9 พ.ค. 2023 เวลา 16:13 • นิยาย เรื่องสั้น

ไฟต์ผู้มุ่งมั่น (Ep.1/2)

“จงตั้งเป้าหมายไว้ที่ดวงจันทร์ เพราะถึงแม้ว่าคุณจะไปไม่ถึง คุณก็ยังอยู่ท่ามกลางหมู่ดาว” – เลส บราวน์
 
เป้าหมาย คำสั้นๆเพียง 2 พยางค์ที่ขับเคลื่อนทำให้เกิด “สิ่งมหัศจรรย์” มากมายบนโลกใบนี้ ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวเราไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ รถยนต์ และอื่นๆอีกมากมาย ล้วนเป็นสิ่งที่เกิดจากการพิชิตเป้าหมายของมนุษย์ทั้งสิ้น
ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดเลยหากไม่มีการตั้งเป้าหมาย และที่สำคัญเป้าหมายยังเป็นตัวผลักดันชีวิต ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นกว่าเดิมได้อีกด้วย เพื่อให้เห็นภาพเรามาลองจินตนาการตามเรื่องราว “ไฟต์ผู้มุ่งมั่น” กันดีกว่าครับ
ในอดีต ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่ในแถบเทือกเขา เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ที่มีประชากรค่อนข้างมาก และมีการแบ่งโซนการอยู่อาศัยทั้งหมด 3 โซน
โซนที่ 01 โซนใน เป็นโซนที่เจริญที่สุด เป็นที่อยู่สำหรับผู้ที่ร่ำรวย และผู้ที่มีหน้าตาและชื่อเสียง
โซนที่ 02 โซนกลาง เป็นที่อยู่อาศัยสำหรับคนธรรมดาปกติ
โซนที่ 03 โซนรอบนอก เป็นที่อยู่อาศัยสำหรับคนยากจน
ในทุกๆ 5 ปี จะมีการจัดงานประลองขึ้นเพื่อเฟ้นหาบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดของหมู่บ้านและเปิดให้ใครเข้าร่วมก็ได้โดยไม่แบ่งชนชั้น ซึ่งงานประลองนี้เป็นความใฝ่ฝันของ “ไฟต์” เด็กหนุ่มจากโซนรอบนอกที่มีเป้าหมายอยากเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด
ความฝันหรือเป้าหมายที่จะได้เป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของไฟต์ เริ่มมาจากตอนที่ไฟต์อายุได้ 10 ปี
ในตอนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้ๆกับโซนของคนธรรมดา ด้วยความที่ยากจนของครอบครัว ทำให้ไฟต์และแม่โดนรังแกข่มเหงจากคนธรรมดาและคนร่ำรวยมาโดยตลอด แม่ที่ออกไปทำงานมักกลับมาบ้านพร้อมกับบาดแผลทุกเย็น ไฟต์ที่เห็นแบบนั้นทุกวันจึงโกรธและตัดสินใจ “ตั้งเป้าหมายไว้ว่า ตัวเองนี้แหละจะเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของหมู่บ้าน แข็งแกร่งจนถึงขั้นที่ไม่มีใครมาทำร้ายแม่ได้อีก” เมื่อถูกกระทำเข้ามากๆไฟต์และแม่จึงย้ายออกจากบริเวณนั้น และไฟต์ก็เริ่มฝึกฝนตัวเองทันที
ไฟต์ฝึกฝนมาตลอดเพื่อเข้าร่วมการประลองในอีก 10 ปีข้างหน้า ตลอดระยะการฝึกนั้นเป็นช่วงเวลาที่ทรมานอย่างมาก ทั้งสิ้นหวังและร้องไห้มานับไม่ถ้วน ไม่มีใครในโซนรอบนอกเลยสักคนที่สนับสนุนเขาแม้แต่แม่ของเขาเอง
ผู้คนรอบตัวทั้งเพื่อนบ้าน เพื่อนฝูงต่างก็พูดว่า “ผู้แข็งแกร่งที่สุดเนี่ยนะ ฝันสูงไปรึป่าว” บ้างล่ะ “ไม่มีทางทำได้หรอก” บ้างล่ะ “ไอ้เจ้านั้นมันจะโง่ทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ไปทำไม” บ้างล่ะ แม้จะมีหลายครั้งที่ยืนหยัดอดทนกับคนพูดพวกนี้ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะแอบร้องไห้ในบางครั้ง แม้บางวันจะรู้สึกแย่เอามากๆจนไม่อยากฝึกแม่งอีกแล้ว แต่ก็กัดฟันฝึกมันต่อไป และแม้จะเหนื่อยแค่ไหน แต่ไฟต์ก็ไม่มีความคิดที่จะยอมแพ้เลย
เมื่อถึงเวลาพักก็พักเมื่อถึงเวลาฝึกก็ฝึก ไฟต์ได้แต่ท่องไว้ในใจของตัวเองว่า
“เพื่อเป้าหมายของตัวเอง เพื่อเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุด”
“ตอนนี้ยังอ่อนแอเกินไป ต้องฝึกอีก ฝีกต่อไป ต้องสู้โว้ยยยยยยยยยยยย”
จนกระทั่งผ่านไป 10 ปี การประลองก็มาถึง มีบรรดาผู้แข็งแกร่งมากมายเข้าร่วมการประลองในปีนี้กว่า 50 คน โดยเวทีประลองนั้นจะจัดอยู่ลานสนามหญ้าขนาดใหญ่รายล้อมไปที่นั่งคนดูมากมาย ผู้เข้าร่วมการประลองทั้งหมดจะได้ลงไปยังเวทีประลองและมีกติกาง่ายๆว่าใครที่ยืนหยัดอยู่บนสนามประลองได้เป็นคนสุดท้ายจะเป็นฝ่ายชนะ
และการประลองก็เริ่มต้นขึ้น!! เมื่อผู้ชมเห็นไฟต์ในสนามต่างก็กระหน่ำเสียงโฮ่ร้องดูถูกเหยียดหยามมากมาย แต่ไฟต์ก็ไม่สน แม้จะล้มลงอีกสักกี่ 1000 ครั้งไฟต์ก็ลุกขึ้นมาสู้เสมอ สู้ และสู้อย่างไม่ยอมแพ้ จนในท้ายที่สุดการประลองก็จบลง ถึงจะน่าเสียดายที่ได้เพียงแค่ที่ 3 เท่านั้น
แต่เสียงดูถูก เหยียดหยามจากคนดูรอบสนามตลอดการต่อสู้ก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นเสียงยกย่องเชิดชูในความพยายามของไฟต์ที่แสดงออกมาในระหว่างการประลอง
แม้จะได้เพียงที่ 3 แต่มันก็เปลี่ยนแปลงชีวิตไฟต์ไปตลอดกาล แต่ไฟต์ก็ไม่ยอมแพ้แล้วฝึกฝนตัวเองต่อไป และในอีก 5 ปีต่อมาไฟต์ก็ “บรรลุเป้าหมายของตนเอง” ชนะการประลองจนกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของหมู่บ้านจนได้
โฆษณา