Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
วิเคราะห์บอลจริงจัง
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
20 พ.ค. 2023 เวลา 12:07 • กีฬา
โยนเหรียญให้คนดูผิดไหม ดราม่าโจนาธาร เข็มดี ส่งท้ายซีเกมส์
ในฟุตบอลซีเกมส์ ที่จบลงไปแล้ว มีดราม่าปิดท้ายเมื่อโจนาธาร เข็มดี ขว้างเหรียญขึ้นไปบนสแตนด์ ให้คนดูรับเอาไว้ เรื่องนี้คนกัมพูชาเดือดดาลมาก ตัดคลิปไล่ด่า ไล่คอมเมนต์ อัดโจนาธารยับเลยทีเดียว
ก่อนอื่นเลย ถามว่าการโยนเหรียญรางวัลให้คนดู เป็นเรื่องแปลกไหม? ก็ต้องยอมรับว่า มันเกิดขึ้นไม่บ่อย เพราะปกตินักกีฬาคนไหนไปแข่งอะไรได้เหรียญกลับมา ก็อยากเก็บไว้เป็นที่ระลึก เป็นโมเมนต์ของความทรงจำ
แต่ถามว่า ทำได้ไหม? คำตอบคือ เมื่อเหรียญเป็นของนักกีฬาคนนั้นแล้ว อยากจะทำอะไร ให้ใคร มันก็เป็นสิทธิ์อันชอบธรรม คุณจะเก็บไว้ จะขาย จะโยนให้ใคร ไม่มีข้อห้ามอะไรทั้งสิ้น
กรณีศึกษาที่น่าสนใจมาก คือเคสของโชเซ่ มูรินโญ่ กับเหรียญพรีเมียร์ลีกครับ นี่เป็นเรื่องคลาสสิคทีเดียว ที่ทำให้เห็นว่า บางคนก็ไม่ได้แคร์เหรียญอะไรขนาดนั้น
ตั้งแต่พรีเมียร์ลีกก่อตั้งในปี 1992 ผู้จัดการแข่งขันจะมีการมอบ "เหรียญแชมป์" ให้ทีมชนะ โดยเหรียญแชมป์พรีเมียร์ลีก มีส่วนผสมของทองคำและเงิน มูลค่าอยู่ที่ประมาณ 2,000 ปอนด์ต่อ 1 เหรียญ (86,000 บาท)
ในฤดูกาล 2005-06 เชลซีของโชเซ่ มูรินโญ่ คว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จ โดยในเกมตัดสินแชมป์ วันที่ 29 เมษายน 2006 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เชลซีเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-0 ซึ่งพอได้แชมป์ปั๊บ ก็มีพิธีมอบถ้วยมอบเหรียญให้กับผู้ชนะตามธรรมเนียม นักเตะ ผู้จัดการทีม สตาฟฟ์โค้ช ได้เหรียญที่ระลึกกันถ้วนหน้า
แต่ละคน พอได้รับเหรียญมา ก็เก็บรักษาไว้อย่างดี อย่างไรก็ตาม โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมเชลซี ไม่ได้คิดแบบนั้น เขาโยนเหรียญเข้าไปในสแตนด์ให้กับแฟนบอลดื้อๆ เลย และปรากฏว่าแฟนบอลเชลซีชื่อ เซบาสเตียน คายิล คว้าเหรียญของมูรินโญ่เอาไว้ได้
คือตัวมูรินโญ่นั้นสบายๆ เพราะเคยได้เหรียญแชมป์มาแล้วตั้งแต่ซีซั่นก่อน (2004-05) พอได้เหรียญอีกครั้ง คราวนี้ก็ไม่รู้จะเก็บไว้ทำไม เลยโยนให้แฟนบอลมันซะเลย
1
โดยมูรินโญ่ให้สัมภาษณ์ว่า "ผมคิดว่าเหรียญแชมป์มันสมควรเป็นของแฟนบอลทุกคนเช่นกัน แต่พูดตรงๆนะ ผู้ชายคนที่คว้าเหรียญของผมที่โยนไป ถือเป็นคนที่โชคดีมาก เพราะเขามีทางเลือกว่าจะเก็บเอาเหรียญนี้ไว้เป็นความทรงจำล้ำค่า หรือเอาไปลงวางขายในอีเบย์เพื่อทำกำไร"
ให้ทายครับ ว่าแฟนบอลเชลซีคนนั้นตัดสินใจอย่างไร เลือกเก็บความทรงจำ หรือเลือกเงิน
คำตอบนั้น ไม่ได้โรแมนติกเลย เพราะเซบาสเตียน คายิล เอาเหรียญไปประมูลขายอย่างรวดเร็วมากๆ เพื่อโกยเงิน รักส่วนรัก ตอนนี้เอาเงินไว้ก่อนโว้ยยยย
3
ในการประมูลเหรียญพรีเมียร์ลีกของมูรินโญ่ ไปจบที่ราคา 16,800 ปอนด์ (720,000 บาท) และนั่นคือครั้งเดียว ที่มีการนำเหรียญแชมป์ลีกไปวางขายในท้องตลาดด้วย
1
อีกครั้งหนึ่ง ที่มูรินโญ่ โยนเหรียญทิ้ง คือในเดือนสิงหาคม 2015 เกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ ที่เวมบลีย์ อาร์เซน่อล ชนะเชลซี 1-0 หลังจบเกม ทีมผู้แพ้จะได้เหรียญที่ระลึกครบทุกคน มูรินโญ่ก็ได้รับเช่นกัน
พอขึ้นไปรับเหรียญจากประธานเสร็จ มูรินโญ่ก็เดินลงมาด้านล่าง เขายืนรอจับมือกับนักเตะอาร์เซน่อลครบทุกคน แต่พออาร์แซน เวนเกอร์เดินมา มูรินโญ่หนีไปเลย ไม่ยอมจับมือ
จากนั้นก่อนจะเดินเข้าห้องแต่งตัว เขาก็โยนเหรียญที่ระลึกรองแชมป์ให้กับแฟนบอลบนสแตนด์ ง่ายๆ อย่างนั้นเลย โดยแฟนบอลที่รับเอาไว้ได้ เป็นแฟนบอลเยาวชนของอาร์เซน่อลด้วย
ในมุมของมูรินโญ่ คือไม่ได้แคร์ ไม่ได้ยึดวัตถุเป็นที่ตั้ง เก็บไว้ก็เท่านั้น โยนให้คนอื่นดีกว่า
1
นั่นคือเหตุผลของคนไม่แคร์ แต่ก็มีเคสอื่นเช่นกัน ที่โยนเหรียญให้คนดู เพราะรู้สึกกับความพ่ายแพ้ในนัดชิงชนะเลิศ ไม่รู้สึกดีที่จะเก็บเหรียญเงินไว้
ในการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งชิงแชมป์โลกรุ่นเยาวชนในปี 2018 รอบชิงชนะเลิศ แคนาดา เจอกับสวีเดน ปรากฏว่า แคนาดาเอาชนะไป 3-1 คว้าแชมป์ได้สำเร็จ สวีเดนก็รับเหรียญเงินไป
นักกีฬาจากสวีเดน ชื่อเลียส แอนเดอร์สัน พอได้เหรียญจากผู้จัดปั๊บ ก็ถอดออกจากคอ แล้วโยนให้แฟนฮ็อกกี้ ใครก็ไม่รู้ที่อยู่บนสแตนด์ ให้ไปดื้อๆ เลย โดยแฟนคนที่ได้เหรียญไป คือคนสหรัฐฯ ด้วย
แอนเดอร์สัน อธิบายว่า "ผมไม่อยากได้มัน ผมเห็นผู้ชายคนหนึ่งบนสแตนด์ ดูจะอยากได้เหรียญนี้มากกว่าผม ผมก็เลยให้เขาไป คือผมได้ไปก็คงเก็บมันไว้ในกล่องสักกล่องที่บ้าน หรืออะไรทำนองนั้น ดังนั้นผู้ชายคนนั้น เขาคงอยากได้เหรียญนั้นมากกว่าผม"
ในวันนั้น ไม่มีดราม่าอะไรเลย ผู้จัดการแข่งขันไม่ได้ว่าอะไร ส่วนแฟนกีฬารายหนึ่ง โพสต์ไว้ว่า "โอเค มันอาจจะการกระทำที่ไม่มีคลาสนัก แต่ท้ายที่สุดแล้วเหรียญมันก็เป็นของเขา เขาเป็นคนคว้ามันมาได้ และจะสามารถทำอะไรก็ได้ ตามที่ตัวเองต้องการ ลองคิดดูว่า ถ้าเขาเอาไปโยนในแม่น้ำ หรือ ทิ้งไว้ในโรงแรม มันคงไม่มีประเด็นอะไรใช่ไหม"
ดังนั้น ในเคสของโจนาธาร ผมก็คิดแบบนั้นคือ เขา Earned it คือคว้ามันมาครองด้วยความสามารถของตัวเอง ดังนั้นจะทำยังไงกับมัน ก็สุดแล้วแต่เลย ไม่ต้องมาอธิบายตัวเองด้วยซ้ำ จะเก็บ จะขาย จะโยนให้แฟนๆ กีฬาได้หมด
แน่นอน ผมเข้าใจในมุมของโจนาธาร แต่ในทางกลับกัน ผมก็เข้าใจมุมของคนกัมพูชาด้วย ว่าทำไมโมโห
นิยามของซีเกมส์ไม่ใช่การแข่งกีฬาอย่างเดียว แต่มีมิติทางการเมืองรวมอยู่ด้วย คนกัมพูชามีโอกาสจัดซีเกมส์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ประเทศ เขาเองก็คาดหวังว่าจะได้รับการเคารพจากทุกๆ คนที่มาร่วมงานด้วย
แต่พอเจอโจนาธาร โยนเหรียญที่เป็นรางวัล อย่างไม่ใยดี ก็เลยรู้สึกเหมือนโดนดูหมิ่นประเทศไปด้วย ว่าแบบคุณไม่เห็นคุณค่าของซีเกมส์ที่เราจัดเลยอย่างนั้นหรือ
สำหรับคนที่ยังไม่เห็นเหรียญชัดๆ ผมจะอธิบายการออกแบบเหรียญให้ฟังนะครับ (ดูในรูปหลักของผม ไปพร้อมกันด้วยก็ได้นะครับ)
เหรียญรางวัลทั้ง ทอง เงิน และ ทองแดง จะมีลวดลายเหมือนกันทั้งหมดครับ ต่างกันที่สี โดยไฮไลท์อยู่ที่ด้านหน้าของเหรียญ ออกแบบไว้ โดยใส่สถานที่สำคัญ 3 แห่งของกัมพูชาลงไป ประกอบด้วย
1- สนามกีฬาแห่งชาติ มรดกเตโช ที่เพิ่งสร้างเสร็จ เป็นสนามที่สวยงาม และเป็นความภูมิใจของคนกัมพูชา ว่าเราก็มี Facility ชั้นยอดแบบนี้แล้วนะ และ ด้วยความสัตย์จริงนะครับ สนามมรดกเตโช สมบูรณ์กว่าราชมังคลากีฬาสถาน
2
2- ปราสาทวิเมียนเอกเรียช สร้างตอนเป็นเอกราชจากฝรั่งเศส หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า independence Monument เป็นสัญลักษณ์ว่าพวกเขา คือประเทศที่เป็นไท ไม่เป็นเมืองขึ้นของใคร
3- อนุสรณ์สถานวิเมียนชนะชนะ หรือ win win memorial สร้างตอนครบรอบ 20 ปี กับการเจรจาสันติภาพกับกลุ่มเขมรแดงครับ เป็นหลักฐานว่า กัมพูชาตอนนี้สงบแล้ว พร้อมแล้วที่จะรับการลงทุน และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
ทีมงานกัมพูชา ตั้งใจมากจริงๆ ในการออกแบบ เอาสถานที่สำคัญใส่ไปมากมาย ดังนั้นพอเจอนักกีฬาไทยโยนเหรียญทิ้งแบบไม่ใยดี เขาก็เลยแปรเปลี่ยนเป็นความโมโหครับ รู้สึกเหมือนไม่ให้เกียรติกัน
ในเรื่องนี้ ผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับกัมพูชา เพราะเหรียญซีเกมส์ มันไม่ใช่แค่การแข่งกีฬา แต่มันมีความภาคภูมิใจของประเทศทับซ้อนอยู่
แต่แน่นอน ฝั่งกัมพูชาต้องเข้าใจด้วยว่า เมื่อให้เหรียญไปแล้ว มันเป็นสิทธิ์ของนักกีฬาที่จะทำยังไงกับมันก็ได้ มันคือสินทรัพย์ของเขาแล้วครับ
1
โจนาธารอาจโมโหที่ได้เหรียญเงิน ผิดหวังตัวเองที่น่าจะเล่นได้ดีกว่านั้น หรือไม่อยากเก็บเอาไว้ทำให้ตัวเองเซ็งเพราะเขาโดนใบแดงในเกมนี้ หรือแค่อยากให้แฟนๆ ได้เก็บเหรียญเอาไว้บ้าง (ตามที่เขาชี้แจงในโซเชียลมีเดีย) ฯลฯ มีเหตุผลมากมายครับ แต่เหตุผลที่แท้จริงเป็นอย่างไร มีแต่ตัวเขาที่รู้ครับ
สำหรับตัวผมนั้น ถ้าเกิดเรื่องนี้กับตัวเอง ไปแข่งกีฬาแล้วได้เหรียญอะไร ผมก็เก็บไว้หมดครับ ไปวิ่ง 10K ได้เหรียญ ผมยังเก็บไว้เลย เพราะมันคือประวัติศาสตร์ในชีวิตของเราเอง มันน่าเสียดายนะ ที่จะโยนทิ้งสิ่งที่เราได้มันมา ให้กับใครก็ไม่รู้
ผมลองคิดเล่นๆ นะ ว่าถ้าโจนาธาร ได้เหรียญเงินคราวนี้ แล้วอนาคตข้างหน้า เขาพาไทย ได้เหรียญทองเอเชียนเกมส์ (สมมุตินะ) เขาก็อาจเขียนสตอรี่ชีวิตได้เลยว่า จากเหรียญเงินซีเกมส์ สู่เหรียญทองเอเชียนเกมส์ มันมีความหมายจะตายไป
ดังนั้น บทสรุปของเรื่องนี้คือ การโยนเหรียญสามารถทำได้ ไม่มีข้อห้ามอะไร และเขาก็ไม่ควรโดนบทลงโทษด้วยจากทั้ง กกท. และสมาคมฟุตบอล
คนกัมพูชาเองก็จะได้เรียนรู้ด้วยว่า วัฒนธรรมของคนทั่วโลก ไม่ได้คิดเหมือนเราเสมอไป บางคนไม่แคร์วัตถุแบบนี้ก็มีเหมือนกัน
ทำได้น่ะทำได้ แต่ถามว่าควรทำไหม ผมคิดว่า เก็บเหรียญไว้กับตัวดีกว่าครับ เราจะไปสร้างศัตรูเพิ่มทำไม และที่สำคัญหลีกเลี่ยงดราม่าที่ไม่จำเป็นได้ ก็ย่อมง่ายกับชีวิตมากกว่าแน่นอนครับผม
1
9 บันทึก
44
2
9
9
44
2
9
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย