Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ศาสตร์แห่งเวท
•
ติดตาม
17 เม.ย. 2023 เวลา 14:48 • นิยาย เรื่องสั้น
EP 5 : มิตรหรือศัตรู
วายุไขประตูห้องเข้าไป ทั้งที่มีแสงแดดยามสายส่องเข้ามากลิ่นอับก็ยังมีอยู่เช่นเดิม เขาเดินตรงไปที่หน้าต่าง ผ้ายันต์ยังคงอยู่เช่นเดิม เขาคิดซ้ำไปซ้ำมาว่าจะช่วยร่างสาวนี้ได้อย่างไร นึกขึ้นมาได้ว่า เขาไปสักยันต์เหล็กไหลมาแล้ว ลองดูไม่เสียหาย แล้วเขาก็นั่งขัดสมาธิ เพ่งจิตอย่างที่หลวงปู่สอน กายของเขาร้อนไปทั้งร่าง เหมือนจะระเบิดแตกเป็นเสี่ยง รอบกายเป็นสีแดงชาดไปทั่ว แต่ที่แขนซ้ายเกิดแสงสีทองบริเวณที่สักยันต์ เขาเอามือจับไปที่แขนซ้าย
ทันใดนั้นเหล็กไหลที่อยู่ในร่างก็รวมตัวกลายเป็น...ตรีเพชร... แล้วเขาก็ดึงมันออกมาจากร่าง นี้คงเป็นผลของการสักยันต์ของชายชราเป็นแน่แท้ ตอนนี้เขารู้สึกถึงพลังในกายมีกำลังมหาศาล ไหลพาดผ่าน เขากระโดดขึ้น เงื้อมมือที่จับตรีเพชรแล้วปักลงไปบนผ้ายันต์อย่างสุดแรง พลันแสงวาบ!!ปรากฏ ผ้ายันต์ไหม้สลายหายไป เขาดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่สามารถทำตามอย่างที่บอกไว้กับร่างสาวนั้นได้ เพื่อปลดปล่อยเธอ เขาหันกลับมามองลงมาแล้วก็ต้องตกใจสุดขีด
ร่างของเขานั่งสมาธิอยู่ท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แล้วไอ้ที่ลอยอยู่นี้คืออะไร ยังไม่ทันจะคิดอะไรต่อ ก็ได้ยินเสียงของหญิงสาว
"ขอบคุณท่านมาก ที่ช่วยปล่อยข้า"ที่แท้ต้นเสียงนั้นคือ ร่างสาวที่เขาพบเมื่อคืนก่อน
"เอาเจ้าพูดได้ด้วยหรือ ครั้งเมื่อวันก่อนไม่เห็นพูดกับข้าเลย ได้แต่ชี้"
"วันก่อนท่านอยู่ในโลกของท่าน ข้าอยู่ในโลกของข้า แต่ตอนนี้เราอยู่ในโลกเดียวกันแล้ว" เขานึกถึงสิ่งที่หลวงปู่สอนเรื่อง กายทิพย์ว่ามันจะเป็นอีกโลก ว่าแต่แล้วจะกลับเข้าร่างได้อย่างไร
"ท่านกลับเข้าร่างได้ เพียงแค่ท่านตั้งจิตให้มั่น" เสียงของหญิงสาวตอบมา เขาตกใจเพราะเขาแค่คิดยังไม่ได้พูด หญิงสาวรู้ได้อย่างไร
"ฮ่า ๆ ๆ ๆ" ร่างนั้นหัวเราะ "เพียงท่านคิดข้าก็ได้ยิน" เขาตั้งสมาธิอีกครั้ง พลันร่างก็ขยับ แล้วความเจ็บไปครอบคลุมร่างไปทั้งตัว เขามองไปไม่เห็นร่างหญิงอีกแล้ว คงได้ไปเกิดในภพภูมิที่ดีแล้ว
"เปิดประตู" เสียงเรียกเป็นเสียงของปราง พร้อมทุบประตูเสียงดัง..ปังๆ เขาได้ยินแว่วๆ ก็ลุกขึ้น
"นายนี้ยังไงปล่อยให้ฉันคอยตั้งนาน แอบมาหลับสะงั้น" ปรางไม่ได้เข้าไปในห้อง ได้แต่เหลือบมองเข้าไปในห้อง เพราะรู้ว่าห้องนี้เกิดอะไรขึ้น
"มันจบแล้ว ตอนนี้เราหิวมากเลย ไปหาอะไรกินกันนะ" เขาชวนปราง เพราะไม่อยากคุยอะไรเรื่องนี้อีก เขาเอื้อมมือไปด้านหลังดึงประตูห้อง เขาขยับตัวมาด้านหน้าเล็กน้อยเพื่อปิดประตูให้สนิท ลมเบา ๆ ได้พัดผ่านร่างเขากระทบใบหน้าของปราง กลิ่นผิวกายได้ตรึงปรางชั่วครู่ ตาเหลือบขึ้นไปมองหน้าเขา
"เป็นอะไร ไม่หิวหรือ" คำพูดที่หยุดอาการภวังค์ของปรางลง
"อือ..หิวสิ"เสียงแหบพร่าในลำคอปราง เหมือนน้ำที่แห้งลำธาร
ระหว่างขากลับจากที่กินข้าวแล้ว เขาสังเกตว่าเหมือนมีใครขับรถตามมาแต่ไม่ได้บอกปราง เขาให้ปรางจอดแถวหน้าวัดมหาธาตุ แล้วรีบลงจากรถ บอกเพียงแค่ให้ปรางกลับบ้านเท่านั้นเพราะกว่าจะถึงบ้านคงเย็นมากแล้ว เขาลงจากรถ เดินลัดเลาะตามริมรั่วกำแพงอย่างรวดเร็ว หายไปด้านหลังปรางค์วัด บรรยากาศช่วงตะวันใกล้ตกดินในหน้าหนาวช่วยอำพรางได้เป็นอย่างดี
"ว่ะ หายไปได้ยังไง " เสียงสบถเบา ๆ ของเจ้าของเสียง แสดงอาการหงุดหงิดที่คลาดกับเป้าหมายที่ตามอยู่ ทั้งที่ตามมาตลอด
"ตามใครอยู่หรือ พี่ชาย" วายุตะโกนออกมาจากทางด้านหลัง ชายแปลกหน้าหันกลับไปอย่างรวดเร็ว
"มีอะไรให้ผมรับใช้คราบ..." ยังไม่ทันที่ชายคนนั้นจะตอบ เขาก็กลายร่างเป็นเสือสมิง ขาวโพลน ขนาดสูงใหญ่กว่าเสือทั่วไป มันเริ่มแยกเขี้ยว แล้วส่งเสียงคำราม กลิ่นสาบเสือคลุ้งไปทั่วทั้งบริเวณนั้น เขายืนตะลึงไปชั่วครู่ พลันนึกในใจ เอาอีกแล้วหรือ มันเรื่องอะไรกัน
ทันใดนั้น เสือสมิงก็กระโดดตรงมาที่เขาพร้อมตะปบกรงเล็บเข้ามา ด้วยสัญชาตญาณเขารีบยกมือทั้ง 2 ขึ้นแล้วกระโดดถอยหลังหลบมา แต่ก็ไม่พ้นระยะ รอยเล็บเสือลากเป็นทางยาวที่แขนซ้าย พร้อมเลือดที่ค่อย ๆ ซึมออกมา ขนาดเฉียดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ในเวลาไม่กี่อึดใจ ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น เลือดค่อยๆ หยุดไหล รอยแผลที่แขนหายไป เขายิ้มที่มุมปาก ยันต์คงกระพันชาตรีของชายชราเริ่มทำงานแล้ว
"สนุกละทีนี้" เขาเริ่มต่อสู้อีกครั้ง โดยที่ร่างกายของเขาไม่ได้รับอันตรายเลยแม้แต่น้อย ผ่านไปสักพัก เขาเริ่มคิดว่าหากสู้ไปเช่นนี้คงไม่ดีแน่ เขาเพ่งมองไปที่เสือสมิง มองทุกอากัปกิริยาการเคลื่อนไหวต่าง ๆ สัมผัสถึงการต่อสู้ต่างๆ เขาเพ่ง...เตโชกสิณ...ไปที่ร่างของเสือสมิง ทันใดเกิดดวงไฟ แผดเผาเสือสมิงจนมอดไหม้ กลิ่นไหม้จางหายพร้อมควัน ก็ไม่เหลืออะไรให้เห็นอีกแม้ซาก นี้เป็นเพราะสิ่งหลวงปู่บอกไว้ว่าการจะกำจัดเสือสมิงต้องใช้ไฟเท่านั้น
เสียงปรบมือดังมาจากทางยอดของปรางค์ ในข้างขึ้นแบบนี้ทำให้เห็นได้ชัดเจนเลยว่านั้นไม่ใช่คน มันกระโดดลงมาพร้อมสยายปีก ต้องแสงจันทร์ชัดเจนเลยว่านี้มันคือ...ครุฑ...แต่ครุฑนี้สง่างามยิ่งนัก เมื่อร่อนลงสู่พื้นในเบื้องหน้า ผิวกายสีชาด ปีกสีทองอร่ามยิ่งต้องแสงยุ่งระยิบระยับยิ่งนัก เขารู้สึกประหลาดใจมาก เพราะสิ่งที่อยู่หน้าเขาสัมผัสได้ว่ามันไม่ใช่กายหยาบ อีกทั้งไม่ใช่กายทิพย์ แล้วนี่มันคืออะไรกัน
"ฝีมือดี จัดการเจ้าเสือสมิงได้ เป็นคนมีอาคมเหมือนกันนะเรา" อีกฝ่ายทักทายขึ้นมาก่อน หากแต่ไม่ทำให้สิ่งที่สงสัยหายไปได้ ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจะมาดีหรือมาร้าย
"พูดกันได้ด้วยหรือ เจ้าเป็นตัวอะไรกันแน่ กายแบบไหนกัน" เขาสงสัยใคร่รู้มากขึ้นเพราะสิ่งนี้สามารถพูดกับเขารู้เรื่องทั้งที่เขาอยู่ในร่างกายหยาบ ดูเหมือนว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้สนใจในคำถามที่เขาสักเท่าไร
"สิ่งที่เจ้าอยากรู้ อีกไม่นานเจ้าจะได้รู้ สิ่งที่เจ้าตามหา มันจะมาหาเจ้าเอง อีกไม่นานเราคงได้เจอกัน"คำพูดปริศนาของครุฑยิ่งทำให้เขาสงสัยใคร่รู้มากขึ้นไปอีก ก่อนที่เขาจะถามอะไรต่อไป ครุฑก็ได้สบายปีกแล้วโบยบินจากไป ทิ้งความกระหายในความคิดเอาไว้ที่เขามากมาย
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ศาสตร์แห่งเวท
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย