รู้ไหม ? ในปี 2565 ยอดขายรถยนต์ในไทย มีจำนวน 849,388 คัน ซึ่งในจำนวนนี้ เป็นยอดขายรถกระบะ สูงถึง 388,298 คัน คิดเป็น 45.7% ของยอดขายรถยนต์ในประเทศไทย
1
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ ประเทศไทย ยังเป็นตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน ที่ใหญ่ที่สุดของโลก
1
ทำไม รถกระบะ ถึงนิยม ในประเทศไทย ?BrandCase ชวนทุกคน มาวิเคราะห์กัน
หลายคนอาจไม่รู้ว่า ประเทศไทยของเรานั้น เป็นตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ซึ่งรถกระบะขนาด 1 ตัน นิยามก็คือ รถกระบะที่บรรทุกของได้น้ำหนัก 1 ตัน หรือ 1,000 กิโลกรัม และน้ำหนักตัวรถ ไม่เกิน 1,600 กิโลกรัม
พูดง่าย ๆ ก็คือ รถกระบะที่เราเห็นกันทั่วไปตามถนนในไทย
1
จุดเริ่มต้นความนิยมของรถกระบะในไทย..รถประเภทนี้เข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 โดยช่วงแรก ถูกนำไปใช้ในธุรกิจการเกษตรและการขนส่งสินค้า และแทบจะยังไม่ค่อยมีใครเอามาใช้โดยสารกัน
เวลาผ่านไปกระทั่งในช่วงปี 2503-2513รัฐบาลของไทยในขณะนั้น กำหนดนโยบายการผลิตสินค้าในประเทศ เพื่อทดแทนการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ
เพื่อให้เกิดการจ้างงานและส่งเสริมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในประเทศ ซึ่งนโยบายนี้ มีเป้าหมายไปยังอุตสาหกรรมรถยนต์ด้วย
2
ในปี 2505 โตโยต้า ก็เข้ามาตั้งธุรกิจในประเทศไทย
เนื่องจากมองเห็นโอกาสในการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทย และค่าแรงในไทยที่ยังต่ำมาก โดยเริ่มผลิตรถกระบะ ที่โรงงานของบริษัทที่จังหวัดสมุทรปราการ
ทำให้รถกระบะ หรือที่คนไทยคุ้นกันในชื่อว่า “รถพิกอัป” ที่มาจากคำว่า Pickup จึงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ
1
ไม่นานนักค่ายรถยนต์รายอื่น ๆ อย่างฟอร์ดและอีซูซุ ก็เริ่มเข้ามาผลิตรถกระบะขาย ในประเทศไทยตามมา
1
ซึ่งบริษัทเหล่านี้ได้มีการทุ่มงบประมาณในการลงทุนวิจัยและพัฒนาสำหรับการผลิตรถยนต์ต่าง ๆ มากขึ้น มีการออกรถกระบะรุ่นใหม่ ทั้งยังปรับปรุงสมรรถนะให้ดีขึ้น
ก็ยิ่งทำให้อุตสาหกรรมรถยนต์ รวมทั้งรถกระบะ ยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้นไปอีก
แล้วเบื้องหลังที่ทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อยนิยมรถกระบะ คืออะไร ?
- เหมาะกับสภาพถนนในไทย
ต้องยอมรับว่า การใช้รถกระบะ โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัดนั้น เหมาะกับสภาพถนนที่สมบุกสมบัน ซึ่งมักพบเห็นได้ทั่วไปในหลายพื้นที่ของประเทศ
เช่น บางคนไม่ได้ใช้ขับตามถนนเส้นหลักอย่างเดียว แต่ใช้ขับไปสวนไปไร่ หรือขับไปนอกเมือง ที่เส้นทางขรุขระ
2
พอเป็นแบบนี้ ผู้ขับขี่จึงมักต้องการยานพาหนะที่มีความทนทาน แข็งแรง สามารถขับตะลุยได้ในหลายเส้นทาง
พูดง่าย ๆ คือ การใช้รถกระบะนั้นเหมาะกับสภาพถนนเมืองไทย กว่ารถยนต์ประเภทอื่น
2
- ใช้ได้หลายวัตถุประสงค์
วัตถุประสงค์ของการใช้รถกระบะในยุคแรก ๆ มักใช้ไปกับการขนส่งสินค้า หรือใช้ในการทำการเกษตร
แต่เมื่อเวลาผ่านไป รถกระบะ ก็มีการเพิ่มและปรับปรุงฟีเชอร์ใหม่ ๆ ให้มีความสวยงามมากขึ้น มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่หลากหลาย
1
ทำให้หลายคนนำมาใช้เป็นรถยนต์ส่วนบุคคลสำหรับโดยสารกันมากขึ้น หรือแม้แต่นำไปใช้ในกิจกรรมนันทนาการ อย่างแคมปิง หรือออฟโรด
- ราคาคุ้มค่า เมื่อเทียบกับประโยชน์ใช้สอย
รถกระบะส่วนมากจะมีราคาค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับรถยนต์ประเภทอื่น รวมไปถึงค่าบำรุงรักษาค่อนข้างไม่แพงมาก
และส่วนใหญ่แล้วรถกระบะเป็นเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งราคาน้ำมันดีเซลจะถูกกว่าเบนซินด้วย
เมื่อเทียบกับการใช้งานที่ยืดหยุ่นได้หลากหลาย และสมรรถนะของรถยนต์แล้ว รถกระบะ เลยเป็นที่นิยมมากในไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด นั่นเอง..
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจแบรนด์รถยนต์ที่มีส่วนแบ่งตลาดในรถกระบะมากที่สุด ในประเทศไทย 3 รายแรก คือ- อีซูซุ ส่วนแบ่งตลาด 45.2%- โตโยต้า ส่วนแบ่งตลาด 38.1%- ฟอร์ด ส่วนแบ่งตลาด 8.7%
ซึ่งถ้าเอาส่วนแบ่งตลาด 3 รายนี้มารวมกัน ก็หมายความว่า 3 รายนี้ ครองส่วนแบ่งตลาดรถกระบะในประเทศไทย สูงถึง 92% เลยทีเดียว
44 ถูกใจ
13 แชร์
11.3K รับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
  • 44
    โฆษณา