3 เม.ย. 2023 เวลา 01:28

เรื่อง เล่าจากความทรงจำสีจาง By Madogiwa GEAR( เกียร์ข้างหน้าต่าง)

Episode 4: 3GENs ที่เห็นใน J-DRAMA
ช่วงนี้ บรรยากาศทางการเมืองของบ้านเรา เริ่มคึกคัก ขึ้นเรื่อยๆ หลังจากการประกาศยุบสภาของท่านนายกฯ ลุงตู่ เสียงปี่เสียงกลองเหมือนดังเป็นจังหวะจะโคน ส่งสัญญาณ เหมือนจะบอกนักมวยว่า พร้อม ขึ้นชกแล้ว หลังจากซุ่มซ้อม มาอย่างยาวนาน
ผู้คน เริ่มเห็น แคมเปญ หาเสียงโฆษณาขวนเขื่อ จากพรรคต่างๆ กลยุทธการตลาด ที่หลากหลาย หลากหลายรูปแบบ ถูก ระดมออกมาเพื่อจูงใจ ให้คนมาลงคะแนนเสียง เพื่อให้ได้เข้าสภาฯ นโยบายที่หาเสียง แนวประชานิยมลดแลกแจกแถม หลากหลายเรื่อง ที่อ่านหรือฟังแล้วอาจ เคลิ้มไปกับสิ่งที่บอกเหล่านั้น
แม้ว่า บางนโยบาย ก็บอกความจริงแค่ครึ่งเดียว , บางอย่าง ดูแล้วน่าจะถอนทุนคืนเมื่อได้เข้าไป , บางเรื่องน่าจะส่อให้เกิดปัญหา ด้าน อื่นๆตามมา ,
บางเรื่องก็ให้สงสัยการแทงกั๊กโครงการ, บางเรื่องมีข้อสงสัยเรื่องงบประมาณ หรือการปฏิบัติ , บ้างก็เสี่ยงต่อการขาดวินัยการเงินการคลังของประเทศ,
บลาๆๆ
แต่เป็นที่น่าแปลกใจ ที่นโยบายฯ ส่วนใหญ่ ไม่ค่อย เอ่ยถึงการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน การสร้างจุดแข็ง กลยุทธใหม่ๆ ให้กับประเทศไทยก้าวผงาด ในเวทีระดับโลก , จะสร้างหรือ หา รายได้ ประเทศ ให้เพิ่มขึ้นอย่างไร ถ้าอนาคต การท่องเที่ยวภาคบริการ เกิดไม่บูมเหมือนตอนนี้ ฯลฯ
หนุ่มใหญ่ วัยกลางคน ศรีษะเถิกเล็กน้อย ใส่แว่นตาทรงนักบิน หันมามองผ่านหน้าต่าง ออกไปมองท้องฟ้าที่มืดมิด มีแสงไฟสลัวๆ จาก เสาไฟฟ้าที่ห่างกันเป็นหย่อมๆ คืนนี้เป็นคืนเดือนมืด เป็นคืนที่ดาวเต็มฟ้า ไม่ได้จินตนาการหน้าใคร
แต่มองเห็นดาวบนฟ้าได้ลำบากจากแสงไฟข้างถนน ได้ยินเสียงแว่วๆ มา คล้ายจิ้งหรีดกรีดกริ่งเรไร จากที่ห่างไกลพอควร เขาหันกลับมาดูทีวีอีกครั้ง เป็นจังหวะ เดียวกันกับ ที่ท่านอาจารย์และพิธีกรสาวกล่าวลาแล้ว เขาปิดทีวี แล้วนั่งลงปล่อยสายตาเลื่อนลอยไป ฝ่าไปในความมืด ระลึก ย้อนความหลังไปในอดีต ที่เคยดูละคร ซีรีย์ญี่ปุ่น
ภาพในสมองแบบขาวดำ แฟลชแบ็ค ย้อนไปอย่างรวดเร็ว ราวๆปี 2551 ที่ละครญี่ปุ่น เรื่อง Change หรือ นายกฯ มือใหม่หัวใจประชาชน ละครโทรทัศน์ที่ออกอากาศ ของสถานีโทรทัศน์ฟูจิ ที่ญี่ปุ่น ปี2551 และ ประเทศไทยทาง TPBS
นำเข้ามาออกอากาศ ช่วงเลือกตั้ง ปี2552 และ ฉายซ้ำอีกรอบ ปี2554 ไม่แน่ว่าเลือกตั้งเที่ยวนี้ อาจมีพลังงานบางอย่าง ผลักดันให้ เอามาออกอากาศอีกก็เป็นได้ !
และเรื่อง Hanzawa season2 ตอน สายการบิน Teikoku ทั้งสองเรื่อง มีเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง กับการเมือง และ
ได้ตีแผ่ การเมือง ได้ใกล้เคียงการเมืองไทย มากๆ เหมือนผู้เขียนบทอาศัยอยู่ในไทยและ เอาการเมืองไทยไปสอดแทรกในการดำเนินเรื่อง แต่ก็เห็น 3GENs หลักการบริหารงาน ทำงานในสไตล์ ญี่ปุ่น ที่ แฝงอยู่ในละคร
เริ่มกันที่ Change (นายกฯ มือใหม่ หัวใจประชาชน) ก่อน
ท้าว ความนิด พระเอก อาซาคุระ เคอิตะ เป็นลูกชายนักการเมือง หนุ่มมาดเซอร์นิดๆ อายุราวๆ 35 ปี งานอดิเรกชอบดูดาว เนื่องจากพ่อและพี่ชาย ประสบเหตุเสียชีวิต ทางพรรค จึงผลักดัน และกดดัน ให้พระเอกซึ่งเป็นครูประถมชั้นปีที่5 ต้องจำใจ ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร) แทนบิดา ในเขตจังหวัด ฟุคุโอกะ
ช่วง ที่หาเสียง คู่แข่งมีการปล่อยบทความว่าพ่อเขามีการรับสินบน ในขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีก่อนวันลงคะแนน ไม่กี่วัน ทำให้ทีมหาเสียงไม่สามารถจะทำอะไรที่จะแก้ข่าวได้ทัน (คุ้นๆ ไหม พลอตลักษณะ นี้ กับ ช่วงหาเสียงตอนนี้ 😊) สโลแกน หาเสียง “ปฏิรูปการเมือง ด้วยพลังคนรุ่นใหม่” (ตรงนี้ก็อีก 555 ไปคล้ายแนวทางพรรคหนึ่งในไทย แต่ สิ่งที่เห็น ไม่ได้แตกต่างจากในอดีตเลย !! 😅)
รวมทั้งภาพโปรโมทเป็นภาพอาซาคุระ ยืน โดยมีแขนซ้ายท้าวเอว แขนขวา ชูขึ้น
ทำมุมราวๆ 45องศา ชี้นิ้วไปข้างหน้า
( เห็นบ่อยมาก จากอดีตรมต. หรือแม้กระทั่งผู้สมัคร ที่ลงเลือกตั้ง ทั้งหลาย บางคน ที่ลงพื้นที่ชอบ ทำท่านี้ 😀)
ซึ่งจากตรงนี้ อะซาคุระซังเขาได้ พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ได้อย่างสวยงามโดยการกล่าว ถึงข่าว ดังกล่าว จากการที่คนของคู่แข่งที่แฝงตัวมาฟังปราศรัย ตะโกน แดกดัน พูดส่อเสียด โจมตี (ไทยเราช่วงหาเสียง ก็คงมีทำนองแบบนี้เหมือนกันแหละ😅😅) ระหว่าง หาเสียง และเขาต้อง ก้มศรีษะ ขอโทษ ต่อประชาชนที่ฟังการหาเสียง แถวนั้น โดยพูดว่า
“ เมื่อวานนี้ที่มีบทความเกี่ยวกับคุณพ่อผม เกี่ยวกับการรับสินบนเมื่อ18ปีก่อน …ผมคิดว่ามันน่าจะ เป็นเรื่องจริง ….
ตอนยังเด็กผมถามพ่อผมถึงเรื่องแบบนี้ คุณพ่อบอกเพียงว่าเส้นทางการเมืองมันต้องใช้เงินนะ…
แต่ว่าผมไม่อยากสอนเด็กๆ ว่า ในโลกใบนี้ มันมีความเลวร้ายที่จำเป็นในสังคมกับเราอยู่ด้วย …
“เรื่อง คุณพ่อผมทรยศทุกท่าน ในฐานะลูกชายผมต้องขอโทษด้วยครับ ขณะที่พูด เขาก้มโค้งศรีษะ อย่างนอบน้อม ศรีษะลงมาราว ๆเข่า ที่แสดงออกถึง การขอโทษอย่างสูง ด้วยความจริงใจ ให้กับผู้คน ที่ฟังการปราศรัย “
ซึ่งผลปรากฏว่า เขาได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งโดยมีคะแนนเฉือนคู่แข่งแบบหวุดหวิด
หลังจากนั้น ในพรรค ก็มีการสรรหาผู้จะเป็นนายกฯแทน โดยเลขาพรรค ที่มีอิทธิพล คัมบายาชิ ซัง กับพรรคพวก ที่ต้องการให้นายกเป็นหุ่นเชิดของเขา เพื่อจะให้เรตติ้งพรรคกลับมาดีอีกครั้ง หลังจากผลสำรวจความนิยมต่อพรรคล่าสุดต่ำกว่า
อัตรา ภาษีมูลค่าเพิ่ม เสียอีก ! (นี่ก็อีก ทำไมมันเหมือนเมืองไทยจังเลย ! ที่บางพรรค หัวหน้าพรรค หรือแคนดิเดทนายกฯ เป็นหุ่นให้เชิด!!!, เรตติ้งความนิยมต่ำกว่าอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม นี่เหมือนแทงใจดำพรรคๆ หนึ่งของไทย ตอนนี้เลยนะ !!! 😁😁)
เขาถูกเลือกให้เป็นนายกฯ ซึ่งในช่วงหาเสียงเป็นหัวหน้าพรรค เพื่อเป็นนายกฯ เขาได้พูด ประโยคเด็ดๆ ที่ประทับไว้ในความทรงจำ อย่างแนบแน่น แบบว่ามันโดน!! (เพลงมา😅 )
และน่าจะโดนใจใครหลายๆคน มากๆ ว่า
* นายกฯ ก็คือ ผู้ที่ รับภาระทำงานหนักที่สุด เพื่อแบกรับหน้าที่เพื่อประชาชน
* คนที่ก้มหัวขอคะแนนเสียง แค่ตอนหาเสียง แต่ทันที ที่ชนะการเลือกตั้งกลับทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชน ยกตัว อยู่เหนือผู้อื่นนั้นไม่ใช่นักการเมืองที่แท้จริงครับ (ของเรา จะเห็นหัว นักการเมือง ผู้สมัคร สส. แถม ชอบไหว้ขอคะแนนเสียง มือไม้อ่อน คำพูดระรื่นหูก็ช่วงนี้เหมือนกันแหละ
* คนที่ไม่สามารถสื่อสารด้วยคำพูดให้ทุกคนเข้าใจได้นั้น ไม่ใช่นักการเมืองที่แท้จริง
* คนที่เห็นประโยชน์ส่วนตนมาก่อน ประโยชน์และความสุขจองประชาชน นั้นก็ไม่ใช่นักการเมืองที่แท้จริง
* และเหนือสิ่งอื่นใด คนที่ไม่เข้าใจว่าประชาชนไม่พอใจเรื่องใดคาดหวังกับอะไร และอยากเขื่อมั่นสิ่งใด ถ้าไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้แล้ว ก็ไม่ใช่นายกฯ รัฐมนตรีที่แท้จริงครับ ….
ผมขอสัญญาว่า
"ด้วยสองตาที่เหมือนกับทุกๆ ท่าน
ผมจะมองปัญหาการเมือง ที่มีอยู่ในขณะนี้ และแก้ไขมันให้ถูกต้อง
ผมขอสัญญาว่า ด้วย สองหูที่เหมือนกับทุก ๆ ท่าน
ผมจะตั้งใจฟังเสียงจากผู้อ่อนแอในสังคม แม้มันจะแผ่วเบาสักแค่ไหนก็ตาม
ผมขอ สัญญาว่า
ด้วยสองขาที่เหมือนกับทุกท่าน ผมจะเดินเข้าไปในที่ใดก็ตามที่กำลังเกิดปัญหาโดยไม่ลังเล
ผมขอสัญญาว่า ด้วยสองมือที่เหมือนกับทุกๆ ท่าน
จะใช้มันทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยและจะชี้นำประเทศไปสู่หนทางที่ควรจะเป็น
ทุก ๆ อย่าง ของผม ,ก็เหมือนกับของทุกท่านครับ "
ผมคิดว่า เป็นเทคนิคการเล่นคำ การใช้คำซ้ำๆ ที่สร้างความประทับใจ แบบอดีตประธานาธิบดีลินคอล์น หาเสียง “ ประชาธิปไตย คือการปกครองของประชาชน โดย ประชาชน เพื่อประชาชน “
นอกจากนี้ ก็มีการพยายามที่จะให้สื่อสารให้ประชาชนเข้าใจง่าย เหมือนเป็นการแปลงคลื่น FM เป็นคลื่น AM
สร้างความเข้าถึง เข้าใจแบบง่ายๆ
เช่น ตอน Debate การเป็นหัวหน้าพรรค ออกทีวี พระเอกคิดว่าเรื่องหัวข้อ อภิปราย ประชาชนไม่น่าจะเข้าใจ
พระเอกเลย ถามคู่แข่ง ว่า “ช่วยอธิบายผม แบบอธิบาย ให้เด็ก ป.5 ฟังได้ไหมครับ “
(ไอน์สไตน์ก็เคยพูดลักษณะแบบนี้)
เล่ามานี่ไม่เห็นเกี่ยวกับ 3Gens เลย ใจเย็นๆ ครับ ท่านผู้อ่าน
ในเรื่องมีฉากที่มีการนำหลัก 3GENs ( Genba สถานที่จริง,
Genbutsu สิ่งของจริง , GenJitsu เหตุการณ์จริง)มาใช้ในการบริหารงาน หลายฉากด้วยกันครับ เช่น
* ตอนการก่อสร้าง เขื่อน แล้วมีผลต่อระบบนิเวศน์ ทำให้เกิดการระบาดของ แมงกระพรุนพิษ จนชาวประมงไม่สามารถจับปลาได้ จากการตัดสินใจในรัฐบาลก่อน ซึ่งศาลตัดสินให้ รัฐรับผิดชอบ ต้องมีการจ่ายค่าชดเชย แต่ไม่มีข้าราชการ หรือคนในรัฐบาล อยากชดใช้ ต้องการอุทธรณ์ เพราะคิดว่า ไม่น่าจะเกี่ยวข้อง กัน ระหว่างเขื่อนกับแมงกะพรุนพิษ
ทางนายกฯ ได้ให้ ทีมงาน คนสนิทลงพื้นที่จริง เป็นการทำ3GENs แล้วเอาข้อมูล ความเป็นจริง ตัวอย่างแมงกระพรุน ที่มีมาให้ดู พร้อมทั้งสอบถามผู้เชี่ยวชาญ และพิสูจน์ได้ถึงความเกี่ยวข้องกัน ระหว่างการสร้างเขื่อน กับการระบาดของ แมงกะพรุนพิษ ก่อนตัดสินใจจ่ายค่าชดเชย ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นศัตรูกับข้าราชการประจำ เนื่องจากไม่เคยมีนายกฯ คนใดทำแบบนี้มาก่อน
(เรื่องราวดูช่าง คล้ายๆ กับ การสั่งการปิดเหมือง ที่จริงถ้าตีความตามกฏหมาย เป็นการให้หยุดดำเนินการชั่วคราว ในไทย ไม่แนว่า ที่ปรึกษาหรือทีมงานของท่านนายกฯ อาจจะได้ไอเดียจาก เรื่องนี้ เพราะชาวบ้านแถวเหมือง พื้นที่หลายจังหวัด ได้รับความเดือดร้อน มาก จนมีการร้องเรียน เป็นข่าวดังออกสื่อมากมาย ในยุครัฐบาลก่อนหน้า จนคาราคาซังมายาวนาน โดนสั่งห้ามทำธุรกิจ ชั่วคราว
ส่วนการกลับมาอนุญาต ให้ เปิดเหมืองใหม่ น่าจะเป็นเพราะ พรบ. เหมืองแร่ ฉบับใหม่ออกมา และ คงมีการแก้ไขข้อบกพร่องรวมถึง มีมาตรการที่ชัดเจน ในการรองรับผลกระทบ ต่างๆ ทั้งต่อสุขภาพ ชาวบ้านและสิ่งแวดล้อม
แต่น่าแปลกใจว่าทำไมนักการเมืองหรือรัฐบาล หน่วยงาน รวมถึงสส. ในพื้นที่ ที่เกี่ยวข้อง ในยุคโน้น ถึงได้อนุญาต หรือผลักดัน ให้ เหมืองแร่ตั้งอยู่ใกล้ชุมชน แหล่งน้ำ รวมทั้งมีการออก กฏหมายบางฉบับที่อาจเอื้อประโยชน์ ต่อต้นทุนในการผลิตของการทำเหมือง ฯลฯ จนส่งผลกระทบคาราคาซังมายาวนาน ,
เรื่องการตัดสินใจเกี่ยวกับโควิค ที่ระบาดใน2-3ปีที่ผ่านมา ที่นายกฯ เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ มาให้คำแนะนำ วิธีการแบบนี้ เป็นวิธีการที่ป๋าเปรมรัฐบุรุษ ชอบใช้ ในการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ ช่วง วิกฤติเศรษฐกิจที่ไทยเราต้องเข้า IMF ครั้งแรก ) การตัดสินใจที่ไม่ใช่ใช้ข้อสันนิษฐานแบบคิดเอาเอง หรือใช้ความรู้สึกในการตัดสิน แต่ต้องใช้ข้อเท็จจริง (Fact) +3GENs
* ภูเขาไฟ ปะทุ ทำให้เกิดเถ้าฝุ่นจากภูเขาไฟ ปกคลุมไร่กะหล่ำปลีของชาวบ้าน กะหล่ำปลีขายไม่ได้ เพราะคนซื้อกังวล เกี่ยวกับความปลอดภัย ของกะหล่ำปลีชาวไร่รวมตัวกันมาร้องเรียน ท่านนายกฯ แต่ไม่มีข้าราชการหรือรัฐมนตรีคนไหนออกมารับเรื่องนอกจากเลขาส่วนตัวของ นายกฯ
เมื่อทราบเรื่อง และสอบถามผู้รู้แล้ว สิ่งที่นายกฯ อาซาคุระ ทำคือลงไปพื้นที่ที่เกิดเหตุ (GENBA)แล้วเอากะหล่ำปลี ที่มีฝุ่นจากภูเขาไฟ ติด อยู่แถวนั้น ล้างน้ำ (GENBUTSU , GENJITSU )จากนั้นก็ทาน รวมทั้งใช้เป็นส่วนประกอบอาหาร อื่นๆ พร้อมออกอากาศ Live สด ทางทีวี เพื่อเรียกความมั่นใจของผู้บริโภค กลับมา ( สถานการณ์ แบบนี้มันช่างคุ้นจัง😅😅)
* การแก้ไขปัญหา เกิดภัยพิบัติทางธรรมขาติ พายุไต้ฝุ่น เข้ามา ในจังหวัดซิสุโอกะ ทำให้บ้านเรือนได้รับความเสียหาย ไม่ต่ำกว่า10หลัง และกว่า10,000ครัวเรือน ไม่มีไฟฟ้าใช้ ที่มีการจัดการอย่างรวดเร็ว โดยตัวนายกฯลงพื้นที่เกิดเหตุ ทันทีหลังจากทราบเหตุ ทั้งๆที่เป็นวันหยุดพักผ่อน
แล้วสั่งการอำนวยการ เช่น ให้หาไฟฉาย วิทยุ ฯลฯ ยิ่งเมื่อเจ้าหน้าที่บอกว่า ในตอนนี้มีจำนวนไม่พอ แจก ท่านนายกฯ จึงได้สั่งให้ดำเนินการ จัดการ รวบรวมจากร้านค้าที่อยอยู่นอกพื้นที่ ที่เจอพายุ มาก่อน “
“การทำให้ผู้ประสบภัยรู้สึก ปลอดภัยต้องมาก่อน” เป็นคำพูดที่ฟังแล้ว รู้สึกดีมากเลย (ตรงนี้เห็นความแตกต่าง ได้ชัดมากในเรื่องการบริหารจัดการโดยใช้หลักของ 3GENs ในช่วงที่ประเทศ เราเจออภิมหาอุทกภัย )
* การขาดแคลนกุมารแพทย์ มีการขอเพิ่มงบประมาณแทรก( แบบว่า สอดไส้น่ะ) ขึ้นมา ในการสร้างสาธารณูปโภค เพื่อสร้างคะแนนนิยม ให้ สส. ในพื้นที่ ของพรรค แต่ท่านนายกฯ อาซาคุระได้ฟังเรื่อง การหา รพ. ไม่ได้ ทั้งที่เด็กเป็นนิวมอเนีย(ปอดบวม) อาการหนัก ถูกปฏิเสธ การเข้ารับการรักษาตัวถึง 7 โรงพยาบาล จนเกิดการติดเชื้อในช่องท้อง สุดท้ายก็เสียชีวิตแม้จะได้เข้า รับการรักษา ใน โรงพยาบาลที่8 เพราะ แต่ละโรงพยาบาล ขาดแคลน กุมารแพทย์
เนื่องจากกุมารแพทย์ ทำงานหนัก กว่า แต่เงินเดือนไม่ต่างจากหมอสายอื่นมากนัก เลยเกิดการลาออกไปเป็นจำนวนมาก ทำให้ภาระการดูแลตกอยู่กับหมอที่เหลือ แต่สุดท้ายหมอที่เหลือ ก็จะทยอย ลาออกไปเหมือนกัน แถมคนที่จะสอบเข้าแพทย์ ก็เลือก เรียนสาขานี้น้อยลงด้วย
(คงคล้ายๆ บ้านเรา ที่เดี๋ยวนี้จบออกมาทางศัลยกรรม ความงามมากขึ้นเรื่อยๆ) ท่านนายกฯ ไปเยี่ยมเด็กที่ป่วย ทำให้รู้ถึง ปัญหาที่แท้จริง ถึง ปัญหาการขาดแคลนกุมารแพทย์ จากผู้อำนวยการโรงพยาบาลด้วยตัวเอง
ทำให้ตัดสินใจคิดจะปรับโยกงบประมาณที่สอดไส้เข้ามากลางคัน โดยจัดลำดับใหม่ ที่เน้น การขาด กุมารแพทย์ก่อน “เราไม่ควรเอาเงินภาษี จากประชาชนมาใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย หรือเปล่าประโยชน์ นะ”
ผู้ดูแลเรื่องงบประมาณที่กำลัง ท้อใจ จากที่หน่วยงานต่างๆ ไม่ยอมปรับงบ จนท่านนายก ฯได้พูด” อย่าพูดว่าทำไม่ได้ โดยยังไม่ลองทำซิครับ”
การขาดกุมารแพทย์เป็นเรื่องสำคัญนะครับ ถ้าเราไม่ทำ ตอนนี้เราจะปกป้อง ชีวิตเด็กๆ ที่เป็นอนาคตของประเทศ จำนวนมากไม่ได้นะครับ ให้ได้ยิน
ซึ่งร่าง งบฯ ที่ทบทวนถูกต่อต้าน จากเลขาพรรค ที่ชักใยอยู่เบื้องหลัง แม้สุดท้ายนายกฯ จะใช้อำนาจนายกฯ รวมทั้งโชว์พาวเวอร์ และล็อบบี้ สส ในพรรคตัวเอง , ผู้นำฝ่ายค้าน ให้มองผลประโยชน์ของประชาชน เป็นสำคัญ ไม่ใช่เพื่อพรรค หรือ กลุ่มการเมืองใดๆ (อยากเห็น นักการเมืองไทย เราน่าจะเป็นอย่างนี้จัง!!) ในการผลักดันงบฯ แต่ก็ไม่สำเร็จ แพ้โหวตในสภา เลขาฯ รมต และพรรค ในเรื่อง ช่างคล้ายใครบางคนในประเทศหนึ่ง ที่ช่วงอภิปราย ไม่ไว้วางใจชอบออกข่าวกดดันนายกฯ จังเลย!!
(คิดว่า ไทยเราโชคดี มากๆ ที่มีในหลวง ทั้ง รัชกาลก่อน และในรัชกาลปัจจุบัน ที่พระองค์ท่านทรงเล็งเห็น การณ์ไกล ทรงเห็นถึง การขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ , โรงพยาบาล จึงได้ทรงส่งเสริมสนับสนุน ด้านต่างๆ ตลอดมา อย่างยาวนาน โดยเฉพาะในหลวง องค์ปัจจุบันที่พระองค์ท่านได้ดำเนินการ แบบปิดทองหลังพระ ตั้งแต่ยังทรงเป็นองค์สมเด็จพระยุพราช )
ในตอนสุดท้าย นายกฯ อาซาคุระ ออกอากาศ กล่าวขอโทษประชาชน และประกาศยุบสภา เพื่อแสดงความรับผิดชอบทางการรเมือง โดยจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ รวมทั้งเหมือนเป็นการดัดหลังเลขาพรรคคัมบายาขิซัง เนื่องจาก เลขาตณะรัฐมนตรี และเลขาฯพรรค คัมบายาชิซัง ได้ให้สื่อมวลชนแฉ การทุจริตรับสินบน ที่เกิดขึ้น เมื่อหลายสิบปีก่อนของคนในพรรค และ เป็นรัฐมนตรี ในสมัยของนายกอาซาคุระ อยู่!! เพื่อต้องการบีบให้นายกฯลาออกเพื่อตัวคัมบายาชิซัง จะได้เป็นนายกฯ เองเพราะกุมเสียง ส.ส ในพรรค กว่า2ใน3
ภาพในอดีตย้อนมาถึงช่วงนี้
ชายวัยกลางคน รู้สึกเปลือกตาหนักอึ้ง ขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายส่งสัญญาณ ต้องการพักผ่อน มีอาการเก็บทรงไม่อยู่ ทำไมมันง่วงอย่างนี้ พึ่งเขียนได้ ไม่เท่าไร นึกต่อไม่ไหว เขาค่อยๆ ล้มตัวลงนอน คอพับ หลับไม่รู้เรื่องเลย ว่ายังไม่ได้ถอดแว่นตา กับลืมปิดไฟ
ส่วน Hanzawa หลายคนคงจะคุ้นเคย คำพูด ที่สร้างความโด่งดังให้กับเรื่องนี้
“หากถูกกระทำ ต้องเอาคืนเป็นสองเท่า !!!”
Yararetara Yarikaesu
Baigaeshida!!!
やられたらやり返す 倍返しだ!!!
นั้นก็มีให้เห็นเช่นกัน แตกะว่าจะเอาไปเขียนในตอนหน้า
โปรดติดตามตอนต่อไป つづく
Cr: ภาพจากปกหนังสือชื่อ Change นายกมือใหม่หัวใจประชาชน ผู้เขียนและแปลโดย
คุณต่อพงษ์ เศวตามร์
โฆษณา