10 พ.ค. 2023 เวลา 08:27 • ปรัชญา

เพียงแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ก็เปลี่ยนชีวิตคุณได้

ถ้าคุณกำลังรู้สึกว่าคุณทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จเลย สมาธิสั้น โฟกัสอะไรไม่ได้นาน เป็นคนขี้เกียจ บทความนี้ช่วยคุณได้ครับ ก่อนอื่นผมต้องขอย้อนความก่อนว่าแนวคิดในทำนอง 1 เปอร์เซ็นต์เปลี่ยนชีวิตได้อะไรพวกนี้ มีมานานแล้วและถูกสะสมต่อ ๆ กันมา ในหลาย ๆ รูปแบบ ผมแค่ทำหน้าที่กลั่นกรองและสกัดคุณประโยชน์ออกมา ให้กระชับเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณผู้อ่านได้รับสารที่ดีที่สุด
ทำไมต้องเป็น 1 เปอร์เซ็นต์ ?
< เพราะการทำแค่ 1 เปอร์เซ็นต์มันทำง่าย ย่อยง่าย เหมาะสำหรับคนที่ขี้เกียจไม่ชอบทำอะไรหลาย ๆ อย่างในจำนวนมาก แถมมีเวลาน้อยก็สามารถทำได้ >
แล้ว 1 เปอร์เซ็นต์นั้นต้องทำอะไรบ้าง แล้วเริ่มต้นทำอย่างไร ?
< ก่อนอื่นต้องโฟกัสก่อน ว่าเราอยากจะประสบความสำเร็จในเรื่องอะไร พอได้เป้าหมายแล้ว ก็ไปโฟกัสที่กระบวนการที่จะทำให้สำเร็จ พอมาถึงตรงนี้ผมอยากให้ทุกคนเป็นคนออกแบบกระบวนการที่จะไปถึงเป้าหมายด้วยตัวของคุณเอง เพราะชีวิตเป็นของคุณ คุณต้องฝึกการตัดสินใจ เช่น คุณกำหนดเป้าหมายว่าจะไปเชียงใหม่ คุณต้องกำหนดวันและเวลาที่จะเดินทางไปและกลับด้วย พร้อมทั้งหาว่ามีวิธีในการเดินทางไปเชียงใหม่ด้วยวิธีอะไรบ้าง ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ งบประมาณที่คุณมีเหมาะกับวิธีแบบไหน ต้องพักที่ไหน กำหนดมาให้ครบถ้วน >
เมื่อกำหนดเป้าหมายและกระบวนการแล้วต้องทำไงต่อ ?
< ตัดสิ่งที่จะทำให้คุณไปไม่ถึงเป้าหมายออกไปทีล่ะนิด เช่น รายจ่ายที่ฟุ่มเฟือยจะทำให้คุณมีเงินไม่พอจะไปที่เชียงใหม่ คุณก็ต้องค่อย ๆ ลดรายจ่ายทีล่ะ 1 เปอร์เซ็นต์ แต่ให้ทำทุกวัน เช่นปกติชอบเติมเกมก็ลดลงหรือเลิกไปเลย ทำแบบนี้กับรายจ่ายที่ไม่จำเป็นหรือพฤติกรรมที่ไม่ดีเรื่อย ๆ จนเหลือแต่รายจ่ายที่จำเป็นจริง ๆ หลังจากตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นทิ้งไปหมดแล้ว ก็มาเพิ่มสิ่งที่จำเป็นต้องทำทีล่ะ 1 เปอร์เซ็นต์ เช่น การออกกำลังกาย สวดมนต์ นั่งสมาธิ เก็บห้อง อ่านหนังสือ ฝากเงิน เป็นต้น >
แล้วไอการออกกำลังกาย สวดมนต์ อะไรพวกนี้ มันเกี่ยวอะไรกับเป้าหมาย ?
< เกี่ยวสิครับ เพราะมันคือสะสมพลังงานบวก การที่คนเราจะทำอะไรสำเร็จสักหนึ่งเรื่อง ต้องใช้วินัยในการไปถึงจุดมุ่งหมาย และการจะมีวินัยได้คุณต้องมีนิสัยที่ดี ที่เกิดจากการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอในทุก ๆ วัน ตัวอย่าง เช่น ชาย 2 คนทำหน้าที่ตัดหินด้วยวิธีการใช้ค้อนทุบ เนื่องจากหินมีขนาดใหญ่มาก ชายคนแรกทุบไป 100 ทีแล้วก็ยังตัดไม่ได้ ชายคนที่ 2 มาผลัดเปลี่ยนแทน ปรากฏว่าเขาทุบแค่ครั้งเดียวหินก็ขาดออก ที่เป็นอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าชายคนที่ 2 มีกำลังเหนือมนุษย์ แต่เพราะหินมีการสะสมการทุบมาจากชายคนแรกแล้ว >
สรุปอีกครั้งหนึ่งนะครับ การที่จะไปถึงเป้าหมายได้ เริ่มแรกก็ตั้งเป้าหมายก่อน หลังจากนั้นก็กำหนดกระบวนการในการปฏิบัติ (ตรงนี้สำคัญกว่าเป้าหมายอีกนะครับเพราะถ้าเรามีกระบวนการที่ถูกแล้ว เราก็สามารถไปถึงเป้าหมายได้ทุกที่ที่ต้องการ) ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็น และทำในสิ่งที่จำเป็น อย่างน้อยวันล่ะ 1 อย่าง เพื่อเป็นการสร้างนิสัยที่ดีซึ่งจะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมาย
เรียบเรียงโดย : ชนดิเรก
โฆษณา