7 เม.ย. 2023 เวลา 15:15 • หนังสือ

การร่วมวงของเหล่าสามพี่น้องร่วมสาบาน และผลงานชิ้นแรก

ยุคสมัยที่ขันทีเข้ามามีส่วนในการปกครองบริหารบ้านเมือง
มีการเรียกสินบาท คาดสินบนกับบรรดาขุนนางข้าราชการ ตั้งแต่ระดับสูงจนไปถึงรากหญ้า
ส่งความเดือดร้อนไปทั่วแผ่นดิน
ความเดือดร้อนนี้ไปจนถึงครอบครัวแห่งหนึ่งที่มีบุตรชายสามพี่น้อง เตียวก๊ก เตียวเหลียง เตียวโป๊
ด้วยชื่อเสียงการช่วยเหลือรักษาผู้คนของเตียวก๊ก บุตรคนโต จึงเกิดมิจฉาฐิติในตัวเอง เขาจึงรวบรวมซ่องสุมกำลังผู้คนเป็นจำนวนมากออกปล้นชาวบ้านสร้างความเดือดร้อนวุ่นวายไปทั่ว
การซ่องสุมกำลังรวมตัวกันของเหล่าโจร ได้ใช้ผ้าเหลืองโพกศรีษะเป็นสัญลักษณ์ หรือที่เรียกกันว่า โจรโพกผ้าเหลือง (Yellow Turban Rebellion)
ความเดือดร้อนวุ่นวายจากโจรโพกผ้าเหลืองนี้ได้เป็นข่าวไปจนถึงราชสำนัก
ด้วยจำนวนโจรโพกผ้าเหลืองที่มีจำนวนมาก แต่กำลังทหารจากทางส่วนกลางไม่ได้มีมากพอที่จะรับมือกับเหล่าโจร
พระเจ้าเล้นเต้ จึงได้ออกคำสั่งให้นายพลโฮจิ๋นประกาศหาผู้กล้า อาสาสมัครเพื่อที่จะมาปราบโจรโพกผ้าเหลือง
ณ บริเวณป้ายติดประกาศในเมืองตุ้นก้วน ชายคนหนึ่งสูงหกศอก หูยาวถึงบ่า มือยาวถึงเข่า ผิวหน้าขาวดั่งหยก ริมฝีปากแดงสด มาจากบ้านที่มีอาชีพทอเสื่อขายเพื่อเลี้ยงชีพ อยู่กับมารดา กำพร้าพ่อ ชายผู้ที่มีภูมิหลังเป็นรัชทายาทตกอับ คนเข็นใจไร้ทรัพย์ กำลังยืนอ่านป้ายประกาศจากทางการ
ที่มา Shutterstock.com
และเวลานั้น ก็พบชายคนหนึ่งอายุวัยสิบเก้าปี หน้ากลมๆ มีหยวดเครา เสียงห้าวๆดังเสือกล่าวว่า "บ้านเมืองวุ่นวาย เกิดเป็นชายทั้งที มายืนทอดหายใจอะไรอยู่"
ทั้งสองคนเลยได้ชวนกันไปพูดคุยที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่ง
"ข้าชื่อปี่ นามสามัญว่าหยวนเต้ แซ่เล่าอันเป็นราชตระกูล หรือเล่า-หยวนเต้-ปี่ (Liu Bei) มีความคิดที่จะปราบโจรผ้าเหลืองเพื่อที่จะช่วยเหลือบ้านเมือง ติดอยู่ที่ว่าเป็นคนเข็นใจไร้ทรัพย์ ที่บ้านก็มีอาชีพเพียงทอเสื่อขายเลี้ยงชีพ"
"ข้าชื่อหุย แซ่เตียว เรียกมาแต่น้อยว่าอิเต้ หรือ เตียว-อิเต้-หุย (Zhang Fei) ในข้อที่ไร้ทรัพย์นั้นอย่าได้กังวลเลย ที่บ้านเป็นเจ้าสัวขายเนื้อหมู และสุรา มีที่ดินมากมาย มีความชอบใจคบหาคนมีความรู้และปัญญา"
ขณะที่เล่าปี่และเตียวหุยสนธนากันนั้น ก็ได้มีอาคันตุกะลงมาจากเกวียน ชายรูปร่างสูงใหญ่คนหนึ่ง ผิวหน้าแดงเหมือนดั่งสีพุทราสุก ปากแดงสุกคิ้วงามดั่งไหม หนวดดำทอดยาวลงถึงศอก เดินเข้ามา เร่งเร้าพนักงานร้านให้รินสุรามาให้ตน เนื่องด้วยตนก็รีบเข้าเมืองเพื่ออาสาสมัครเป็นทหาร
เล่าปี่เห็นจึงเดินไปชักชวนอาคันตุกะผู้มาใหม่ว่า เขาและเตียวหุยผู้นั่งอยู่โน่นอีกคน กำลังปรึกษาหารือกันจะเข้าไปอาสา เชิญท่านเข้ามาสนธนาก่อนเป็นไร
ที่มา Shutterstock.com
อาคันตุกะผู้มาใหม่ แนะนำตัวกับเล่าปี่และเตียวหุย ตัวแซ่กวน ชื่ออู นามสามัญหยุนฉาง หรือ กวน-หยุนฉาง-อู (Guan Yu)
แม้เป็นเพียงการสนธนาปราศัยในช่วงเวลาอันสั้น แต่เหมือนมีวาสนามาแต่หนหลัง
เตียวหุยผู้เป็นเจ้าสัว ได้เชิญเล่าปี่และกวนอูมาที่บ้านของตน จัดเลี้ยง อาหาร และเชิญชาวบ้านละแวกนั้นประมาณสามร้อยคนมากินโต๊ะเป็นพยาน
ครั้นแล้วก็เอาเครื่องเซ่น จุดธูปเทียนบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เทพยดา สาบานกัน
"ข้าพเจ้า เล่าปี่ กวนอู และเตียวหุย วันนี้ได้พบกัน จะตั้งสัตย์สบถเป็นพี่น้องร่วมท้องกัน ตั้งใจจะทำนุบำรุงแผ่นดินให้อยู่เย็นเป็นสุข แม้ไม่ได้เกิดวันเดียวกัน แต่จะขอตายวันเดียวกัน"
ทั้งสามร่วมสาบานเป็นพี่น้องกันโดยมี่เล่าปี่ที่อายุยี่สิบแปดปีเป็นพี่ใหญ่ กวนอูเป็นน้องรอง และเตียวหุยเป็นน้องสาม"
สามพี่น้องรวบรวมกำลังพลได้ห้าร้อยคน เข้ารบกับเหล่าโจรโพกผ้าเหลืองห้าหมื่นคนที่เข้ามาปล้นเมืองตุ้นก้วน
หัวหน้าโจรผ้าเหลืองคิดว่า การรับมือกับทหารเพียงห้าร้อยคนคงเป็นงานง่ายๆหมูๆ
แต่ด้วยฝีมือการรบอันมีมากของสามพี่น้อง ศรีษะของหัวหน้าโจรโพกผ้าเหลืองจึงเป็นที่ลับคมง้าวคมทวนของกวนอูและเตียวหุย เหล่าโจรโพกผ้าเหลืองที่บุกมายังเมืองตุ้นกวนก็แตกกระเจิงไป
หลังปราบโจรโพกผ้าเหลืองเสร็จแล้ว เหล่าบรรดาแม่ทัพจากเมืองหลวงที่มีตำแหน่งในทางราชการ ต่างก็ได้รับปูนบำเหน็จเลื่อนขั้นเลื่อนตำแต่ง ได้ไปเป็นเจ้าเมืองใหญ่เมืองน้อยกันไป
แต่เล่าปี่ผู้ไม่ได้มีตำแหน่งอันใดในราชการ ก็หาได้มีปูนบำเหน็จอันใดแก่การปราบโจรผ้าโพกผ้าเหลืองครั้งนี้
ผ่านมาหลายเดือนก็ได้มีขุนนางผู้ใหญ่ใจยุติธรรมได้เสนอปูนบำเหน็จให้แก่เล่าปี่ที่ได้ทำคุณงามความดี และได้รับตำแหน่งในทางราชการให้ไปเป็นเจ้าเมืองห้ออันก้วน เมืองเล็กๆที่ปราศจากความสำคัญอันใด
นับเป็นบันไดขั้นแรกของเล่าปี่จากชาวบ้านที่มีอาชีพทอเสื่อขายเลี้ยงชีพ สู่การก้าวไปเป็นจอมพลผู้ยิ่งใหญ่แห่งจ๊กก๊กของเรื่องสามก๊กต่อไป
#สามก๊ก
#romanceofthethreekingdom
#สามก๊กแบบชาวบ้าน
#เรื่องเก่าเล่าใหม่
โฆษณา