Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
P สุรเชษฐ์ ฆังนิมิตร
•
ติดตาม
17 มี.ค. 2023 เวลา 19:28 • ข่าว
เราได้เห็นการสะท้อนอะไรจากเคสน้องนิ่ม มาวิเคราะห์ในมุมจิตวิทยากัน
ขออนุญาตเอาความรู้จากที่เคยเรียนจิตวิทยาพัฒนาการมาวิเคราะห์ โดยเราจะใช้ข้อมูลจากเท่าที่มีอยู่ (ผมขอใช้ข้อมูลจากมูลนิธิกระจกเงาและข้อมูลจากเพจหมอแมวน้ำเล่าเรื่อง) ในการเป็นข้อมูลประกอบครับ
“วัยรุ่นคือวัยที่ขยายและสะท้อนให้เห็นถึงวัยเด็ก”
"อย่าพึ่งรีบตัดสินอะไรตามที่ตาเห็น เพราะเราไม่รู้เบี้องหลังเขาว่าอะไรทำให้เขาแสดงพฤติกรรมนั้นออกมา" เคสของน้องนิ่ม ทำให้เราเห็นได้ชัดเจนว่าทุกอย่างมันมีที่มาที่ไป ถ้าเรามองแต่สิ่งที่เธอลงมือทำเราก็จะพบแต่ความเลวที่เธอทำ ซึ่งนั้นแระในเมื่อเธอทำลงไปแล้วเธอก็ต้องรับผล แต่จะมีสักกี่คนที่จะไม่เลือกที่จะ “ด่าทอ” ว่าทำไม่เธอถึงทำแบบนั้น ? แต่หันกลับมาตั้งคำถามว่า "ทำไมเธอจึงทำแบบนั้น ? " "อะไรส่งผลให้เธอทำสิ่งนั้นออกมา ? "
ช่วงนี้หลายๆ ท่าคงเห็นข่าวแม่วัย 17 ปี ฆ่าลูกตัวเองอายุ 8 เดือน การที่เด็กวัยรุ่นคนหนึ่งนั้นล้มเหลวในการใช้ชีวิตนั้นมันย่อมสะท้อนถึงปัญหาตั้งแต่วัยเด็ก การที่น้องยังหาความฝันไม่เจอนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะทุกอย่างไม่เอื้ออำนวยให้ชีวิตน้องเลย การหาความฝันไม่เจอนั้นดูเหมือนกับว่าจะเป็นผลลัพธ์ที่ปลายแถวซะมากกว่า เพราะอันที่จริงแล้วจิตใจของน้องนั้นได้พังทลายไปตั้งแต่ขั้นแรกๆ แล้ว
..................
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการแสดงพฤติกรรมของมนุษย์นั้นหลักๆ จะมีปัจจัยเรื่องของพันธุกรรม เช่น ยีนส์ ระบบสมอง รวมถึงปัจจัย สภาพแวดล้อม และการเลี้ยงดู หากว่าปัจจัยพันธุกรรมมีปัญหาสามารถทดแทนได้ด้วยการเลี้ยงดูที่ดี แต่ในกรณีนี้ทั้งสภาพแวดล้อม และการเลี้ยงดูไม่เหมาะสม
เพียงเท่านี้เราก็พอมองออกแล้วว่าเด็กคนนี้เมื่อโตขึ้นอาจเป็นผู้ใหญ่ที่มีปัญหา เกิดภาวะโรคทางจิตเวช เป็นเด็กกลุ่มที่มีปัญหาเรื่องพฤติกรรมและอารมณ์ เสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายได้ ซึ่งนั้นคือผลลัพธ์จาการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นหวังว่าเคสนี้จะเป็นบทเรียนให้ทุกๆ ท่านเลี้ยงดูลูกให้เหมาะสม
“เด็กเกิดมามีพื้นนิสัยติดตัว แต่สามารถทดแทนได้ด้วยการเลี้ยงดู เราต้องการให้ลูกเราเป็นคนดีมีคุณค่าต่อตัวเองและสังคม หรือต้องการให้ลูกเราเป็นภัยร้ายอันใหญ่หลวงต่อชาติพันธุ์ของเรา ส่วนหนึ่งคุณเลือกเองได้เพราะการเลี้ยงดูมีผลต่อชีวิดคนๆ หนึ่ง"
..................
ถ้าจะว่าตามทฤษฎีกลุ่มมนุษย์นิยมความต้องการ 5 ขั้นของมาสโลว์นั้น สำหรับกรณีนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลยที่น้องได้มีพฤติกรรมแบบนี้ เพราะชีวิตน้องได้ล้มเหลวตั้งแต่ขั้นที่ 2 แล้ว แล้วคาดว่าขั้นที่ 1 นั้นก็คือความพร้อมของปัจจัย 4 ก็น่าจะล้มเหลวเช่นเดียวกัน
แต่สำหรับตั้งแต่ขั้นที่ 2 นั้นเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเรื่องของ ความปลอดภัยในชีวิต การได้รับความรัก การได้รับการยอมรับจากสังคม น้องไม่ได้รับในจุดนี้อย่างที่ควรจะเป็นเลย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่น้องจะรู้สึกว่าไม่มีความฝัน ไม่มีคุณค่า อยู่ไปวันๆ อย่างไร้จุดหมาย และขาดแรงจูงใจที่จะเชื่อในความดีของชีวิต
..................
ทฤษฎีกลุ่มจิตวิเคราะห์ยังถูกพูดถึงได้เสมอ ช่วงอายุ 0 - 1 ปี เป็นช่วงที่ที่เป็นรากฐานสำคัญของเด็กมากที่สุด และเป็นรากฐานของทุกความสัมพันธ์นั้นก็คือ “ความไว้ใจ” (Trust) และช่วงอายุ 2 – 5 ปี เป็นช่วงที่เด็กกำลังสร้าง “ตัวตน” (Self) ซึ่งมันรวมไปถึงการสร้างพื้นนิสัย จนไปถึงเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนา EF ก็มีผลต่อการสร้าง Self
และนอกจากนี้ กลุ่มจิตวิทยาการเลียนแบบพฤติกรรมจากต้นแบบและจากสภาพแวดล้อมก็มีผลต่อการสร้าง Self เช่นเดียวกัน สิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กคนนี้นั้นก็คือ การสร้าง Self ไม่มีอะไรที่ดีในทางบวกเลย เด็กมีความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวที่ไม่ดี ไม่ได้รับความรักและความไว้ใจจากใครแม้กระทั้งผู้เป็นแม่ ส่วนพ่อนั้นก็มีพฤติกรรมที่รุนแรง
สิ่งที่เกิดขึ้นกับน้องนิ่มนั้นก็คือ ความรักและความไว้ใจไม่มีทำให้ไร้ที่พึ่งทางจิตใจ รวมไปถึงการมีต้นแบบที่มีความรุนแรง และสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วการสร้าง Self ที่ดีขึ้นไม่เกิดขึ้น
แต่อาจทดแทนด้วย Self ในรูปแบบที่ไม่ดีเช่น ความรุนแรง เมื่อเด็กเห็นสิ่งนี้บ่อยเด็กจะเกิดการซึมซับจนกลายเป็นความชินชาเพื่อการเยี่ยวยาหัวใจของตัวเอง ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าเด็กจะชินชาจนเห็นว่าความรุนแรงเป็นเรื่องปกติ หลังจากนั้นสิ่งนี้อาจถูกฝั่งลงไปในจิตใต้สำนึก (Subconscious) จนเป็นตัวตนและความเชื่อของเด็กโดยไม่รู้ตัว
เมื่อ Self ไม่ดีพอ แล้วถึงเวลาต้องออกไปเจอโลกภายนอกในเวลาต่อมาและเจอเรื่องไม่ดีเช่นโดนแกล้ง โดน Bully เด็กก็ย่อมที่จะหาทางออกที่ดีไม่ได้เนื่องจากไม่มีภูมิต้านที่ดี กลายเป็นว่าปัจจัยเรื่องการแกล้งจะยิ่งส่งผลกระทบต่อจิตใจเข้าไปใหญ่อีก จากเด็กไม่มีใครรักและเข้าใจในวัยเด็ก
เมื่อโตขึ้นเพื่อนที่ดีที่ดูจะสำคัญกับวัยทั้งการปรึกษาและการเรียนรู้ก็ไม่มีอีก ผลสุดท้ายเด็กจึงตกอยู่ในภาวะที่โดดเดี่ยวและไร้ที่พึ่งทางจิตใจ จิตสำนึกที่ดีจึงอาจมีพลังสู้สิ่งแย่ๆ ที่อยู่ภายในจิตใต้สำนึกไม่ได้ ทุกอย่างจึงถูกสะสมและรอวันที่จะระเบิดออกมา
..................
จากข้อมูลยังพบว่าเด็กคนนี้ถูกทารุณกรรมทางเพศ (sexual abuse) ซึ่งจะว่าไปนี้ก็อาจเป็นผลลัพธ์ในตอนวัยรุ่นที่เกิดมาจากวัยเด็ก เมื่อเด็กมีตัวตนที่ไม่ได้ดีพอมันก็จะนำพาไปสู่สังคมที่ไม่ดีหรืออยู่กับคนที่ไม่ดี จนส่งผลชักนำให้เกิดเหตุการณ์และพฤติกรรมที่ส่งผลเสียและเป็นภัยร้ายต่อชีวิต สิ่งที่น้องต้องพบเจอนั้นก็คือการมีลูกในภาวะที่ไม่พร้อม ซึ่งสุดท้ายแล้วนี้คือเหตุการณ์ชีวิตของน้องนิ่ม
และตัวน้องนิ่มอาจมีลักษณะเป็นวงจรอุบาทว์ (vicious cycle) ที่สุดท้ายตัวเองถูกทำร้ายทางจิตใจ จึงส่งต่อสิ่งนี้ไปให้ลูกของตนโดยอาจไม่ได้ตั้งใจ บางทีน้องอาจไม่ได้ตั้งใจให้ทุกอย่างออกมาเป็นแบบนี้ก็ได้ แต่เป็นเพราะน้องทำทุกอย่างได้ดีที่สุดในชีวิตของเขาแล้ว เนื่องจากทั้งชีวิตน้องแทบจะไม่เคยรับข้อมูลที่เป็นเรื่องราวดีๆ ที่เป็นเรื่องบวกในชีวิตเลย ทั้งชีวิตเจอแต่ด้านมืดแล้วจะให้น้องเอาพลังบวกมาจากไหน ?
..................
ไม่ว่าอย่างไรก็ตามน้องก็ต้องรับผลจากการกระทำของตัวเอง ซึ่งเราก็ไม่จำเป็นต้องไปซ้ำเติมเพราะยังไงน้องก็ต้องรับผิดตามโทษที่ตัวเองได้ทำ แต่สิ่งที่เราต้องกลับมามองกันก็คือ เด็กที่มีลักษณะแบบนี้มีอีกกี่คน ? เราต้องค่อยมาตามแก้ไขข้อผิดพลาดของการกระทำความผิดเนื่องมาจากผลในวัยเด็กอีกกี่คน ? และสุดท้ายสังคมเราได้สร้างคนที่เป็นพิษร้ายแบบนี้อีกกี่คน ? นี้คือสิ่งที่เราต้องมาช่วยกันแก้ไข อย่าเอาแต่ด่าอย่างกันเดียวครับเพราะไม่แทบจะไม่เกิดประโยชน์อะไรจากการด่าเลย
“ก่อนที่เราจะโจมตีสิ่งใด เราควรหันมามองก่อนว่าอะไรเป็นสิ่งที่ได้สร้างสิ่งนั้นขึ้นมา”
#เลี้ยงลุกให้ดี #แรงบันดาลใจ #ข่อคิด #จิตวิทยา #จิตวิทยาสังคม #น้องนิ่ม #น้องต่อ
ข่าวรอบโลก
เรื่องเล่า
ข่าว
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย