Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ความเรียงในวันที่นึกได้
•
ติดตาม
26 ส.ค. 2023 เวลา 04:30 • ความคิดเห็น
อันดนตรีมีคุณทุกอย่างไป
วรรณคดีไทยที่มีเรื่องราวของดนตรีเข้ามาเกี่ยวข้องเท่าที่เราๆท่านๆนึกออกก็คงไม่เกินเรื่องพระอภัยมณีเป็นแน่แท้
เพราะพระอภัยมณีท่านเป็นนักดนตรีที่โสภีโสภา :P
ว่าเข้าไปนั่น
จริงๆแล้ววรรณคดีที่มีเรื่องดนตรีเข้ามาเกี่ยวข้องอีกเรื่องที่นึกออกคือกากี
เรื่องนั้นมีคนธรรพ์เป็นผู้ขับกล่อมบรรเลงแต่ไม่ได้เน้นอะไรมากนักกับดนตรี
ผิดกับพระอภัยมณีที่ดนตรีเหมือนเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของตัวเอกและตัวเรื่องไปตลอด
เริ่มต้นมาเราจะพบว่าพระอภัยมณีกับศรีสุวรรณ2พี่น้องออกไปร่ำเรียนวิชาความรู้ แต่พอกลับมาถึงเมืองก็ถูกพระบิดาขับไล่เพราะหนึ่งนั้นเรียนดนตรี ส่วนอีกหนึ่งนั้นเรียนวิชากระบี่กระบอง อันเป็นวิชาที่พระบิดามองว่าไม่เหมาะสมกับการปกครองบ้านเมือง
ก็แน่ล่ะ ในสายตาของพระบิดา ดนตรีคือเรื่องบันเทิงเริงรมย์ กระบี่กระบองคือวิชาต่ำชั้น ไม่เหมาะควรกับผู้ที่จะเป็นพระราชานักปกครองในอนาคต
พอจะเข้าใจความคิดของผู้ใหญ่อยู่บ้างครับ แต่ในเมื่อทั้ง2พระองค์ได้เลือกเรียนทั้ง2วิชาตามใจตนเองแล้วคงต้องยอมรับว่าอาจจะเกิดเรื่องแบบนี้ได้เหมือนกัน
เพียงแต่ไม่นึกว่าจะถึงขั้นไล่ออกจากวัง
แหม generation gap ลอยมาเลย
ทั้ง2พระองค์จึงจำต้องระหกระเหินเร่ร่อนรอนแรมมาจนพบพราหมณ์3คนที่ริมชายทะเล
วิชากระบี่กระบองยังพอเข้าใจว่าใช้รบทัพจับศึกได้แต่วิชาดนตรีเป่าปี่นี่สิมันดียังไง
เป็นพราหมณ์ทั้งสามถามพระอภัยมณีตรงๆ
...อันดนตรีมีคุณทุกอย่างไป
ย่อมใช้ได้ดังจินดาค่าบุรินทร์
ถึงมนุษย์ครุฑาเทวราช
จตุบาทกลางป่าพนาสิณฑ์
แม้นปี่เราเป่าไปให้ได้ยิน
ก็สุดสิ้นโทโสที่โกรธา
ให้ใจอ่อนนอนหลับลืมสติ
อันลัทธิดนตรีดีหนักหนา
ซึ่งสงสัยไม่สิ้นในวิญญาณ์
จงนิทราเถิดจะเป่าให้เจ้าฟัง...
เมื่อพระอภัยมณีพูดจบก็เริ่มเป่าปี่บรรเลงเพลงให้ฟัง
แล้วเรื่องมันก็เริ่มอีนุงตุงนังนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
หลังจากนี้เนื้อเรื่องจะเล่าถึงการผจญภัยของพระอภัยมณีกับเหตุการณ์ต่างๆนานาที่เข้ามาประดังประเดซึ่งมีทั้งทุกข์ทั้งสุขระคนปนไป
ตัวละครจะพบเจอเรื่องราวมากมาย มีลูกมีหลาน รบทัพจับศึก เล่ห์กโลบายต่างๆตามแต่ประดามี
แล้วก็มีเรื่องแทรกของดนตรีที่เป็นทั้งความงดงามและเป็นอาวุธอันทรงอานุภาพกว่าอาวุธใดๆในเรื่อง
ตามที่เคยค้นดู พระอภัยมณีเป่าปี่อยู่หลายครั้ง แต่ละครั้งก็เกิดผลต่างกันไป ตั้งแต่ขับกล่อมหลับสบายอย่างที่เป่าให้พราหมณ์ทั้งสามฟัง ใช้เพลงปี่เอาชนะข้าศึกในการรบหรือให้เลิกทัพ หรือจะใช้เพลงบีบบังคับจนมีตัวละครอย่างนางผีเสื้อสมุทรตายไปก็มี
ช่างงดงามและอันตรายจริงๆ
เคยได้อ่านว่ามีผู้รู้หลายท่านได้วิเคราะห์ไว้ว่า ดนตรีในเรื่องนี้ก็เปรียบเหมือนข้อมูลในยุคปัจจุบันนี่เอง
หือ?
ดนตรีในเรื่องนี้เปรียบได้กับข้อมูล การเล่นดนตรีก็เปรียบได้กับการใช้ข้อมูลไปในทางที่ผู้ใช้ต้องการไม่ว่าจะดีหรือร้ายเพื่อให้ได้ผลที่ตรงใจ
แล้วมันก็เหมือนกับที่พระอภัยมณีใช้การเป่าปี่ไปในทางที่ต้องการตั้งแต่สร้างสรรค์ยันทำลายชีวิต
ความมีชัยชนะเหนือคู่ต่อสู้
และเรื่องพระอภัยมณีนี้ยังแสดงให้เห็นว่าท่านสุนทรภู่นั้นมีความคิดโน้มเอียงไปในทางที่ใช้การฑูตการเจรจาความเมืองเพื่อโน้มน้าวใจคนให้ไปในทางสันติมากกว่าที่จะใช้กำลังเข้าห้ำหั่นกันเพื่อเลี่ยงการนองเลือด
อีกอย่าง อยากขอแทรกเล็กน้อยว่าตัวละครหญิงในเรื่องนี้แทบทุกคนล้วนมีบทบาทในแนวหน้า รบทัพจับศึก เป็นผู้ปกครองบ้านเมืองได้ดีไม่แพ้ผู้ชาย (พระอภัยมณีเสียอีกที่ไม่กล้านำทัพออกรบเอง ใช้ให้ผู้หญิงออกรบแทน(อันนี้เพื่อนผมว่าไว้))ดูทรงแล้วสงสัยว่าท่านสุนทรภู่อาจจะเป็นเฟมินิสม์หน่อยๆครับ
น่าสนใจจริงเมื่อพิจารณากันในมุมนี้
หลายท่านคงเคยทราบประวัติท่านสุนทรภู่มาหลายกระแส แต่ที่เราได้ยินและคุ้นเคยมากที่สุดคือท่านเป็นกวีขี้เมา
...ถึงโรงเหล้าเตากลั่นควันโขมง
มีคันโพงผูกสายไว้ปลายเสา
โอ้บาปกรรมน้ำนรกเจียวอกเรา
ให้มัวเมาเหมือนหนึ่งบ้าเป็นหน้าอาย...
...ไม่เมาเหล้าแล้วแต่เรายังเมารัก
สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน
ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป
แต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืน...
เรียกว่าเมาแล้วร่ายเป็นโคลงฉันท์กาพย์กลอนกันให้ว่อนจนคนเอาไปโพนทนากันไปทั่วว่าตานี่มันกวีขี้เมา
และหลายท่านก็ว่าเรื่องพระอภัยมณีแท้จริงคือชีวิตของท่านสุนทรภู่นี่เอง
สมัยยังละอ่อนผมก็เห็นด้วยกับความเห็นเหล่านั้น
แต่หลังๆค้นเจอว่ายังมีอีกระแสว่าท่านไม่ได้เป็นแบบนั้น
อ้าว มันยังไงกันล่ะ?
กระแสนี้กล่าวว่าถ้าท่านขี้เหล้าเมาหยำเปไปวันๆจริง คงไม่สามารถสร้างงานอย่างพระอภัยมณีที่มีเนื้อเรื่องยาวเหยียดและลุ่มลึกราวกับเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ในตอนนั้นหรือจะนิราศต่างๆที่เราเรียนกันได้หรอก ท่านน่าจะเป็นจารชนหรือสายลับที่อาศัยความขี้เมาบังหน้า สืบความเป็นไปของพื้นที่ที่ท่านได้ไปอาศัยอยู่ เรื่องพระอภัยมณีกับนิราศต่างๆคือข้อความข่าวสารที่ส่งกลับมาให้ทางพระนครมากกว่า
เรียกว่ากลอนที่อ่านที่ฟังกันเพลินๆมันคือข้อความเข้ารหัสนั่นเอง
เข้าเค้าเหมือนกันนา
เอากลอนกับเมาบังหน้า ร่ายข้อความเข้ารหัส ส่งกลับไปต้นสังกัด เพื่อพิจารณาความเป็นไปของบ้านเมืองในบริเวณนั้น
ดุจเดียวกับดนตรีกับเพลงปี่ของพระอภัยคือการใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์ จัดการข้าศึกหรือคนที่ต้องการด้วยอำนาจของการใช้ข้อมูล
ข้อมูลคืออาวุธ แต่ที่น่ากลัวกว่าคือการใช้มันให้เป็นประโยชน์
ว้าววววว
ไอเดียเริ่ดมากถ้าเป็นอย่างนั้นจริง
ไม่ว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร ผมขอยอมรับว่าวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณีเป็นเรื่องที่สมควรแก่การยกย่องจริงๆ ไม่ว่าจะในแง่ใดก็ตาม
บันเทิงครบรส
แง่มุมข้อคิดต่างๆก็เยอะ
ความรู้ต่างๆเพียบ
แถมเรื่องก็ยาวเหยียดแต่ไม่ได้รู้สึกว่ายืดยาวแต่ประการใด
อ่านแล้วก็เพลินดี ภาษาสวยงาม
ขอคารวะจริงๆ
บันทึก
3
1
1
3
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย