล่งรายได้ค่าธรรมเนียมที่สำคัญสำหรับธุรกิจของเรา และที่สำคัญคือรายได้จากการขายประกันภัยนั้นไม่มีความเสี่ยงที่ตามมา
อีกทั้ง ยังได้กล่าว่า ตนเองมีความภาคภูมิใจในความสำเร็จของทีมประกันภัยของเรา ไม่ใช่เพียงการเติบโตของจำนวนเบี้ยประกันภัยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการที่ทีมสามารถสร้างธุรกิจ จากจุดเริ่มต้นไปสู่การเป็นนายหน้าประกันภัยชั้นนำ ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง
สำหรับ ด้านการลงทุนในเทคโนโลยี คุณปิยะศักดิ์ ยืนยันว่าจะลงทุนในเทคโนโลยีต่อไป เพราะนอกจากจะเป็นประโยชน์ในด้านการดำเนินงานแล้ว เทคโนโลยียังช่วยป้องกันการถูก Disrupt และช่วยให้ “เงินติดล้อ” สามารถคงความเป็นผู้นำไว้ได้อีกด้วย
โดยองค์กรเปลี่ยนไปอย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยการปรับระบบการทำงานเป็นแบบดิจิทัล การขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเชิงลึก และนวัตกรรมที่ดี ซึ่งไม่เคยเห็นความชัดเจนที่มากขนาดนี้ในคุณประโยชน์ของเทคโนโลยีที่มีต่อธุรกิจ ทั้งในแง่ของระบบอัตโนมัติการลดต้นทุน การสร้างข้อมูลเชิงลึก และความพึงพอใจของลูกค้า นอกจากนี้ สินทรัพย์ด้านไอทีก็ถูกสร้างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และออกมาให้ใช้มากขึ้นทุกวัน
เดินทางมาถึงประเด็นสุดท้าย ในสิ่งที่คุณปิยะศักดิ์ อยากจะบอกถึงผู้ถือหุ้นผ่านจดหมายฉบับนี้ ในหัวข้อมุมมองอนาคต ซึ่ง คุณปิยะศักดิ์ บอกว่า ธุรกิจหลักของเราทั้งธุรกิจสินเชื่อ และธุรกิจนายหน้าประกันภัยยังคงจะเติบโตอย่างมีประสิทธิผลมากขึ้น
อีกทั้งยังรู้สึกตื่นเต้นกับโอกาสในระยะยาวของบริษัท โดยเราเชื่อมั่นอย่างแท้จริงว่า “เงินติดล้อ” มีพื้นฐานจากธุรกิจหลักที่ แข็งแกร่งซึ่งจะช่วยรักษาตำแหน่งผู้นำของเราในธุรกิจปัจจุบัน ในขณะเดียวกันเราพยายามหาโอกาสในการเติบโตสำหรับธุรกิจใหม่ๆ
โดยท่านผู้ถือหุ้นสามารถคาดหวังให้ธุรกิจของติดล้อ เติบโตอย่างมีคุณภาพ เสมือนที่เคยเป็นมาในอดีต ซึ่งเรายังมีความตั้งใจที่จะขยายเครือข่ายสาขาอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าอาจจะช้ากว่าที่เป็นในปี 2565 ก็ตาม
ทั้งนี้เพื่อให้มีความมั่นใจในคุณภาพของพอร์ตสินเชื่อ ติดล้อจะเริ่มเดินหน้าขยายสาขาอีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 หลังจากที่ให้เวลาผู้จัดการพื้นที่ในการปรับตัวเพื่อรองรับเครือข่ายสาขาที่ใหญ่ขึ้น ปัจจุบันได้ระบุสถานที่ตั้งของสาขาใหม่ หลายร้อยแห่งที่เชื่อว่าจะเติบโตได้ โดยมีการกำกับดูแลที่เหมาะสม เครือข่ายสาขาจะยังคงเติบโตอย่างมีประสิทธิผล
คุณปิยะศักดิ์ กล่าวปิดท้ายว่า ในฐานะผู้ดูแลเงินลงทุนของผู้ถือหุ้นหลายหมื่นราย ติดล้อให้ความสำคัญกับความมั่นคงและการรักษาเงินทุนมากกว่าการเติบโต โดยบริหารจัดการองค์กรด้วยทัศนคติที่เน้นความเป็นผู้นำและความยั่งยืนในระยะยาว
นอกจากนี้ แม้ในช่วงเวลาที่ เราไม่สามารถมองอนาคตได้อย่างชัดเจนหรือช่วงเวลาที่ธุรกิจปั่นป่วน เราเตรียมตัวเองให้พร้อมสำหรับการขยายธุรกิจโดยการลงทุนและยอมรับในความเสี่ยงที่ผ่านการคิดวิเคราะห์ เมื่อเห็นโอกาสที่เหมาะสม
“ผมยังคงรู้สึกเป็นเกียรติและมีความยินดีที่ได้ทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานที่มีมโนธรรม ความมุ่งมั่น และมีประสบการณ์ และได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมผู้บริหารของท่าน เราทราบดีว่าท่านมีทางเลือกมากมายในการเลือกผู้ที่ท่านจะสามารถไว้ใจ”
สำหรับเงินลงทุนที่หามาได้ไม่ง่าย และเราจึงรู้สึกเป็นเกียรติที่ท่านไว้วางใจเรา สุดท้ายนี้ เราหวังว่าแนวทางของเราในการทำให้บริษัทและเงินลงทุนของท่านเติบโตจะสอดคล้องกับค่านิยมและเป้าหมาย ของท่าน และท่านจะภูมิใจเหมือนกับเราภูมิใจที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ชาวเงินติดล้อ”
หุ้น
เศรษฐกิจ
การลงทุน
2 บันทึก
6
5
2
6
5
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย