5 เม.ย. 2023 เวลา 11:30 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

“AI ควรหยุดพัฒนาก่อน !”

เมื่อ Elon Musk และผู้นำวงการเทค เรียกร้องให้หยุดพัฒนา AI ก่อนจะสายเกินไป
จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อผู้นำวงการเทคต่างออกมาเรียกร้องให้หยุดการทดลองและพัฒนา AI ที่ฉลาดยิ่งกว่า GPT-4 เป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน ผู้นำเหล่านี้รู้อะไร และมีเหตุผลใดที่ต้องออกมาเรียกร้องขนาดนี้ วันนี้ เราจะมารวบรัดถึงเหตุการณ์ในปัจจุบันกันครับ
📌 ความกังวลของผู้นำ Tech รายใหญ่
เหตุเกิดเมื่อ Elon Musk CEO ของ Tesla และ Twitter, Steve Wozniak ผู้ร่วมก่อตั้ง Apple และ Andrew Yang ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2020 กลายเป็น 1 ในผู้ลงนามกว่า 1,000 คนในจดหมายปิดผนึกที่ระบุว่าหากเราพัฒนาระบบ AI อย่างรวดเร็วต่อไป อาจจะทำให้เกิด "ความเสี่ยงต่อสังคมและมนุษยชาติอย่างลึกซึ้ง"
จดหมายนี้ถูกเผยแพร่โดยองค์กรไม่แสวงหากำไร Future of Life Institute ที่ถูกสนับสนุนโดย Elon Musk และถูกเผยแพร่หลังจาก OpenAI มีการประกาศเปิดตัว GPT-4 เพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น
GPT-4 เป็นการพัฒนาแชทบอท AI ต่อเนื่องมาจาก ChatGPT ให้มีความฉลาดและทรงพลังมากยิ่งขึ้น โดยก่อนที่จะประกาศเปิดตัว เจ้าแชทบอท GPT-4 นี้ก็มีการทดสอบในเวอร์ชั่น Demo สำหรับบริษัทแล้ว และมีความฉลาดจนถึงขั้นที่สามารถสร้างเว็บไซต์ที่ใช้ได้จริง จากภาพสเก็ตมือเพียงภาพเดียวเท่านั้น
เนื้อความในจดหมายกล่าวว่า เราควรหยุดการพัฒนา AI ที่มีประสิทธิภาพกว่า GPT-4 ไปก่อน และนอกจากนี้ เหล่าผู้เชี่ยวชาญที่พัฒนา AI ก็ควรที่จะใช้ช่วงเวลาที่หยุดพัฒนานี้มาร่วมกันพัฒนาเรื่องความปลอดภัยในการใช้ AI ด้วย
📌 เหตุผลที่ทำให้ Elon Musk เป็นตัวตั้งตัวตีในการเรียกร้องครั้งนี้
แม้ว่าในจดหมาย จะแจ้งว่า Elon Musk กังวลเรื่องความปลอดภัยที่อาจเกิดปัญหาขึ้น หากระบบ AI ที่พัฒนามีความฉลาดเกินไป แต่เหตุผลที่แท้จริงอาจจะเป็นเรื่องอื่น
ซึ่งจริงๆ แล้ว Elon Musk เองก็เป็น 1 ในผู้ก่อตั้ง OpenAI ร่วมกับ CEO คนปัจจุบันอย่าง Sam Altman ในปี 2015 โดยมีจุดยืนในช่วงเริ่มแรกในการเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกําไร ก่อนที่จะมีปัญหากับ Altman และแยกตัวออกมาในที่สุด
Elon Musk เดินออกมาจาก OpenAI และผิดสัญญาที่เคยให้กับบริษัทว่าจะบริจาคเงินกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ โดยเขาบริจาคให้เพียง 100 ล้านดอลลาร์เท่านั้น ทำให้ OpenAI จำเป็นต้องกลายเป็นบริษัทเอกชนเพื่อทำการระดมทุนในการวิจัยต่อไป
📌 อีกเหตุผลที่ทำให้ Elon Musk แยกออกมาคือการพัฒนา AI ที่ Tesla
เป็นที่รู้กันว่า Tesla นั้นต้องการระบบ AI ขั้นสูงสำหรับระบบขับขี่ด้วยตัวเอง และ OpenAI ก็กลายเป็นคู่แข่งของ Tesla แบบกลายๆ
แต่ปัญหาคือ AI ของ Tesla ไม่ได้มีความฉลาดใกล้เคียงกับ OpenAI เลย และในระหว่างที่เขาพูดถึงปัญหา AI ที่ทำให้เกิดความเสี่ยงกับมนุษยชาติ เขาก็ยังคงเดินหน้าพัฒนาระบบ Tesla Full Self-Driving ต่อไป
เพราะฉะนั้น ปัญหาเรื่องความปลอดภัยกับมวลมนุษยชาติ อาจไม่ใช่เหตุผลหลักที่ทำให้เขาเรียกร้องการหยุดพัฒนา AI
เมื่อเราลองมองมุมกลับ ก็สามารถเดาได้ว่าหากการเรียกร้องของเขาประสบความสำเร็จ ระบบ AI ของ Tesla ก็มีโอกาสตามทัน OpenAI ที่เป็นคู่แข่งได้เช่นกัน
📌 แล้วการหยุดพัฒนา AI เป็นเรื่องที่จำเป็นจริงๆ หรือไม่ ?
หากเราลองไปอ่านในจดหมายปิดผนึก จะเห็นได้ว่าข้อความในจดหมายมีการใช้ภาษาที่มีโทนเสียงไปทาง Dramatic (เร้าอารมณ์ ให้คนอ่านรู้สึกอินตาม) และในสถานการณ์ปัจจุบันก็ยังไม่เข้าใกล้กับการสูญเสียอารยธรรมให้กับ AI อย่างที่เป็นกังวลกัน แต่ก็มีการรายงานจากหลายสื่อว่า “เทคโนโลยี AI ก่อให้เกิดปัญหากับมนุษย์เพียงเล็กน้อย”
นอกจากนี้ OpenAI และห้องปฏิบัติการ AI หลายแห่งก็ยังมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม การหยุดพัฒนาระบบชั่วคราว จึงอาจส่งผลเสียมากกว่าดี
อย่างไรก็ตาม ในจดหมายยังมีคำแนะนำที่ดีมากๆ คือให้มีการ “ตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญอิสระ” ที่เปิดโอกาสให้ใครก็สามารถเข้ามาตรวจสอบความปลอดภัยของระบบ AI นั้นได้ โดยไม่ใช่ภายในทีมงานที่พัฒนา AI เท่านั้น
และสุดท้าย เราจะเห็นได้ว่าบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ยักษ์ของโลกอย่าง Google และ Microsoft ก็มีการทุ่มเงินลงทุนหลายพันล้านไปกับพัฒนา AI สำหรับผลิตภัณฑ์ของตัวเอง และบริษัทอื่นๆ ก็ยังคงเดินหน้าพัฒนา AI ต่อไป จึงไม่น่าเป็นไปได้ที่จดหมายฉบับนี้จะส่งผลให้การพัฒนา AI หยุดชะงัก
📌 AI จะยังคงก้าวต่อไป
ด้วยข่าวการลงทุนเงินในการวิจัยและพัฒนา AI สำหรับผลิตภัณฑ์ของตัวเองจากหลายบริษัทยักษ์ใหญ่ ทำให้แนวโน้มของ AI ในอนาคตจะยังคงเดินหน้าต่อไป ไม่ว่าจะมีกระแสต่อต้านก็ตาม
แต่การเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัย เพื่อลดความอันตรายจากระบบ AI ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจเช่นกัน ไม่แน่ว่าหากเหล่านักพัฒนาสามารถสร้างความปลอดภัยในระบบ AI และสามารถทำให้มนุษย์เชื่อมั่นในระบบ AI ได้ เราคงได้เห็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของวงการ AI เลยทีเดียว
#การลงทุน #หุ้น #นักลงทุน #AI #ปัญญาประดิษฐ์ #ElonMusk #OpenAI #ChatGPT
#SkillLane #เรียนออนไลน์ #เรียนออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา
โฆษณา